6 พ.ค.2565 - นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เสนอยกเลิกระบบรัฐราชการรวมศูนย์ โดยให้ยุบนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากเป็นการซับซ้อนกับการทำหน้าที่ของเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และให้ยกเลิกผู้ว่าราชการจังหวัดแบบแต่งตั้งเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดแทน พร้อมกับรณรงค์เชิญชวนประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า การรณรงค์นั้น เป็นการรณรงค์กับผู้ที่ไม่มีความรู้กับเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งการทำหน้าที่ของการบริหารราชการส่วนภูมิภาคที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ เป็นการทำงานแบบแยกหน้าที่กันอย่างสิ้นเชิงกับอปท. ไม่ใช่ตามที่คณะก้าวหน้าเข้าใจ
เนื่องจากการทำงานของการบริหารราชการส่วนภูมิภาค เป็นการทำงานเพื่อรวมเป็นรัฐเดี่ยวของการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีระบบรัฐราชการแบบรวมศูนย์ จะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดแทนการแต่งตั้งแบบนี้เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากต้องถ่วงดุลอำนาจในการทำหน้าที่ของการบริหารราชการส่วนภูมิภาค โดยต้องแยกออกจากการเลือกตั้งอย่างชัดเจน หากมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งไปคุมอำนาจรัฐในการบริหารราชการภายในจังหวัด อาจทำให้ฝ่ายประชาชนที่แพ้การเลือกตั้งไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งในกระบวนการการปกครองส่วนภูมิภาคมีกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับความเป็นธรรม และตนเข้าใจว่าการรณรงค์ของคณะก้าวหน้าเป็นการคิดในแนวนโยบาย แต่อาจไม่เข้าใจถึงรูปแบบอย่างถ่องแท้ จึงกล่าวอ้างว่ายกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค ที่เป็นการขัดกับหลักการของการปกครองบริหารแผ่นดินทั้งประเทศ รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย
นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า ทั้งหมดคือการออกนโยบายเพื่อหาเสียงเพราะการบริหารราชการแผ่นดินที่ดำรงอยู่ได้ เป็นรูปแบบที่มีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างการปกครองส่วนภูมิภาคและอปท.ให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ จะมาบอกว่าจะยกเลิกผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เป็นแบบเลือกตั้ง ทำไม่ได้ และการเลือกตั้งก็มีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นนายกอบต. นายกเทศมนตรี แต่ถ้ามีความประสงค์ในบทบาทหรือหน้าที่อะไรก็ให้เพิ่มไป ไม่ใช่จะเขียนกฎหมายหรือร่างกฏหมายขึ้นมาใหม่เพื่อยุบองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในประเทศไทย เพราะระบบการรวมศูนย์ราชการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกระบวนการยุติธรรมต้องมีคนจากส่วนกลางเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้สังคม
ผู้สื่อข่าวถามถึง บทบาทหน้าที่ความแตกต่างของแต่ละองค์กรของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอ กับอปท. มีความแตกต่างกันอย่างไร นายยงยศ กล่าวว่า ในส่วนของหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอ เราแยกกันอย่างสิ้นเชิง โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอดูแลเรื่องการปราบปรามยาเสพติด การรักษาความสงบเรียบร้อย ช่วยเหลือประชาชน อำนวยความเป็นธรรม รักษาความมั่นคงภายในธำรงไว้ซึ่งความยึดโยงความเป็นชาติเดียวกัน แต่อปท.มีหน้าที่ต้องทำให้พื้นที่นั้นๆเจริญ โดยยึดรูปแบบของพื้นที่ในลักษณะของภูมิศาสตร์ที่ตั้ง เป็นลักษณะเฉพาะในพื้นที่ อาทิ การออกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงภายใน หากให้อปท. เป็นผู้ออกใบอนุญาตจะทำให้ประชาชนเลือกข้าง และไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้
ถามต่อว่า ประเด็นดังกล่าวที่นายธนาธร เสนอจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายยงยศ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากนายธนาธร ไม่เข้าใจรูปแบบที่แท้จริงของการบริหารราชการแผ่นดินในประเทศไทยที่มีการถ่วงดุลอำนาจเหมาะสมและลงตัวอยู่แล้ว
“ในฐานะที่ผมเป็นกำนัน หากจะยกเลิกหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ถือเป็นเรื่องของการยกเลิกรูปแบบของการปกครองส่วนภูมิภาคด้วย ถ้ายกเลิกจะให้เราเป็นหรือทำอะไรก็ได้ แต่ต้องถามว่าจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความยุ่งยากและวุ่นวายในเรื่องของการกำกับดูแลประชาชนให้ปฎิบัติหน้าที่ตามกฏหมายหรือไม่ ซึ่งการเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นแขนงหนึ่งของการรักษาความสงบเรียบร้อยที่มีอยู่ทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน และเราคือผู้ที่รวบรวมความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชนสู่ราชการและรัฐบาล เปรียบเสมือนคนตรงกลาง จะยกเลิกหน้าที่นี้เป็นไปไม่ได้ ” นายยงยศ กล่าว
เมื่อถามว่า หากการรณรณค์แนวคิดดังกล่าวได้รับการยอมรับจากสังคม ทางสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยจะมีการแสดงท่าทีอย่างไร นายยงยศ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ อาจมีแค่การลงชื่อ และคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย หรือหากได้รับการยอมรับจริงอาจมีการระดมเรียกร้องความต้องการของบุคลากรทั้งในชมรมและสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ว่าเราไม่เห็นด้วยกับความคิดของนายธนาธร เนื่องจากสิ่งที่นายธนาธรคิดไม่ได้อยู่ในรูปแบบของการบริหารราชการแผ่นดิน การจะยกเลิกเป็นความคิดที่ง่ายเกินไป ทางสมาคมต้องมีการแสดงตรงข้ามกับนายธนาธรอย่างแน่นอน
“แนวคิดนี้เป็นการสร้างกระแสในการเมืองที่โดนใจฝ่ายตรงข้าม เขาอาจจะได้แค่กลุ่มมวลชนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่จะเกิดการแตกแยกทั้งสังคม” นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🛑LIVE ทัพไทย..ไม่เสียหลัก สีหศักดิ์..ชงเข้ม!! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568
🛑LIVE 'เขมร' ไม่สยบ..ไม่ร่วมสังฆกรรม!! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568
ตรรกะป่วยของ 'ณัฐพงษ์-ธนาธร' จากวิกฤตชายแดนสู่โรดแมปเลือกตั้งผู้ว่าฯจังหวัด
จากชายแดนที่ไทยถูกยิงจริง ไปจนถึงเวทีสัมมนาที่ฝันเลือกตั้งผู้ว่าฯจังหวัดประเทศ พรรคส้มแสดงวิธีคิดชุดเดียวกัน คือขยายอุดมคติให้ใหญ่กว่าข้อเท็จจริง มองข้ามประวัติผิดข้อตกลง มองข้
🛑LIVE ทุบ!! 'ระบอบฮุน-ทุนสแกม' สมรภูมินี้..ไม่มีสั่งหยุด!! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ดร.ณัฏฐ์ อัดเพื่อไทยสับขาหลอกเล่นสองหน้า ปมยื่นฟันจริยธรรมอนุทิน-รมต.สีเทา
นักกฎหมายมหาชนชี้ การยื่นสอยนายกฯ-รมต.สีเทา เป็นเกมสับขาหลอก เหล้าเก่าในขวดใหม่ เพื่อปั่นราคาและกดดันการเมือง มากกว่าตรวจสอบจริงจัง
พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (29)
ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475

