
19ต.ค.2565- พญ.รัชฎาพร สีลา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองฮี จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลหนองฮีได้เปิดบริการดูแลผู้ป่วยในแบบ Home Ward ซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน โดยทีมแพทย์ประจำบ้านและสหวิชาชีพ เบื้องต้นจะเริ่มใน 7 กลุ่มโรคตามที่กรมการแพทย์กำหนด ได้แก่ 1. โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ 2. โรคโควิด-19 ในกลุ่ม 608 ที่สามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ 3. โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบ ที่มีข้อกำหนดว่าต้องฉีดยาฆ่าเชื้อวันละ 1 ครั้ง 4. ผู้ป่วยระดับน้ำตาลในเลือดสูง และไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย 5. ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ไม่มีภาวะอันตราย 6. One Day Surgery หรือบริการผ่าตัดวันเดียวกลับ 7. ผู้ป่วยที่มีแผลกดทับ
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันโรงพยาบาลหนองฮีดูแลได้ 6 กลุ่มโรค ยกเว้นบริการ One Day Surgery หรือบริการผ่าตัดวันเดียวกลับ ซึ่งจากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.-30 ก.ย. 2565 พบว่ามีผู้ป่วยเข้ารับบริการแล้ว 29 ราย เป็นผู้ป่วยกลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่ม 608 ผู้ป่วยนำตาลในเลือดสูง และผู้ป่วยความดันโลหิต ส่วนเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลในขณะนี้อยู่ที่ 15 เตียง
พญ.รัชฎาพร กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลหนองฮีเริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2556 ถูกจัดให้เป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กที่สุด สามารถให้บริการแบบผู้นอกได้เท่านั้น หลังจากปี 2560 ที่ตนเองเข้ามารับตำแหน่ง พบว่าประชาชนต้องการให้มีบริการผู้ป่วยใน หรือแอดมิทด้วย ซึ่งหากโรงพยาบาลจะเปิดวอร์ดสำหรับผู้ป่วยในก็จะต้องขอดำเนินการ และโรงพยาบาลเองก็ไม่มีงบประมาณสำหรับเปิดวอร์ดผู้ป่วยใน ฉะนั้นอาจต้องใช้เวลาดำเนินการตามขั้นตอนนานถึง 5 ปี
“ส่วนตัวเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ตั้งใจเข้ามาอยู่ที่โรงพยาบาลหนองฮี เพราะอยากทำให้เป็นโรงพยาบาลใกล้บ้านใกล้ใจ หรือ Super Primary Care จึงเกิดการพูดคุยกับประชาชนในอำเภอ และเกิดการทอดผ้าป่าระดมทุนเพื่อสร้างตึกผู้ป่วยใน จนถึงปี พ.ศ. 2562 โรงพยาบาลหนองฮีสามารถให้บริการผู้ป่วยในได้ 10 เตียง และสามารถขึ้นทะเบียนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้” พญ.รัชฎาพร กล่าว
พญ.รัชฎาพร กล่าวอีกว่า ในอดีต โรงพยาบาลจะไม่สามารถเบิกค่ารักษากลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลที่บ้านได้เหมือนผู้ป่วยใน สุดท้ายก็ต้องดำเนินการเป็นรายเคส เช่น เบิกตามรายกองทุน อาทิ กองทุนผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ฯลฯ แต่หลังจากที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช.แล้ว ก็สามารถเบิกได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความร่วมมือของสำนักพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ สปสช. กรมการแพทย์ สธ.
พญ.รัชฎาพร กล่าวว่า จุดสำคัญของการจัดระบบริการ Home Ward คือการทำงานร่วมกับคนในชุมชน ผู้ป่วย หรือญาติของผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน และทีมแพทย์ก็ได้เห็นความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย รวมถึงประชาชนก็จะได้เป็นเจ้าของสุขภาพของคนในครอบครัว และตนเองสปสช.นำร่อง ‘รพ.หนองฮี’ นำร่องดูแลผู้ป่วยที่บ้าน เบิกค่ารักษาจาก ‘บัตรทอง’ ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยามะเร็งพระราชทาน' ส่งถึงรพ.แล้ว 2.88 พันกล่อง คาด ต.ค. กระจายครบ
รัฐบาลเผยยามะเร็งพระราชทาน 'IMCRANIB' กระจายให้โรงพยาบาลแล้ว 2,880 กล่อง ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองได้รับยาแล้ว 215 ราย คาดกระจายครบ 23,000 กล่อง ภายในเดือนตุลาคม
พลิกโฉมสาธารณสุขไทย! “AI ช่วยอ่านผลเอ็กซเรย์” สปสช. ส่งเสริมและผลักดันใช้แล้วกว่า 610 โรงพยาบาลทั่วประเทศ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับวงการสาธารณสุขไทย ด้วยการส่งนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)
'จุลพันธ์' ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายบัตรทอง
กลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขโครงสร้างโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่หรือโครงการบัตรทอง โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบ
'เดชรัต' ผู้รับผิดชอบนโยบายปฏิรูป สปสช. พรรคส้ม แจง 3 ข้อ ยืนยันไม่คิดล้มบัตรทอง
นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในดราม่าเรื่อง พรรคประชาชน จะล้ม บัตรทอง หรือ สปสช. มีหลายข้อกล่าวหาด้วยกัน ผมในฐานะผู้ดูแลนโยบายด้านคุณภาพชีวิตของพรรคประชาชน ขอชี้แจงหลัก 3 ข้อ และขอสรุปข้อรับฟังที่ผมรับฟังจากทุกท่านในส่วนที่เหลือ
ส้มขยาด! ไม่แตะ 30 บาท ดันปฎิรูป สปสช.ให้มีส่วนร่วมมากขึ้น
'เท้ง' ย้ำ 'ปชน.' ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยัน หนุนแก้กม.บัตรทองเพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิปชช.-ไม่เพิ่มภาระผู้ป่วย พร้อมดันปฏิรูป สปสช. ให้ภาคประชาชน-ผู้ให้บริการมีส่วนร่วมมากขึ้น

