29 ธ.ค.2564 - แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนไทยในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เปิดเผยถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union- KNU)บริเวณตอนใต้ของเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับอำเภอแม่สอด ทำให้มีผู้อพยพหลายพันคนข้ามแม่น้ำเมยมาหลบภัยในฝั่งไทย ว่าล่าสุดได้มีการประสานงานจากฝ่ายความมั่นคงของไทยเป็นตัวกลางติดต่อไปยังพลเอกมูตู เส่โพ ประธาน KNU เพื่อขอให้มีการเจรจากับกองทัพพม่า เนื่องจากขณะนี้กองทัพพม่าได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากการสู้รบรุนแรงขึ้นตามลำดับ
แหล่งข่าวกล่าวว่า ท่าทีของพลเอกมูตู เส่โพ นั้นเห็นด้วยการตั้งโต๊ะเจรจามาตั้งแต่เริ่มต้นที่ทหารพม่าเปิดการรบกับทหารกะเหรี่ยง KNU กองพล 6 แต่เนื่องจาก พลเอกมูตู ไม่สามารถสั่งการไปยังหน่วยปฎิบัติได้ ดังนั้นการสู้รบจึงยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมจนถึงปัจจุบัน ทำให้มีชาวกะเหรี่ยงและชาวพม่านับหมื่นคนต้องหนีออกจากบ้านมาหลบซ่อนและข้ามมาประเทศไทย
“ยังไม่แน่ว่าทหารกะเหรี่ยงกองพล 6 จะยอมเจรจาด้วยหรือไม่ เพราะกองทัพพม่าเป็นผู้ที่บุกโจมตีเขาก่อน แต่ตอนนี้ทหารพม่าเองก็เสียหายหนักและมีทหารเสียชีวิตนับร้อยคน ทำให้เขาเริ่มเห็นด้วยกับการเจรจา ซึ่งคงไปคุยกันที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของพม่า” แหล่งข่าว กล่าว และว่าความต้องการของกองทัพพม่าคืออยากให้ KNU กองพล 6 กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพ (Nationwide Ceasefire Agreement-NCA) เนื่องจากก่อนหน้าเกิดรัฐประหาร กองพล 6 และกองพล 7 ของ KNU อยู่ในกระบวนการ NCA แต่เมื่อเกิดรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ทั้ง 2 กองพลได้ออกจากกระบวนการเจรจาดังกล่าว
ด้านพะโด่ซอตอนี (Padoh Saw Taw Nee) ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ KNU กล่าวว่าขณะนี้ผลกระทบจากการสู้รบเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ แต่ตนยังไม่ได้ยินว่าทางการไทยจะขอให้มีการเจรจา แต่การอพยพของประชาชนที่หนีภัยการสู้รบนั้น มีความเป็นห่วงจากหลายฝ่าย และที่ผ่านมาหลายกลุ่มขอให้มีการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบ แต่จากประสบการณ์ของ KNU ในการเจรจากับทหารพม่านั้น พบว่ากองทัพพม่า ไม่สามารถเชื่อถือได้ หากจะมีการเจรจาจริงต้องมีหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อให้มีการเจรจาเป็นไปอย่างยุติธรรม
“ที่ผ่านมาเจรจากันไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่ก็ไม่เกิดผลใดๆ สุดท้ายทหารพม่าก็ก่อรัฐประหารในประเทศของตัวเอง สิ่งที่เราต้องการคือสันติภาพ สิ่งแรกคือทหารพม่าต้องถอนกองกำลังออกจากพื้นที่สู้รบทั้งหมดในทันที และต้องยุติการเข่นฆ่าทำร้ายประชาชน การกระทำที่ใช้อาวุธ ทิ้งระเบิดโดยเครื่องบิน ต้องยุติทั้งหมด หากยุติสิ่งเหล่านี้ได้ การเจรจาอาจเป็นขั้นต่อไปได้” พะโด่ซอตอนี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3
วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ
ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ
“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื
‘คลิตี้’ กะเหรี่ยงสุดขอบฟ้าที่ทองผาภูมิ
เราพาทุกคนทุกท่านเดินทางฝ่าผืนป่า ข้ามผ่านถนนลูกรังทุรกันดารและโคลนตมอันยาวนานกว่าสามชั่วโมง สู่ดินแดนที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขารอยต่อป่าใหญ่
รื้อแล้วป้ายภาษาเขมร รพ.สุรินทร์! สื่อกัมพูชาตีข่าว ชาวบ้านลั่นไม่ต้องง้อ
รพ.สุรินทร์ทำป้ายใหม่ รื้ออักษรภาษาเขมรออก เหลือชื่อโรงพยาบาลไม่มีภาษาเพื่อนบ้าน สื่อกัมพูชาหยิบไปตีข่าว ตั้งคำถามเกี่ยวข้อ
พระสงฆ์ลุยน้ำท่วม รับบิณฑบาตปชช. ในเทศบาลแม่สอด
ช่วงเช้ามืด พระสงฆ์ออกบิณฑบาต ต้องเดินลุยน้ำ รับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนในวันพระ หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก
เด็กในศูนย์ลี้ภัยเศร้า ถูกบังคับให้พ้นโรงเรียนกลางคัน 'สพป.ตาก' ประกาศกดดัน 19 รร. เรียกคืนเงินอุดหนุน
เด็กในศูนย์ผู้ลี้ภัยเศร้า สพป.ตากไม่หนุนให้เรียนข้างค่าย-ออกประกาศกดดัน 19 รร.ขู่เรียกคืนเงินอุดหนุน-ทำ 13 หนูน้อยเคว้งถูกออกกลางคัน-นักกฎหมายชี้ขัดรัฐธรรม/พรบ.การศึกษา-ส่งจดหมายถึง รมว.ศธ.-กสม.-สมช.-มท.ขอให้คุ้มครองสิทธิการศึกษาเด็ก

