'ปธ.ศาลรธน.' ลุ้นหนักได้นั่งยาวหรือเก็บของ รอฟังมติสว.โหวตตุลาการคนใหม่

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน.ลุ้นหนัก อังคารนี้ ได้นั่งยาวหรือเก็บของ สภาสูงโหวตตุลาการศาลรธน.หลังเคยคว่ำไปสองชื่อ สว.สีน้ำเงินเปรย ประธานชักอยู่นาน บอกไม่ติดใจคุณสมบัติ.จักรพงศ์รร.นายร้อยตำรวจแต่รอสัญญาณเช้า 30 มิ..ให้ผ่านหรือสอยร่วง   

21 มิถุนายน  2569 – ผู้สื่อข่าว “ไทยโพสต์” รายงานจากรัฐสภาว่าในการประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระการประชุมที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรธน.ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานฯ ที่คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ  แต่เกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อปี 2566 ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาลรธน.คนใหม่ เพื่อมาแทน ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรธน.ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาลรธน.และประธานศาลรธน.มาเกินวาระ เกือบจะสองปีไปแล้ว  

โดยที่ประชุมลับวุฒิสภา จะเริ่มจากการพิจารณารายงานของ คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชรเป็นประธานฯ  ที่จะมีทั้งรายงานในส่วนที่เปิดเผยและรายงานลับ จากนั้น จะมีการอภิปรายในที่ประชุมลับและตามด้วยการลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ให้ ศาสตราจารย์ จักรพงศ์ เข้าไปเป็นตุลาการศาลรธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรธน.เคยลงมติคัดเลือกและส่งชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.ในสาขา ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์คนใหม่เพื่อมาแทน ศ.ดร.นครินทร์ ประธานศาลรธน.แล้วถึงสองคน แต่ปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภากลับลงมติไม่ให้ความเห็นชอบสองชื่อติดต่อกันคือ ศาสตราจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดีจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์ ร.ต.อ. สุธรรม เชื้อประกอบกิจ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

จึงทำให้ ศ.ดร.นครินทร์ อยู่เป็นตุลาการศาลรธน. มาเกินสิบปีแล้ว หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรธน.เมื่อช่วง พฤศจิกายน 2558 จากนั้นก็ขึ้นเป็นประธานศาลรธน. เมื่อมีนาคม 2567

ซึ่งศ.ดร.นครินทร์ ครบวาระการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรธน.ไปตั้งแต่เมื่อ พฤศจิกายน 2567 แต่กฎหมายบัญญัติว่า ให้ตุลาการศาลรธน.ที่ครบวาระต้องอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะมีตุลาการศาลรธน.คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน ทำให้เมื่อวุฒิสภา ไม่เห็นชอบศ.สิริพรรณและศ.ร.ต.อ.สุธรรม จึงทำให้ ศ.ดร.นครินทร์ นั่งเป็นประธานศาลรธน.มายาวนาน

ด้านแหล่งข่าวสมาชิกวุฒิสภา ที่เป็นมือประสานของกลุ่มสว.สีน้ำเงินที่คุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา  ให้ข้อมูลว่า จนถึงขณะนี้ จากที่สว.มีการคุยกันนอกรอบ ถึงการโหวตตุลาการศาลรธน.คนใหม่ในวันอังคารที่ 30 มิ.ย. นี้ ทาง สว.หลายคนเห็นว่า จากการอ่านรายงานของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ฉบับเปิดเผยที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติฯ ศ.จักรพงศ์  พบว่าสว.ส่วนใหญ่ไม่มีอะไรติดใจเรื่องคุณสมบัติ แม้จะพบว่าเคยมีการร้องเรียนว่า ศ.จักรพงศ์  อาจขาดคุณสมบัติในการได้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์ แต่ก็พบว่าคำชี้แจงของศ.จักรพงศ์  ฟังขึ้นมีเหตุผล จึงทำให้ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรว่าจะโหวตคว่ำไม่ให้ ศ.จักรพงศ์  เข้าไปเป็นตุลาการศาลรธน. ยกเว้นแต่มีสัญญาณพิเศษหรือมีข้อมูลใหม่ ส่งมาถึงสว. ในช่วงเช้าวันอังคารที่ 23 มิ.ย. ก็อาจทำให้โผพลิกได้

“สว.บางส่วนก็คุยกันว่า ตัวดร.นครินทร์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญเริ่มอยู่นานเกินไป ในเมื่อคนที่ถูกส่งชื่อมา ผ่านการคัดกรองอย่างดีแล้วจากคณะกรรมการสรรหา ก็ควรโหวตให้ความเห็นชอบ ส่วนกรณีเรื่องคุณสมบัติของศ.จักรพงศ์ ในการเป็นศาสตราจารย์  แม้จะพบว่าทำให้ กรรมการสรรหาต้องนัดลงมติกันในเรื่องนี้และเสียงแตก โดยเฉพาะการที่ประธานศาลฎีกา ที่เป็นประธานกรรมการสรรหา ลงมติในฝั่งว่าศ.จักรพงศ์ ขาดคุณสมบัติในการสมัครเป็นตุลาการศาลรธน. ก็เป็นเรื่องที่สว.ก็คุยกันอยู่เช่นกัน แต่เมื่อเสียงข้างมาก 6เสียงลงมติว่าไม่ขัดคุณสมบัติ และหนึ่งในนั้นมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ลงมติในฝั่งเสียงข้างมากว่า ศ.จักรพงศ์ ไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ตรงนี้ ก็ทำให้สว.มองว่าก็ต้องยึดหลักเสียงข้างมาก แม้ความเห็นของประธานศาลฎีกาอาจจะมีน้ำหนัก  แต่สุดท้าย สว.จะลงมติให้ศ.จักรพงศ์ เข้าไปเป็นตุลาการศาลรธน. คนใหม่หรือไม่ คงต้องรอคุยกันให้ชัดในการประชุมลับเพื่อจะได้ซักถามกรรมาธิการสอบประวัติฯว่าศ.จักรพงศ์  มีเรื่องร้องเรียนส่วนตัวอะไรหรือไม่ เพื่อประกอบการลงมติ แต่ก็คงต้องรอดูท่าทีสว.กันอีกครั้งตอนเช้าวันอังคารนี้ว่าจะให้ความเห็นชอบหรือจะโหวตคว่ำ เหมือนกับสองคนก่อนหน้านี้ที่เคยส่งชื่อมาแล้วสว.โหวตตก”สว.สีน้ำเงินรายหนึ่งให้ข้อมูล

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากที่ประชุมวุฒิสภาวันอังคารนี้ 23 มิ.ย.ลงมติให้ความเห็นชอบ ศ.จักรพงศ์ เข้าไปเป็นตุลาการศาลรธน.แทนศ.ดร.นครินทร์ ก็จะทำให้ นอกจากดร.นครินทร์ต้องพ้นจากการเป็นประธานศาลรธน.แล้ว ก็จะต้องมีการประชุมตุลาการศาลรธน.เพื่อโหวตเลือกประธานศาลรธน.คนใหม่แทน ดร.นครินทร์ด้วย

โดยมีกระแสข่าวว่า ตัวประธานศาลรธน.คนใหม่ รอบนี้อาจจะมาจากสายศาลฎีกา

สำหรับคำร้องคดีสำคัญทางการเมือง ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรธน.ในเวลานี้ พบว่ามีด้วยกันสองคดีคือ 1.คำร้องของสส.ฝ่ายค้านที่ยื่นให้ศาลรธน.วินิจฉัยกรณีรัฐบาลออก พระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … วงเงิน 4 แสนล้านบาท  ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่า พระราชกำหนดดังกล่าวไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172

คดีดังกล่าว ศาลรธน.รับคำร้องไว้เมื่อ 18 พ.ค.2569 โดยศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัยภายใน 60 วัน นับจากการรับคำร้อง ทำให้คดีนี้ จะครบกำหนดต้องวินิจฉัยให้เสร็จ ประมาณช่วงเกือบปลายๆ เดือนหน้า กรกฎาคม 2569

ซึ่งการวินิจฉัยเรื่องการออกพระราชกำหนด รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน บัญญัติไว้ในมาตรา 173ว่า หากศาลรธน.จะวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่  ที่ก็คือ ต้องใช้เสียง 6 ต่อ 3 หรือ 7 ต่อ 2 หรือ มติเอกฉันท์ เป็นต้น

และอีกหนึ่งคดี คือ คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ร้องให้ศาลรธน.วินิจฉัยกรณี กกต.และสำนักงานกกต.ดำเนินการการเลือกตั้งสส.เมื่อ 8 ก.พ.2569 โดยให้มี บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้วินิจฉัยว่าอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ และเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมตุลาการศาลรธน.เมื่อ 18 มี.ค. 2569 มีมติเสียงข้างมาก  6 ต่อ 3 รับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้งไว้วินิจฉัย ที่พบว่า ดร.นครินทร์ ประธานศาลรธน.ลงมติในฝั่งเสียงข้างมาก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สว.ปริญญา’ เรียกร้อง ไทยทบทวนทุกความช่วยเหลือต่อเขมร

ที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. แถลงข้อเรียกร้องให้ไทยทบทวนทุกความช่วยเหลือต่อกัมพูชา กรณีสื่อกัมพูชาโต้ตัดความสัมพันธ์ระ

วุฒิสภา โหวต 'นพดล เภรีฤกษ์' นั่งเลขาฯกฤษฎีกา 'นันทนา' แซะ 138 สว. ติดคดีฮั้วไม่ควรลงมติ

สว.เสียงเอกฉันท์ โหวต “นพดล เภรีฤกษ์” นั่ง เลขาฯกฤษฎีกา หลัง “นันทนา” อภิปรายแซะทุกเม็ด ลั่น ทำไมต้อง “ลับ ลวง พราง” ชี้ 138 สว. ติดคดีฮั๊ว ไม่ควรลงมติ บอกถ้าสะเทือนใจ สว.หลายคน ก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้ ขณะที่ “บิ๊กเกรียง” ปราม ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่ต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย ต้องอภิปรายคุณสมบัติคนถูกเลือก เจ้าตัวเถียงอีก ไม่ได้อภิปรายดินฟ้าอากาศ พูดเสร็จออกจากห้องทันที

'สว.เปรมศักดิ์' เปิดโปงหนังสือเรียน หาย 2,000 โรง ซัด 'สกสค.' เน่าเฟะ 'ประเสริฐ' รับลูกสอบด่วน

‘นพ.เปรมศักดิ์’ เปิดปมวิกฤตหนังสือเรียนปี 2569 ชี้นักเรียนกว่า 2,000 โรงเรียนยังไม่มีหนังสือเรียนหลังเปิดเทอมครบ 1 เดือน ตั้งข้อสงสัยขบวนการจัดพิมพ์ตำรางบกว่าพันล้าน ‘ประเสริฐ’ ลั่นยุคนี้ต้องไม่มีมาเฟียในกระทรวงศึกษา นัดถกบอร์ด สกสค. ด่วน 19 มิ.ย. สอบทุกข้อกล่าวหา

สว. ร้อง 'รัฐสภาไทย' ตัดสัมพันธ์กัมพูชา จี้รัฐบาลงดช่วยเหลือหลายด้าน เหตุไม่เคยสำนึก

สว. ร้อง รัฐสภาไทย ตัดสัมพันธ์กัมพูชา จี้ รัฐบาลงดให้การช่วยอีกหลายด้านจนว่าสถานการณ์ 2 ประเทศจะกลับสู่ภาวะปกติ เหตุ เขมรไม่เคยจริงใจ-ไม่สำนึกผิด ซ้ำร้ายชายแดนยังตึงเครียดอีก