ดีเดย์ 11 บริษัท ยื่นซองต่อเรือฟริเกตวันนี้ ทร.หนุนสร้างในประเทศ

แฟ้มภาพ

21 เม.ย.2569- พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (20 เมษายน 2569) กองทัพเรือจัดการประชุมแนวทางการดำเนินโครงการจัดหาเรือฟริเกตภายใต้กลไกการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Offset Policy) ร่วมกับสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย (TSBA) ผู้ประกอบการอู่ต่อเรือในประเทศ โดยมี สวทช. ร่วมให้ข้อมูลในหลักการและวิธีการคำนวณ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและตรงกัน โครงการนี้นอกจากการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงจำนวน 1 ลำ ยังมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการผลักดันอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ซื้อ” ไปสู่ “ผู้สร้าง” อย่างเป็นรูปธรรม

กองทัพเรือกำหนดกรอบการดำเนินงานผ่าน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การลงทุนในประเทศ การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมบุคลากร การร่วมผลิต และการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยมีส่วนร่วมในทุกระดับของอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ ได้วางแผนเป็น “บันได 3 ขั้น” เพื่อมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองในระยะยาว เริ่มจากการเรียนรู้จากผู้สร้างต่างประเทศ สู่การผลิตในประเทศบางส่วน และต่อยอดไปสู่การสร้างเรือได้เองทั้งระบบในอนาคต ในด้านหลักเกณฑ์การพิจารณา กองทัพเรือยืนยันแนวทางเปิดกว้าง โดยมุ่งให้เกิดข้อเสนอที่ดีที่สุด ไม่กำหนดเพดานบนของการดำเนินการ Offset พร้อมทั้งให้ข้อมูลในหลักการและวิธีการคำนวณค่าผลลัพธ์ที่วัดได้จริงของกรอบการชดเชยด้านต่าง ๆ ผู้เสนอที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศได้สูง ทั้งในด้านการต่อเรือในประเทศ การใช้ทรัพยากรในประเทศ และการพัฒนาเทคโนโลยี จะได้รับการพิจารณาในระดับที่สูงขึ้นตามลำดับ

การพิจารณาการชดเชยฯ จะยึดหลักการวัดผลจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง (Outcome-Based) ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างครบถ้วน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยสามารถซ่อมบำรุง พัฒนา และต่อยอดได้ด้วยตนเองในอนาคต นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้เปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนในประเด็นต่าง ๆ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานการประเมิน และความพร้อมด้านการลงทุน โดยยืนยันว่าจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปใช้ในการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดต่อประเทศ ควบคู่ไปการได้เรือฟริเกตที่ตรงกับความต้องการทางยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ

โฆษกกองทัพเรือย้ำว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการจัดหาเรือรบ แต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สร้างงาน พัฒนาเทคโนโลยี และเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยจะดำเนินการภายใต้หลักความโปร่งใส เป็นธรรม และการแข่งขันอย่างแท้จริง เพื่อให้ประเทศไทยได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุดทั้งในมิติเศรษฐกิจและความมั่นคงเพื่อให้สามารถพี่งพาตนเองได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากองทัพเรือไทยเชิญ 11 บริษัทชั้นนำจากยุโรปและเอเชียยื่นข้อเสนอโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง 1 ลำ มูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาทในวันนี้ (21 เมษายน) โดยโครงนี้กำหนดให้ต่อเรือในประเทศไม่น้อยกว่า 20% เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเปิดให้ภาคประชาชนร่วมสังเกตการณ์เพื่อความโปร่งใส.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทร.ยืนยัน ‘ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด’ พร้อมร่วมมือขยายผลเครือข่ายค้าอาวุธผิดกฎหมาย

ทร.ยืนยัน “ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด” พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่กับกระบวนการสอบสวน กรณีขยายผลเครือข่ายค้าอาวุธผิดกฎหมาย

บริษัทนาวันเทีย สเปน เสนอ ทร. จัดหาเรือฟริเกต สร้างทั้งลำ 100% ในไทย พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี

"นาวันเทีย สเปน" เปิดข้อเสนอ ทร.โครงการจัดหาเรือฟริเกต อัดโปรต่อเรือในไทย 100% พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เชื่อเป็นประโยชน์อุตสาหกรรมต่อเรือรบ-เรือเทคโนโลยีขั้นสูงของไทยในอนาคต

ทร. แจงจัดหาเรือฟริเกตตามสมุดปกขาว แต่พร้อมปรับแผนงานสอดคล้องนโยบายรัฐบาล

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายตามสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับกรณีการเลื่อนโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่ 2 ของ ทร. นั้น ขอชี้แจงว่า การจัดหาเรือฟริเกตเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังรบตาม

ทร. เผย 6 บริษัทจากหลายประเทศ ยื่นข้อเสนอโครงการจัดหาเรือฟริเกต

6 บริษัทยื่นข้อเสนอต่อเรือ "ฟรีเกต” ลำใหม่ให้ ทร. จาก “เกาหลีฯ -ตุรกี- สเปน -สิงคโปร์” เผย คณะกก. พิจารณารอบคอบ รัดกุม โปร่งใส ดูคุณสมบัติบริษัท-ข้อเสนอทางเทคนิค การชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset) และราคา คาดใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเศษ