'เจเศรษฐ์' เปิดใจปม รมต.ลูกเทพ-คดีฮั้วสว. ย้ำตอนแรกกดดัน ตอนนี้เลิกคิด

เจเศรษฐ์ มท.3 เปิดใจ ปมรมต.ลูกเทพ-บ้านใหญ่อุทัยธานี-คดีฮั้วสว.”ตอนแรกกดดัน ตอนนี้เลิกคิด”

19 กรกฎาคม 2569 – นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย (มท.3) และสส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยสามสมัยติดต่อกัน  ให้สัมภาษณ์กับ”ไทยโพสต์”ถึงเรื่องเสียงวิจารณ์ กลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพ พรรคภูมิใจไทย ที่มีชื่อของมท.3 เจเศรษฐ์ อยู่ด้วยในกลุ่มดังกล่าว โดยกล่าวว่า ที่มาของคำว่า”ลูกเทพ”เกิดขึ้นช่วงหลังการเลือกตั้งปี 2562 ตอนนั้น คุณแม่ผม (นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ )  เป็นรมช.เกษตร ฯ ซึ่งตอนนั้น พรรคภูมิใจไทยก็มีพวกกลุ่มสส.พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นพวกสส.ใหม่ เช่นตัวผม  โกแพ วรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย สส.สตูล คุณศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส.พิจิตร  คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม สส.ศรีสะเกษ คุณภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีกับคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล คุณธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย เป็นต้น บางคนในกลุ่มก็อายุน้อยเด็กที่สุดในพรรค แล้วเวลามีการประชุมสส.พรรคภูมิใจไทยบางคนเข้าประชุมสาย คุณแม่ผม ก็จะคอยแบบปกป้องลักษณะอะไรแบบนั้น

ก็เลยมีคนในพรรคภูมิใจไทย ก็จะพูดแซวเล่นๆ กันว่า “โอ้ย พวกนี้มันลูกแม่อะไรแบบนี้ ลูกเทวดา แซวๆอะไรกัน บางทีบอกว่าพวกผมเป็นลูกบังเกิดเกล้าฯ ก็แซวกันไปแซวกันมา” ต่อมา หลังเลือกตั้งปี 2566 พี่นก ไชยชนก ชิดชอบ เข้ามาเป็นสส. คนก็แซวว่า “พี่นกมามันต้องเป็นลูกเทพแล้ว”  แต่จริง ๆ ก็ไม่ใช่นะ เพราะพวกผมทำทุกอย่างตามที่พรรคมอบหมาย โดยเฉพาะกับพี่นกและกรรมการบริหารพรรค เราทำทุกอย่าง เราลงพื้นที่ ก่อนหน้านี้ตอนเป็นกรรมการบริหารพรรค ก็พยายามขับเคลื่อนพรรค ยกระดับพรรค

ตั้งแต่คุณไชยชนก เข้ามาเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พรรคก็เปลี่ยนรูปแบบไปเยอะมาก ยกระดับไปเยอะมาก ตอนที่คุณไชยชนก เข้ามาเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยใหม่ๆ ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้สส.มากกว่าเดิม จะต้องได้เกือบถึง 200 คน นักข่าวถามว่า แล้วหากไม่ได้ตามนั้น  เขาก็ตอบว่า ผมจะรับผิดชอบ พอสัมภาษณ์เสร็จ ผมเดินไปจับแขนเขา ถามเขาว่า พี่เอาอะไรมามั่นใจ  แต่เขาก็บอกผมว่า เขามั่นใจ แต่วันนี้สิ่งที่เขาพูดไว้มันก็เป็นความจริง หลายๆ เรื่องที่เขาพูดมันเป็นความจริง

เมื่อถามว่า ที่ตัวคุณเอง ถูกมองว่าเป็นรัฐมนตรีกลุ่มลูกเทพ ทำให้กดดันในการทำงานหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยตอบว่า        ตอนแรกไม่กดดัน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าพอเป็นคำว่าลูกเทพ คนมันก็ตัดสินไปแล้ว ทำดียังไง คนเขาก็ต้องมองว่าลูกเทพอยู่ดี เขาก็มอง มันไม่ดี คือคนมันมองว่ามันไม่ดีไงครับ คนมันตัดสินไปแล้วว่ามันไม่ดี ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงถึงเป็นอย่างนั้น พอเข้าใจที่ผมพูดไหมครับ อันนี้คือ เท่าที่ผมดูในคอมเมนต์ต่างๆ (โซเชียลมีเดีย) คือคนก็มองว่าแบบ พวกลูกเทพ พวกลูกเทพอะไรแบบนี้  คือคนมองว่าได้มาเพราะว่า นามสกุล เพราะว่าพ่อ เพราะว่าแม่อะไรแบบนี้ แต่เขาไม่ได้มองว่าแต่ละคนก็ชนะเลือกตั้งเป็นสส.เขตเข้ามา ซึ่งคนจะเป็น สส. เขตได้ มันไม่ใช่ง่าย ๆ มันไม่ใช่ว่าเป็นลูกใครแล้วจะได้เป็นสส.เขต ยิ่งสมัยนี้ยุคนี้ อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นแรงผลักดัน คือผมมาอยู่ตรงนี้ (รมช.มหาดไทย) ผมพยายามทำทุกอย่างที่ผมทำได้ คือผมคิดตั้งแต่วันแรก ที่ผมมาอยู่ตรงนี้ คือเรามีวันมา แล้วเราก็ต้องมีวันไป มันก็เป็นแค่หัวโขน วันที่เรามาทำงาน  เราไม่ได้มายึดติดกับอะไร เราไม่ได้มาเพราะประโยชน์ส่วนตัว สิ่งที่เราจะได้คือหากเราทำดี ก็จะมีคนพูดถึงในแง่ดี

สิ่งสำคัญคือ เรารู้ตัวดีว่าเราทำอะไรไป ผมก็คิดว่าวันหนึ่ง ลูกผมเมื่อเขาโตขึ้นมา เขาก็ได้เห็นว่า สมัยพ่อเป็นรัฐมนตรี พ่อได้ทำอันนี้ไว้ สำหรับผมแค่นี้เลยครับ แค่มีสิ่งที่ว่า หากออกไปแล้วก็บอกกับลูกได้ว่าพ่อทำเรื่องนี้ไว้นะลูก พ่อทำอันนี้ไว้ ผมคิดอย่างนี้จริงๆ แล้วผมก็ไม่เคยคิดว่าผมจะต้องอยู่ตำแหน่งนี้ตลอดไป ผมไม่เคยคิดว่าผมจะได้มาเป็น(รัฐมนตรี)ในสมัยนี้ วันที่ผู้ใหญ่เรียกมาบอก ผมก็เห็นแล้วว่าภาระหนักอึ้ง แต่ว่าพยายามจะทำให้เต็มที่ แล้วผมก็เลิกคิดไปแล้วเรื่องลูกเทพ เรื่องอะไรต่างๆ ผมคิดแต่ว่าทำให้มันดีที่สุด พยายามทำหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายให้เกิดประโยชน์ที่สุดให้กับประเทศไทย ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย

แต่สิ่งสำคัญที่เป็นแรงผลักดันผมก็คือ คนอุทัยธานี เขาเลือกเรามา เราไม่อยากให้คนอุทัยธานีรู้สึกว่าเสียใจไม่อยากให้คนไปดูถูกคนอุทัยธานี อันนี้คือสิ่งที่ถ้าผมจะรู้สึกเจ็บที่สุด ใครมาว่าคุณพ่อคุณแม่ผม ผมยังไม่เจ็บเท่ากับคนไปว่าคนอุทัยธานีว่า เฮ้ย เลือกใครมาวะอะไรอย่างนี้ แบบนี้ผมจะเจ็บมากเลย ผมจะเสียใจมากถ้ามีคนไปดูถูกคนอุทัยธานีว่าเลือกมาได้ยังไง แบบนี้ ผมจะเสียใจมาก แล้วผมจะเจ็บมาก ผมจะอยู่ไม่ได้ ผมต้องทำงาน

ถามต่อไปว่าการได้เป็นรัฐมนตรี เพราะผลงานจากการทำงาน ในการเป็นสส. ไม่เกี่ยวกับถูกแปะป้ายมาเป็นกลุ่มลูกเทพใช่หรือไม่ นายเจเศรษฐ์ ตั้งคำถามกลับว่า หมายถึงที่ได้เป็นรัฐมนตรีครั้งนี้หรือ ผมว่าไม่เกี่ยว แต่ถ้าบอกว่าได้เป็นเพราะว่าทำงานให้พรรค อันนี้ยอมรับได้ ทำงานให้พรรค พี่ๆ ทุกคนที่ได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลตอนนี้โดยเฉพาะพวกรัฐมนตรีคนหนุ่มๆ  ต่างทำงานให้พรรค พี่ๆ ทุกคนมีส่วนในการที่จะทำนโยบาย วางนโยบาย มีส่วนที่ในการขับเคลื่อนนโยบายพรรค รวมถึงการสะท้อนวิธีคิด ปัญหาต่างๆ ให้กับพรรค โดยเฉพาะการลงพื้นที่ รวมถึงผลงานการเป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยมากกว่า ตรงจุดนี้ ผมว่ามันตอบโจทย์มากกว่าในการที่เป็นรัฐมนตรี

ผมกดดันเรื่องเดียวคือ งานที่ผมรับผิดชอบคือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เกี่ยวข้องกับชีวิตคน แรกๆ กินไม่ได้นอนไม่หลับ พอรู้ว่าต้องดูแลรับผิดชอบ ปภ. เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตคน การที่เราตัดสินใจที่เราจะทำอะไรไป มันมีผลกระทบกับชีวิตคนแน่ ๆ เราตัดสินใจเรื่องนี้ไป หรือหากเราช้า หรือว่าหากเราให้ทำแบบนี้มันเกี่ยวข้องกับชีวิตคน แต่ช่วงหลังๆ ก็คิดแต่ว่าเราทำให้ดีที่สุดแล้วกัน

พรรคคงไม่เอาเสียงของประชาชนเป็นล้านเสียงมาเล่นอะไรแบบนี้ พรรคก็มีความเสี่ยง และต่อให้เป็นใครมานั่งตรงนี้ (รัฐมนตรี )หากไม่มีผลงาน หัวหน้าพรรคก็บอกไปแล้ว หนึ่งปี เขาก็เปลี่ยนอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าท่านเปลี่ยนจริงๆ

เมื่อถามถึงว่าในฐานะเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาล และอดีตรองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เรื่องที่มีการสร้างกระแสระบอบสีน้ำเงิน หรือที่มหาดไทยเอง ก็มีการสร้างกระแสสิงห์น้ำเงินขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รมช.มหาดไทย รหัสมท.3 มองว่าการเติบโตของพรรคภูมิใจไทย ไปสร้างผลกระทบกับระบอบเก่า ๆ หรือว่าวิธีความคิดแบบเก่า ๆ อาจจะทำให้คนที่ไม่เข้าใจการเมือง หรือว่าคนที่คิดลบกับเรา หรือว่าคนที่กลัวไปเองมากกว่า ผมว่าด้วยความที่วันนี้รัฐบาลเข้ามาทำงานผ่านไปแล้ว 3-4 เดือน เราไม่ได้มีเรื่องอะไรที่เราทำแล้วมันสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยเลย  พวกเรามีแต่ขับเคลื่อนนโยบาย มีแต่ทำพื้นที่ รับฟังเสียงของประชาชน ที่ผ่านมาเราเป็นรัฐบาลที่รับฟังเสียงของประชาชนมาก

อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ พอมีคนมาค้าน เราก็หยุด หรืออย่างโครงการ TH-AI Passport เสียงของประชาชนว่าอย่างไร ก็มีการปรับเปลี่ยน ผมว่าเรารับฟังแล้วก็พร้อมที่จะเปลี่ยนตามสถานการณ์ไปไปตามที่ประชาชนต้องการ เราเป็นรัฐบาลที่ฟังเสียงประชาชนในการที่จะตัดสินใจทำอะไรสักเรื่อง เราไม่ได้เป็นรัฐบาลที่แบบดันทุรัง อย่างตัวผมที่อยู่ในครม. ก็เห็นว่านายกฯ มีความเซนซิทีฟในการที่จะรับฟังเสียงประชาชน อะไรที่มีเสียงค้าน ตัวนายกฯ ก็เรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปคุย บอกว่า มันต้องชัดเจน สังคมต้องไม่มีข้อสงสัย ไม่มีข้อกังวล ซึ่งทุกคนน่าจะเห็นตรงสิ่งนี้

นายเจเศรษฐ์ ที่เป็นลูกชายของนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรมช.เกษตรฯและเป็นหลานของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ นักการเมืองคนดัง อีกทั้งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวหลังถูกถามถึงเรื่อง คำว่า ไทยเศรษฐ์ คือบ้านใหญ่อุทัยธานีว่า คำว่าบ้านใหญ่ดังกล่าวไม่รู้สึกอะไรเลย คือบ้านใหญ่อุทัยธานี มุมเรื่องนี้ มันน่าจะแตกต่างจากที่อื่น ก็คือ เขาเรียกบ้านใหญ่มา ตั้งแต่ยังไม่มีใครเป็นนักการเมือง คือทวดผมปลูกบ้านหลังใหญ่ที่สุดในจังหวัด คนอุทัยธานี เขาก็เลยเรียว่า บ้านใหญ่ เพราะว่าบ้านหลังใหญ่ที่สุดในจังหวัด มีลูกหลานเยอะเลยปลูกบ้านหลังใหญ่ จวบจนมาถึงทุกวันนี้ ก็ยังเรียกว่าบ้านใหญ่ถึงทุกวันนี้ แต่ตอนนี้ ท่านชาดาย้ายไปอยู่อีกที่หนึ่ง ก็เป็นบ้านในตลาด คนก็อาจจะเรียกว่าบ้านใหญ่

แต่ถ้าบ้านใหญ่ทางการเมือง ผมมองว่าก็คือมีความพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่สุดท้ายบ้านใหญ่จะนามสกุลอะไร ถ้าชาวบ้านไม่เลือก ก็ไม่ได้เป็น ก็ไม่ได้ทำงานและหากไม่ทำงาน ชาวบ้านก็ไม่เลือกอยู่ดี

ต่อข้อถามถึงกรณีคดีฮั้วสว.ที่มีชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา มีความกังวลหรือไม่ นายเจเศรษฐ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แจงว่า ตอนช่วงเลือกสว.ขณะนั้นอยู่ประเทศ ซาอุดีอาระเบีย พอเดินทางกลับมา ผ่านไปอีกสองวัน ก็มีการเลือกสว.ระดับประเทศที่เมืองทองธานี แต่ก็ยังมีชื่อผม ก็คือมีชื่อทุกคนที่เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แล้วตัวใบที่ผมไปดูมา ใบข้างหน้าเขียนถึง ไตรศุลี แต่ใบข้างหลัง เป็นศุภมาส คือเอกสารใบข้างหน้ากับใบข้างหลังยังไม่ตรงกันเลย เหมือนเขาทำสำนวนแบบรวบมาให้หมด ให้เป็นกรรมการบริหารพรรค เอกสารยังไม่ตรง ชื่อยังไม่ตรง

และข้อความที่เขาเขียนในข้อสงสัยที่มีการใส่ชื่อผม คือเพราะว่าตัวผมไปอยู่ ณ ที่ทำการพรรค ในวันที่มีการเลือกสว. ซึ่งผมไปนั่งทำงานอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ผมเป็นกรรมการบริหารพรรค ผมอยู่ที่พรรคก็แค่นั้น แล้วช่วงก่อนหน้านั้น ผมอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยว่าเขาทำอะไรกัน แต่ผมก็ไม่ได้หนักใจ มั่นใจว่าชี้แจงได้แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยถูกเรียกไปชี้แจงใดๆ แต่โดนเพราะว่าเป็นกรรมการบริหารพรรค น่าจะโดนเรื่องข้อหานี้มากกว่า

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ที่ได้เข้ามาเป็นรมช.มหาดไทย และได้รับผิดชอบงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เพราะผู้ใหญ่คงจะเห็นว่าพอจะมีความสามารถในเรื่องนี้ เพราะก่อนจะมาเป็นสส.อุทัยธานี สมัยที่คุณแม่ (นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์) ช่วงที่เป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ผมมีโอกาสได้ไปเป็นทีมทำงานในเรื่องการป้องกันสาธารณภัย ทำให้มีโอกาสไปฝึกไปอบรมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การดับไฟ การช่วยเหลือเวลาเกิดเหตุน้ำท่วม  และด้วยภารกิจต่างๆ ของปภ. จะเชื่อมโยงกับกรมโยธาธิการฯเพราะภารกิจของกรมโยธาธิการฯ ก็มีส่วนในเรื่องการป้องกันน้ำท่วม คือวันนี้พื้นที่ซึ่งไม่อยากให้น้ำท่วม ก็คือการที่เอาโยธาเข้าไปลง ซึ่งจะเห็นได้ชัดเลยพื้นที่ซึ่งจะไม่ท่วม อย่างอุทัยธานี ไม่ต้องมองที่ไหนไกลเลย ที่เลิกน้ำท่วมได้ เพราะว่ามีเขื่อนป้องกันตลิ่งของโยธาธิการฯ พื้นที่ทะเลหนุนหนุนสูงที่จะไม่ให้เดือดร้อน ก็ต้องเอาโครงการของกรมโยธาฯ ลงไปช่วย 

ส่วนที่ชนะการเลือกตั้งสามสมัยติดต่อกัน และการเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้คะแนนร่วมห้าหมื่นกว่าคะแนน คงเป็นเพราะเรื่องการทำงาน ตัวผมเป็นคนรับฟังแล้วก็แก้ไขปัญหา และเป็นคนตรงๆ คือ ผมแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องน้ำประปา เรื่องน้ำเพื่อการเกษตร ความจริงก็ไม่ใช่ผมคนเดียว ก็มีท่านชาดา ผมเป็นคนรุ่นใหม่ก็จริง แต่ว่าผมมีคนที่มีประสบการณ์คอยสนับสนุน เรื่องโครงการต่าง ๆ เรื่องคมนาคม เรื่องแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การยกระดับคุณภาพชีวิตคนในจังหวัดอุทัยธานี แล้วก็การท่องเที่ยว และไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใดๆ ในพื้นที่เช่น ช่วงโควิดระบาด  หรือเวลาเกิดเหตุน้ำท่วม-วาตภัย ผมไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชน เวลามีเรื่องเดือดร้อน ผมลงไปช่วยแก้ไขปัญหา แล้วผมก็พูดตรง ๆ ทุกอย่างว่าเรื่องไหนได้หรือไม่ได้ ผมจะบอกเลย อันไหนผมทำได้ผมก็ทำ แต่อันไหนไม่ได้ ผมจะบอกว่าไม่ได้ครับ พูดกับเขาตรงๆ ไปเลยกับชาวบ้านว่าอันนี้ได้ อันนี้ไม่ได้ แล้วทำหมดทุกเรื่อง ผมว่าเรื่องตรงนี้คือสิ่งที่ประชาชนเห็นว่า ผมทำงานแบบตั้งใจทำจริงๆ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจเศรษฐ์-รมช.มท. ถามตรง ตอบชัด กับความในใจ รมต.กลุ่มลูกเทพ-บ้านใหญ่อุทัยธานี

หนึ่งในรัฐมนตรีกลุ่มนิวเจน พรรคภูมิใจไทย ที่น่าสนใจก็คือ"เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รหัส มท.3 และสส.อุทัยธานี สามสมัยติดต่อกัน ซึ่งเป็นรัฐมนตรีในวัย 37 ปี โดยได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงาน กรมโยธาธิการและผังเมือง -กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) –การประปาส่วนภูมิภาค -การประปานครหลวง"

'นิพิฏฐ์' แนะ 'การดี' อย่าเสียเวลาสู้ 'ลูกเทพ' เก็บแรงไว้จัดการ 'เจ้าของหมา'

'นิพิฏฐ์' แนะ 'การดี' ปมวิวาทะ "ลูกเทพ" แนะให้อ่านเรื่อง "ทรพี" ก่อนเปิดศึก ชี้ลูกเทพไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่มีผู้คอยปกป้องอยู่เบื้องหลัง พร้อ

"กระทรวงมหาดไทยเชิดชู ชรบ. ทั่วประเทศ พร้อมมอบรางวัล หมวด ชรบ. ดีเด่น ระดับภาค ยกย่องผู้เสียสละ สู่ ต้นแบบราษฎรอาสา เสริมสร้างความมั่นคงจากฐานราก"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "วันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

'พิชญุตม์' สวน 'การดี' ปม รมต.ลูกเทพ ย้อนถามที่มาโผล่ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 4

สส.ภูมิใจไทย สวนเจ็บ “การดี” เอาแต่วิจารณ์ รมต.ลูกเทพ แต่สส.พรรคฟ้า ตั้งคำถาม เหยียบหัวใครมาโผล่ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 4

กกต. โร่แจงคดีฮั้ว สว. ยันรวบรวมข้อมูลหลักฐาน 4 ผู้ร่วมเสวนาที่รัฐสภา พิจารณาอย่างรอบด้าน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงความคืบหน้าในการพิจารณา คำร้องคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมาย กำหนด โดยกกต.ได้รวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน