เข้มตรวจ'ควันดำ' เพิ่มความถี่ จับโทษสูงสุด

รัฐคุมเข้มตรวจจับ’ควันดำ’ เพิ่มความถี่ 20 จุด/วัน บนถนนสายหลัก-สายรอง บังคับใช้โทษสูงสุด ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5

17 พ.ย. 2564 – กรมควบคุมมลพิษ  กรมการขนส่งทางบก กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) และกรุงเทพมหานครบูรณาการการทำงานติดตามการตรวจจับรถยนต์ควันดำที่ด่านพระรามสองขาเข้า (หน้าบิ๊กซี)เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก  PM 2.5  ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจ จำนวน 49 คัน เป็นรถยนต์ 21 คัน ถูกห้ามใช้ชั่วคราว 1 คัน โดยค่าควันดำอยู่ที่ ร้อยละ 80.9 และรถบรรทุก 28 คัน  พ่นห้ามใช้ 5 คัน วัดค่าควันดำได้เกินมาตรฐาน ร้อยละ 60.5 – 100  ทั้งนี้ ในช่วงเดือนตุลาคม 2564 ถึงเดือนมีนาคม  2565 จะตั้งจุดตรวจสอบตรวจจับรถควันดำทุกประเภท ครอบคลุมถนนสายหลัก สายรอง ทั้งขาเข้า-ออก จำนวน 20 จุดต่อวัน และจะบังคับใช้บทลงโทษสูงสุด  

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่มีการตรวจวัดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองหลัก พบว่ามีค่าสูงขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนมีนาคมของทุกๆ ปี  ซึ่งยานยนต์เป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญของฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะรถยนต์ดีเซล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ยกร่างแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ปี 2565 โดยให้ความสำคัญกับมาตรการตรวจรถควันดำได้เพิ่มจุดตรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตรวจจับ ระงับการใช้รถควันดำจนกว่าจะนำไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อป้องปรามมิให้มีรถควันดำเข้ามาในเขตเมือง 

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า การดำเนินการปีงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมา คพ. ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก (ขบ)  กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) และ กทม. ตรวจควันดำรถทุกประเภทในพื้นที่ กทม. 211,560 คัน รถที่ถูกคำสั่งห้ามใช้ชั่วคราวได้แก้ไขและมายกเลิกคำสั่งแล้วจำนวน 1,589 คัน และมีการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารที่ใช้งานทั่วประเทศแล้วจำนวน 255,379 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกินกำหนดและพ่นห้ามใช้ จำนวน 1,922 คัน สำหรับปีงบประมาณ 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 16 พฤศจิกายน 2564 ในพื้นที่ กทม.ตรวจสอบ 45,482 คัน เกินค่ามาตรฐาน 11,459 คัน พื้นที่ต่างจังหวัด ตรวจสอบ 10,898 คัน เกินค่ามาตรฐาน 46 คัน ในปีนี้รัฐจะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการตรวจจับควันดำ “ตรวจจับ ปรับจริง–ห้ามใช้รถควันดำ” บังคับใช้บทลงโทษสูงสุด ตั้งจุดตรวจสอบตรวจจับรถควันดำทุกประเภท ครอบคลุมถนนสายหลัก สายรอง ทั้งขาเข้า-ออก จำนวน 20 จุดต่อวัน ทั้งจังหวัดเมืองหลักจะทำพร้อมกัน และมีการปรับปรุงค่ามาตรฐานควันดำจากรถให้เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะเริ่มใช้บังคับในช่วงเดือนเมษายน 2565 

นายชัยรัตน์ พรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า การตรวจวัดควันดำตามมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่รัฐบาลกำหนด  ขบ. ได้เพิ่มความถี่การออกตรวจวัดควันดำจากรถบรรทุกและรถโดยสารบนถนนสายหลักสายรอง โดย 1) ร่วมกับ คพ. บก.จร. และ กทม. ออกตรวจวัดควันดำรถบริเวณที่มีค่า PM2.5 สูง ในเขต กทม. และพื้นที่ต่อเนื่องเพื่อลดปัญหา PM2.5 ในเขต กทม. ชั้นใน สำนักงานขนส่งจังหวัด 15 จังหวัด ในเขตปริมณฑลและพื้นที่โดยรอบที่เข้าสู่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสำนักงานขนส่งจังหวัด 61 จังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจวัดควันดำภายในเขตพื้นที่จังหวัด สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 4 วัน  2) เข้มงวดการตรวจสภาพรถบรรทุกและรถโดยสารตามมาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมทั้งดำเนินการตรวจวัดค่าควันดำรถทุกประเภทที่เข้ารับการตรวจสภาพรถที่สำนักงานและรถที่มาดำเนินการทางทะเบียนในด้านอื่นๆ ด้วย 3) เข้มงวดตรวจสอบการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถเอกชนในพื้นที่รับผิดชอบ และ 4) แจ้งขอความร่วมมือส่วนราชการในจังหวัดนำรถเข้ามาตรวจวัดควันดำ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด นอกจากนี้ ยังเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาควันดำ ผ่านทางสายด่วน 1584

พ.ต.อ. ชัยณรงค์ ทรัพยสาร ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กล่าวว่า บก.จร. ได้มีการจัดชุดปฏิบัติการจำนวน 20 ชุด รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจจับควันดำ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างตามกฎหมาย โดยจะเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม  

ว่าที่ ร.ต. วิรัช ตันชนะประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองจัดคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร โดยได้มีการจัดทำแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มงานยานพาหนะ กลุ่มผู้ประกอบการโรงงาน  กลุ่มการเผาในที่โล่ง กลุ่มแหล่งก่อสร้าง โดยจากข้อมูลพบว่า ปัญหาหลักของฝุ่นละออง PM2.5 มีสาเหตุมาจากยานยนต์เป็นหลัก ทั้งนี้ ได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อลดการเกิดฝุ่น PM2.5 ในเขตเมือง

ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นรถควันดำสามารถแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 หรือสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง Facebook 1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ https://www.facebook.com/dlt1584 และ [email protected]: @1584DLT

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผน 10 ปี ลดขัดแย้งคน-ช้าง ดึงกลับป่าใหญ่

กลุ่มป่าตะวันออกเป็นพื้นที่ที่มีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่ารุนแรงอันดับหนึ่งของประเทศ  แนวโน้มช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เพิ่มขึ้นทุกปี สร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน ช้างป่าบุกกินพืชผลทางการเกษตรเสียหาย พังบ้านเรือน ไม่รวมกรณีทำร้ายชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จนเสียชีวิต ความสูญเสียไม่เฉพาะคน แต่มีช้างป่าถูกยิงตาย ถูกไฟ

2กระทรวงจับมือฟื้นฟูน้ำเสีย ดันจัดเก็บค่าบำบัด

15 พ.ย. 2564 - นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพฺ.) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกระทรวงมหาดไทย โดยองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) ร่วมมือกันดำเนินงานด้านการจัดการคุณภาพน้ำในการเฝ้าระวังและประเมินคุณภาพน้ำ สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดการน้ำเสียชุมชนใน

'COP26' โอกาสเหลือน้อย กู้วิกฤตสภาพอากาศ

การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีการรวมตัวของผู้นำโลกกว่า 120 ประเทศ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศครั้งสำคัญเพื่อหาแผนลดก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้น หลังมีความตกลงปารีส (Paris Agreement) ปี 2558 ที่

'สวนเบญจกิติ' ป่ากลางกรุงแห่งใหม่ ฟื้นชีวิตคนเมือง

ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ตอนนี้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น เมืองใหญ่แต่ละประเทศทั่วโลกพยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ก็เผชิญปัญหาขาดพื้นที่สีเขียว และหันมาจริงจังกับเรื่องนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง พ่อเมืองกรุงเทพประกาศนโยบาย Green Bangkok 2030 มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้อย่างน้อย 10 ตารางเมตร/คน ภายในปี 2573

หนาวนี้สู้ฝุ่น ’PM2.5’ ได้ต้องทำแผนเชิงรุก!

แม้ว่าปัญหามลพิษทางอากาศ pm 2.5 จะถูกพูดถึงและหยิบยกเป็นปัญหาระดับชาติไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่สำหรับกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ปัญหาฝุ่นพิษเป็นประเด็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน คนกรุงต้องใช้ชีวิตกับอากาศเป็นพิษ