
การพัฒนาอุตสาหกรรมของโลก ทำให้เกิดความต้องการแรงงานและการย้ายถิ่นระหว่างประเทศจำนวนมาก ในประเทศไทยมีทั้งอพยพจากชนบทเพื่อเข้ามาเป็นแรงงานในเมืองใหญ่ และเดินทางจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ ซึ่งให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า เพื่อต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางและสัญญาจ้างงาน ยังมีข้อจำกัดหลายประการ แรงงานย้ายถิ่นเหล่านี้จะต้องอยู่ห่างไกลกับครอบครัวเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเราจะเห็นผลกระทบของปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับเด็กจากการที่ตัวพ่อแม่แรงงานสูญเสียการดูแล และภาระดูแลตกอยู่กับคนสูงวัย ปู่ ย่า ตา ยาย ทั้งๆ ที่ต้นตอของเรื่องควรกลับมาย้อนดูนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวกับการจ้างงานและมาตรการช่วยเหลือพ่อแม่ย้ายถิ่นว่า จะมีการเฝ้าระวังเด็กและครอบครัวอย่างไร ในสถานการณ์ที่มีแรงงานย้ายถิ่นระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในอีกด้านหนึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลได้นำเสนอการศึกษาวิจัยเรื่อง ” ผลกระทบจากการย้ายถิ่นระหว่างประเทศของแรงงานไทยต่อสุขภาพจิตของครอบครัวในประเทศต้นทาง : สถานการณ์การสูญเสียการดูแลและการส่งต่อภาระการดูแลของครัวเรือนที่มีการย้ายถิ่นในประเทศไทย “ โดย ดร.เบญจมาศ เป็นบุญ ซึ่งมี รศ.ดร.อารี จำปากลาย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม (IPSR) ม.มหิดล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา งานวิจัยชี้ให้เห็นความเสี่ยงเด็กที่มีปัญหาสุขภาพจิตและพฤติกรรมเกเร เนื่องจากพ่อแม่ไปทำงานต่างแดน โดยคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติประจำปี 2564 รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี สาขาสังคมวิทยา

ดร.เบญจมาศ เป็นบุญ ดุษฎีบัณฑิตของ IPSR ใช้ข้อมูลที่มีกลุ่มตัวอย่าง 1,000 ครัวเรือน เมื่อศึกษาลงลึกไปพบกรณีที่แม่ไม่อยู่กับครอบครัว ส่งผลกระทบมากกว่าพ่อไม่อยู่ พร้อมลุยลงพื้นที่สัมภาษณ์พูดคุยเก็บข้อมูล”แม่แรงงานย้ายถิ่น” ในต่างแดนด้วยตัวเอง ทำให้ได้เห็นมุมมองของแม่แรงงานย้ายถิ่น ซึ่งมีหลายประเด็นน่าห่วง
นักวิจัยบอกว่า ทุกวันนี้ยังคงมีแรงงานไทยไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งมีกระแสคนรุ่นใหม่แสวงหาแนวทางไปทำงานต่างประเทศมากขึ้น โดยหญิงไทยส่วนใหญ่ไปทำงานที่ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี และตะวันออกกลาง เป็นแม่บ้านและลูกจ้างทำความสะอาด บางครั้งอาจจะทำหน้าที่ที่มากกว่าทำงานบ้าน เป็นยิ่งกว่าคนรับใช้ ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลเด็ก จนถึงสัตว์เลี้ยงของนายจ้าง แต่กลับไม่ได้ดูแลครอบครัวตัวเองเลย
ได้เก็บข้อมูลกับแม่ย้ายถิ่นฮ่องกง ซึ่งทำงานเกิน 5 ปี 10 ปี ตั้งแต่ลูกยังเล็กจนโตเป็นวัยรุ่น พบว่า แม่ย้ายถิ่น ไม่ได้มองว่า การไปทำงานต่างแดนของตนเป็นการสูญเสียการดูแล แต่กลับเป็นการดูแลลูกและครอบครัวอีกวิธี มีการส่งเงินกลับ เพื่อให้ลูกได้รับการศึกษาและฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม่พยายามรักษาความใกล้ชิดด้วยการใช้เทคโนโลยีสื่อสาร วิดีโอคอล รวมถึงพึ่งเครือญาติมาช่วยดูแลเด็กที่แม่ไปทำงานต่างประเทศ “ ดร.เบญจมาศ กล่าว
เมื่อศึกษาพบว่า ภาวะที่พ่อหรือแม่ไปทำงานต่างแดน เด็กผู้ชายจะมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตและพฤติกรรมมากกว่าเด็กผู้หญิง เช่น ภาวะสมาธิสั้น และเกเร เพราะขาดพ่อแม่ต้นแบบในการดำเนินชีวิต เด็กชายส่วนมากเกรงใจพ่อและเรียนรู้สิ่งที่ดีจากพ่อ เจาะลงลึกไปพบกรณีที่แม่ไม่อยู่กับครอบครัว ส่งผลกระทบมากกว่าพ่อไม่อยู่ด้วย
ดร.เบญจมาศ บอกว่า แม่ไม่อยู่กับครอบครัว เมื่อเด็กเติบโตเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งในบ้านมีแต่ปู่ ย่า ตา ยาย อยู่ด้วย ประสบปัญหาช่องว่างระหว่างวัย เด็กปรับตัวไม่ได้ เกิดผลกระทบทางจิตใจ มีความสับสน วิตกกังวล บางคนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โกหก หรือลักขโมย แม่แรงงานย้ายถิ่นหลายคนเห็นปัญหามากขึ้น และคิดว่า ถ้าอยู่ตรงนั้นก็จะสามารถดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้น ครอบครัวต้องเฝ้าระวังและสังเกตเป็นพิเศษถ้าพ่อแม่เป็นแรงงานย้ายถิ่น
ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างแม่แรงงานย้ายถิ่นที่มีลูกสาวกำลังสับสนทางเพศ ลูกเป็นเพศที่สามหรือเปล่า ตายายที่มีบทบาทดูแลไม่เข้าใจ ในตัวเด็กก็มีภาวะเครียด ทำให้เขาอึดอัด เกิดผลเสียต่อจิตใจเด็ก แม่รู้ลูกมีปัญหา ด้วยการทำงานที่อยู่ต่างประเทศ ไม่อยากห่างเหิน ก็ใช้เทคโนโลยีสื่อสารกับลูกมากขึ้น แบ่งปันมุมมองประสบการณ์ สุดท้ายลูกก็ปรับพฤติกรรมตรงตามเพศ ถ้าพ่อแม่ดูแลลูก ลูกจะเข้าใจมีที่ปรึกษา

อีกเคสพ่อแม่ทำงานไกลบ้านจ้างคนไม่รู้จักดูแลเด็ก เพราะเครือญาติไม่สะดวกในการรับภาระดูแล ซึ่งรูปแบบนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาศัยคนข้างบ้าน คนไม่รู้จักเลี้ยงลูก รายนี้โชคดีที่คนเลี้ยงรักและดูแลเหมือนลูกหลาน เด็กก็ปรับตัวอย่างมากเรียกคนดูแลว่า “แม่” เวลาแม่ตัวจริงกลับมาเยี่ยม ได้อยู่ใกล้ชิดกัน เมื่อถึงเวลาต้องกลับไปทำงานต่างประเทศ ลูกร้องไห้แทบขาดใจ ผู้ดูแลก็สะเทือนใจเหมือนต้องพรากลูกออกจากอกแม่ด้วยความจำเป็น อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ไม่โชคดีแบบนี้ การจ้างคนดูแลเด็ก เสี่ยงเผชิญปัญหาความรุนแรง การล่วงละเมิด ท้ายสุดไม่มีใครดูแลและรับผิดชอบลูกได้ดีที่สุดเท่าที่พ่อแม่ดูแลลูกด้วยตนเอง
“ ส่วนมากแรงงานจะได้กลับมาเยี่ยมครอบครัวทุกๆ 2 ปี เป็นข้อตกลงจากสัญญาจ้างงาน ซึ่งที่พูดคุยแม่อยากกลับถ้าไม่สูญเสียรายได้ พวกเขามองว่า ถ้าต้องแลกกับค่าใช้จ่ายเดินทางกลับบ้านเกิดที่เสียไป เก็บเงินไว้ให้ลูกเรียนหรือเป็นค่ารักษาพยาบาลครอบครัวยามเจ็บป่วยดีกว่า นอกจากนี้ ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และการประกาศล็อกดาวน์ ทำให้แรงงานย้ายถิ่นไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ “ ดร.เบญจมาศ กล่าว
แนวทางที่จะลดปัญหาและสร้างครอบครัวให้สุขสันต์เมื่อพ่อแม่เป็นแรงงานย้ายถิ่น ดร.เบญจมาศเสนอว่า แต่ละครอบครัวมีความจำเป็นและมีสภาพเศรษฐกิจในครัวเรือนแตกต่างกัน บางครอบครัวเลือกไม่ได้พ่อแม่ต้องไปทำงานต่างประเทศ ก็ต้องใช้เทคโนโลยีเชื่อมสัมพันธ์เพิ่มความใกล้ชิด
ส่วนแนวทางแก้ปัญหาระดับนโยบาย เธอเสนอว่า รัฐบาล กระทรวงต่างๆ ต้องสร้างนโยบายที่เป็นธรรม เท่าเทียม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานย้ายถิ่น และครอบครัวแรงงานย้ายถิ่น ลดข้อจำกัดในการเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัว ปรับสัญญาจ้างงานและสวัสดิการแรงงาน ทำให้แรงงานกลับประเทศได้บ่อยขึ้น โดยรักษาสถานภาพการจ้างงาน สิ่งนี้จะเป็นแรงจูงใจให้เหล่าแรงงานย้ายถิ่นระหว่างประเทศกลับมาเยี่ยมบ้านประเทศต้นทาง
นอกจากนี้ เสนอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ พัฒนาระบบติดตาม เฝ้าระวังครอบครัวแรงงานย้ายถิ่นระหว่างประเทศ เพิ่มนักพัฒนาสังคมระดับจังหวัด นักสังคมสงเคราะห์เยี่ยมบ้านแบบสหวิชาชีพ ช่วยเหลือให้ครัวเรือนที่พ่อแม่ย้ายถิ่นมีการเฝ้าระวัง และตรวจสอบสุขภาพจิตใจของเด็กและผู้ดูแลด้วย ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่า จะเพิ่มโอกาสการดูแล ลดผลกระทบและปัญหาสังคมมิติอื่นๆ ที่จะตามมา
อย่างไรก็ดี ดร.เบญจมาศ เผยไทยยังคงมีประเด็นแรงงานอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากเข้ามาทำงานและมีเด็กติดตามมาด้วย ลูกของบรรดาแรงงานข้ามชาติขาดโอกาส ไม่มีสิทธิ ไม่เสียง เข้าไม่ถึงการคุ้มครองทางสุขภาพ ขณะที่สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว อัตราการเกิดของเด็กไทยลดลง และคาดว่าจะลดลงไปเรื่อยๆ ไทยจะขาดแคลนแรงงาน ทำให้สนใจจะทำวิจัยแนวทางพัฒนาศักยภาพเด็กแรงงานข้ามชาติไปสู่แรงงานคุณภาพให้เกิดประโยชน์ต่อภาคแรงงานไทยในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สสส.เปิดรายงานสุขภาพคนไทยปี 69 พบวิกฤตเด็กเกิดน้อย สังคมแก่ตัว ข้อมูลท่วมท้น เจ็บป่วยนาน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” นำเสนอสัญญาณเตือนสำคัญของสังคมไทย ผ่าน 10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิด 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า
ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัว นศพ.เอง
ศูนย์จีโนมฯ เตือนสติ 'อีโบลา' ไม่ใช่เรื่องไกลตัว 'ไทย' ต้องเตรียมพร้อมทันที
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ซีดีซีสหรัฐเผยโฉม BA.3.2 สายพันธุ์โควิดที่ซ่อนตัวเก่งที่สุด!
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

