อดีตนักเรียนเกาหลี เปิดมุมมองพัฒนาคลองช่องนนทรี เทียบคลองชองกเยชอน

28 ธ.ค.2564 - นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา นักธุรกิจ ฟาร์มปลาสวยงาม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Nitipat Bhandhumachinda กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อการพัฒนาคลองช่องนนทรี ในฐานะมุมมองหนึ่งของอดีตนักเรียนเกาหลีใต้ ว่านับจากมีประเด็นคลองช่องนนทรี ก็มีคนชอบถามผมที่เคยเรียนเกาหลีว่า โครงการนี้ เมื่อเทียบกับ คลอง ชองกเยชอน (청계천) แล้วคิดว่าอย่างไร

ผมก็ตอบไปตามความจริงว่า แม้สมัยที่เรียนอยู่เกาหลี ผมจะชอบขี่เสือหมอบ ร่อนถ่ายรูปไปตามที่ต่างๆ แถวๆ นั้น แต่ไม่เคยสังเกตสนใจไอ้คลองโบราณอายุหลายร้อยปีนี้เลย เพราะคลองที่โดนตึกรามบ้านช่องและถนนหนทาง สร้างขึ้นมากดทับ มากมาย จนน้ำเน่าเสียไปทั้งคลองนั้น มันเป็นผลจากการขยายเมืองอย่างรวดเร็ว ของยุคเกาหลีก้าวกระโดด จนเป็นรอยด่างกลางเมืองที่ซ่อนตัวเงียบๆ ไม่มีใครอยากเห็นหรือให้ความสนใจ

ช่วงที่กรุงโซลต้องการจะพัฒนาคลองชองกเยชอน ที่มีความยาวเกือบๆ 6 กิโลเมตร ให้สะอาด ซึ่งใช้งบประมาณมหาศาล (ประมาณหมื่นล้านบาท) และต้องเวนคืนบ้านเรือนหลายแห่ง ก็โดนกระหน่ำต่อต้านมากมาย แต่พอสร้างเสร็จก็กลายเป็นแหล่งรวมความสนใจ กลายเป็นหน้าเป็นตา และจุดท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจของกรุงโซล

ถามผมว่าผมชอบหน้าตาของคลองชองกเยชอนในสมัยนี้ไหม ก็ตอบได้ว่าไม่ค่อยชอบหรอก เพราะผมไม่ใช่คนที่ชอบสิ่งปลูกสร้างที่อลังการไม่เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าถามว่าดีมีประโยชน์ไหมนั้น ก็ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับคลองน้ำดำๆ รายล้อมไปด้วยแหล่งเสื่อมโทรมอย่างสมัยก่อนแล้ว ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาปรับปรุงได้คุ้มค่าแม้จะใช้เงินลงทุนมากมายก็ตาม

หันมาพูดถึงคลองช่องนนทรีบ้าง!!

ประเด็นแรกที่คนชอบพูดกันอย่างเข้าใจผิดคือ…ต่างคิดว่า ไอ้ส่วนที่สร้างเสร็จและเปิดให้บริการแล้วนี่ ใช้งบประมาณไป 980 ล้านบาท ซึ่งตัวเลข 980 ล้านบาทนั้น จริงๆ แล้วคืองบประมาณในการก่อสร้างคลองเส้นทางคลองช่องนนทรี ทั้งหมด 5 เฟส ความยาวรวม 4.5 กิโลเมตร ไม่ใช่เฉพาะส่วนเฟสแรกที่เปิดแล้วตอนนี้ ที่มีระยะยาวทั้งหมด 200 เมตร โดยมีระบบบำบัดน้ำ และจุดเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งใช้งบประมาณจริงไปทั้งหมด 80 ล้านบาท

ถ้าถามว่า ชอบคลองช่องนนทรีเฟสแรกนี้ไหม ก็คงต้องตอบเหมือนเดิมว่า ไม่ชอบอะไรที่ยึกยือ ดูไม่เป็นธรรมชาติในลักษณะนี้ และอยากจะแนะ กทม. ว่าจุดประชาสัมพันธ์หลัก ควรอยู่ที่การบริหารจัดการน้ำเสีย ซึ่งทรงคุณค่ากว่า ภาพความสวยงามหน้าฉาก

แต่ถ้าถามว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหรือไม่? จากคนที่เคยเดินเท้าจากที่ทำงานบนตึกเอ็มไพร์ผ่านนราธิวาสไปถนนสีลมบ่อยๆ แล้ว หากใครจะฟื้นฟูความน่าเศร้าของคลองที่น้ำเสียตลอดสาย ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สะอาด ฟื้นฟูจิตใจให้กับคนกรุงเทพได้บ้างแล้ว

อยากจะทำก็ทำไป โดยผมคงไม่มีอะไรจะโต้แย้งหรอกครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นิรโทษกรรม คดีชุมนุมการเมือง ล้างทุกสิ่งเพื่อกลับไปเริ่มต้นใหม่

จากมติที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 ที่เห็นชอบร่าง พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... หรือที่เรียกกันว่า "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมือง"

'สมชัย' สะท้อนผลเลือกตั้ง 'สก.' ความสำเร็จการเมืองแบบบ้านใหญ่ในเมืองหลวง ยังคงอยู่

อดีตกกต. ชี้การเลือก สก. ของคน กทม. ไม่ใช่การตัดสินใจในระบบพรรคล้วน ๆ แต่มีปัจจัยตัวบุคคลเข้ามาประกอบ 

'อัษฎางค์' ชำแหละ ฝ่ายตรงข้ามพลาด 5 เรื่องหลัก ตีโจทย์4ปีทำไม่ได้ตามที่หาเสียง 'ชัชชาติ' ไม่แตก

เอ็ดดี้ชี้ฝ่ายตรงข้ามพลาด เพราะมีคำถามเรื่องผลงาน แต่ไม่มีการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชัชชาติคือผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อความล้มเหลว

คะแนนทะลุล้าน! 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯกทม.สมัย2 ลุยคลายปมความโปร่งใส ปราบทุจริตคอรัปชัน

ชัชชาติ ลั่นสิ่งที่ประชาชนกังวลในช่วงเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส เรื่องทุจริตคอรัปชัน ต้องทำต่ออย่างเข้มข้น ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ยืนยัน จะเดินหน้าต่อ 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ละเลยและทำอย่างเข้มข้น