‘จักรภพ’ เสนอแยกระบบบริหารผู้สูงอายุกับผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวให้ตรงความต้องการ ชี้ไทยมีโอกาสสร้างรายได้จากเศรษฐกิจการดูแล จี้กำหนดเจ้าภาพและสำรวจต้นทุนที่แท้จริง
30 ตุลาคม 2569 - นายจักรภพ เพ็ญแข ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ถึงรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวในประเทศไทย โดยเสนอให้ยกระดับการดูแลเป็น “เศรษฐกิจการดูแล” เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับการลดภาระครอบครัว พร้อมเร่งกำหนดเจ้าภาพ จัดทำข้อมูลและต้นทุนที่แท้จริง วางระบบบริหาร และเชื่อมการทำงานระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ
นายจักรภพ กล่าวว่า การดูแลผู้สูงวัยและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวเป็นหนึ่งในเรื่องที่ประเทศไทยสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างแท้จริง โดยต้องวางระบบให้ตอบโจทย์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ใครเป็นเจ้าภาพ ต้นทุนที่แท้จริงอยู่ที่เท่าใด ระบบบริหารควรเป็นอย่างไร และจะประสานการทำงานตั้งแต่ระดับชาติ ท้องถิ่น จนถึงประชาชนได้อย่างไร โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลประชาชนในทางปฏิบัติ
สำหรับการกำหนดเจ้าภาพ นายจักรภพ เห็นว่า ต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่สามารถรับผิดชอบแก้ปัญหาได้จริง มากกว่ามุ่งพิจารณาเพียงอำนาจสั่งการหรือการบริหารงบประมาณ
“เอาว่าใครแก้ปัญหา เวลาเกิดเหตุขึ้นใครแก้ปัญหา นั่นคือความเป็นเจ้าภาพที่แท้จริงในงานนี้” นายจักรภพกล่าว
ขณะเดียวกัน การประเมินต้นทุนต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่ครบถ้วนและตรงกับความเป็นจริง หากยังไม่ทราบจำนวนผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่ต้องได้รับการดูแลในแต่ละชุมชนและหมู่บ้านอย่างชัดเจน ย่อมไม่สามารถคำนวณต้นทุนเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ จัดสรรทรัพยากร และออกแบบระบบบริหารได้อย่างเหมาะสม
นายจักรภพ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การดูแลผู้สูงวัยกับการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวมีทั้งส่วนที่เชื่อมโยงกันและส่วนที่แตกต่างกัน จึงควรแยกระบบบริหารให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม แม้จะสามารถใช้การวิจัย ข้อมูล และงบประมาณบางส่วนร่วมกันได้ก็ตาม
ทั้งนี้ การดูแลผู้สูงวัยเกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและโรคของแต่ละบุคคล โดยมีอายุเป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวอาจต้องได้รับการดูแลตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ระยะเวลาการดูแลและทรัพยากรที่จำเป็นแตกต่างกัน การจัดระบบจึงต้องสะท้อนความแตกต่างดังกล่าวอย่างชัดเจน
นายจักรภพ กล่าวต่อว่า แม้ประเด็นนี้เป็นความทุกข์ของหลายครอบครัวและสังคม แต่ประเทศไทยสามารถพัฒนาให้เป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญได้ โดยต่อยอดจุดแข็งด้านอัธยาศัยไมตรี ความเอื้ออาทร ความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจผู้อื่น มาเป็นหัวใจของการให้บริการดูแลอย่างมีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเศรษฐกิจการดูแลต้องสร้างโครงสร้างรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง ควบคู่กับการป้องกันการเอาเปรียบ และคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทั้งผู้ดูแลและผู้รับการดูแล เพื่อไม่ให้ภาระทั้งหมดตกอยู่กับครอบครัวจนผู้ดูแลเกิดภาวะหมดไฟ หรือทำให้กองทุนที่เกี่ยวข้องต้องแบกรับภาระจนกระทบต่อการดูแลประชากรกลุ่มอื่น
“เรื่องนี้น่าจะบริหารในทางเศรษฐศาสตร์ เรียกว่าเป็นเศรษฐกิจการดูแลผู้สูงวัยและผู้มีภาวะพึ่งพิงระยะยาวไปด้วย หาทางจัดโครงสร้างที่ทำให้เกิดรายได้อย่างถาวร อย่างมั่นคง โดยที่ดูแลไม่เกิดการเอาเปรียบ หรือทำลายความเป็นมนุษย์ของคนที่เป็นทั้งผู้ดูแลและผู้ได้รับการดูแล” นายจักรภพกล่าว
นายจักรภพย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับสังคมสูงวัยด้วยการวางแผนและจัดระบบตั้งแต่วันนี้ โดยอย่างน้อยต้องเร่งรวบรวมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการตัดสินใจ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านการดูแลให้เป็นโอกาสสำคัญของประเทศ พร้อมกล่าวให้กำลังใจคณะผู้จัดทำรายงาน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น.
“นี่คือเวลาในการวางแผน นี่คือเวลาในการวางระบบ และสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้ายังทำอะไรไม่ได้เลย อย่างน้อยก็ขอใช้เวลานี้รวบรวมข้อมูลเพื่อจะนำไปสู่การตัดสินใจ” นายจักรภพ กล่าวทิ้งท้าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ธอส.’ลุยสินเชื่อ Reverse Mortgage รองรับสังคมสูงวัย
‘ธอส.’ ลุยสินเชื่อ Reverse Mortgage รองรับสังคมสูงวัย ตั้งแต่ 60-80 ปี ชูเปลี่ยนให้บ้านเป็นรายได้ มีเงินใช้จ่ายรายเดือน เคาะวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา
ผลสำรวจชี้คนไทยจำนวนมากเข้าไม่ถึงสวัสดิการรัฐ
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับสวัสดิการรัฐ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,132 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2569
'แม่ภัทร' ปล่อยโฮชี้ห้องขังลับ 'บอลรูม' ลั่นเอาผิดทุกคนถึงที่สุด
ตำรวจนำ “แม่ภัทร” ผู้เสียหายจากสถานดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ชี้จุดกักขังบนชั้น 4 ถึงกับทรุดร้องไห้เมื่อเห็นสถานที่เดิม เผยเคยถูกขังในห้องมืดและใช้ซ่อนผู้ป่วย
เปิด 8 มาตรการ ยกระดับดูแลกลุ่มเปราะบาง 'คนป่วย-พิการ-ผู้สูงอายุ' ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

