ดร.ไตรรงค์ : เรียนรู้จากอังกฤษ ไม่ยกย่องคนที่ไม่สมควรยกย่อง

18 ก.ค.2565 - ดร. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เรื่อง "#เรียนรู้จากอังกฤษ #ไม่ยกย่องคนที่ไม่สมควรยกย่อง" โดยมีรายละเอียดดังนี้

โทนี่ แบลร์ (TONY BLAIR) อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคแรงงาน (LABOUR) ของอังกฤษ ที่เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวในช่วง พ.ศ.2540-2550 เขาเป็นคนคัดค้านการถอนตัวของอังกฤษจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จึงเป็นคนที่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ชนิดขาวเป็นดำกับพรรคอนุรักษ์นิยม (CONSERVATIVE) ที่สนับสนุนให้อังกฤษถอนตัวที่เรียกกันว่านโยบาย Brexit จึงเป็นที่มาที่ทำให้นายบอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นนายกรัฐมนตรีในปี ค.ศ.2019 (พ.ศ.2562)… แต่ที่จะนำมาพูดในวันนี้ก็คือว่า ปกติแล้วพรรคแรงงาน จะแตกต่างจากพรรคอนุรักษ์นิยม อยู่อีก 1 เรื่องก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

พรรคแรงงานแม้จะยอมรับการต้องดำรงอยู่ของสถาบันฯ ตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่เคยมีประชามติปกป้องสถาบันประมาณ 80% ซึ่งเป็นการลงประชามติเพื่อตอบโต้ การเสนอกฎหมายให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์เปลี่ยนเป็นระบอบประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 1991 โดย ส.ส. พรรคแรงงาน ซึ่งเป็นถึงอดีตรัฐมนตรี (กฎหมายชื่อว่า The Commonwealth of Britain Bill) และร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา แต่ยังมี ส.ส. ของพรรคแรงงานบางคนชอบอภิปรายกระแนะกระแหนสมาชิกของสถาบันพระมหากษัตริย์ (ซึ่ง ส.ส. เหล่านั้นก็ได้รับการลงโทษจากประชาชนในการเลือกตั้งทั้งสิ้น) และแม้แต่หัวหน้าพรรคแรงงานซึ่งเมื่อชนะเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ค่อยรักษาจารีตประเพณีในการถวายพระเกียรติต่อสถาบันฯ เท่าที่ควร เช่น ชอบนำคำพูดหรือพระดำรัสของสมเด็จพระราชินีที่นายกฯ ของพรรคได้เข้าเฝ้าเพื่อถวายรายงานข้อราชการนำออกมาเปิดเผยซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดจารีตประเพณี เพราะชาวอังกฤษถือว่า พระดำรัสดังกล่าวต้องเป็นความลับไม่ควรนำมาอ้างเพื่อหวังผลทางการเมือง แม้แต่นายโทนี่ แบลร์ ก็ยังเคยถูกนินทาในเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่เมื่อถึงคราววิกฤติ เขาได้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในภาพลักษณ์และศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสถาบันฯ เช่นในกรณีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า (Diana) แม้เป็นที่ทราบกันดีว่า สมเด็จพระราชินีไม่ค่อยโปรดเจ้าหญิงไดอาน่า แต่เมื่อยังเป็นสมาชิกของพระราชวงศ์เพราะเป็นแม่ของหลาน ๆ (ขออนุญาตไม่ใช้คำราชาศัพท์) เมื่อเจ้าหญิงเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศฝรั่งเศส คนอังกฤษทั้งประเทศเศร้าโศกเสียใจกันมาก แต่การแสดงออกของสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธมีความล่าช้าไปมาก นายโทนี่ แบลร์ เป็นทุกข์ในเรื่องนี้มากเพราะกลัวประชาชนจะเสียความรู้สึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เขาจึงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการถวายคำแนะนำให้สมเด็จพระราชินี รีบกล่าวสุนทรพจน์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของเจ้าหญิงไดอาน่า ซึ่งการที่สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธได้ทำตามคำแนะนำดังกล่าว เป็นสิ่งที่สร้างความพอใจของประชาชนทั้งประเทศเป็นอันมาก

ความรักความศรัทธาที่แต่ละคนมีต่อสถาบันต่าง ๆ ย่อมไม่เหมือนกัน เป็นธรรมดาของสัตว์โลก แต่ในฐานะพรรคการเมือง นักการเมืองและผู้นำทางการเมืองในอังกฤษนั้น ประชาชนคาดหมายว่าควร #ต้องมีมารยาทในการรักษาจารีตประเพณี และต้องช่วยกันปกป้องสถาบันฯ ที่ยังเป็นที่รักและหวงแหนของประชาชนจำนวนมาก ไม่ใช่ทำอะไรตามใจตนเพราะเหตุว่าตนไม่รักแต่ควรต้องเกรงใจคนที่เขายังรักของเขาอยู่ด้วย ตัวอย่างการทำหน้าที่ของนายโทนี่ แบลร์ จึงเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ เป็นอย่างยิ่ง

ตรงกันข้ามกับนายบอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ที่เป็นหัวหน้าพรรคจารีตนิยมหรือ Conservative Party ซึ่งปรกติจะเป็นพรรคที่เคร่งครัดในการรักษาจารีตประเพณีของชาติมากกว่าพรรคใด ๆ อดีตหัวหน้าพรรคจารีตนิยม และอดีตนายกรัฐมนตรี คือ นางมาร์กาเรต แทตเชอร์ (Magaret Thatcher) เธอได้ทำตัวอย่างไว้ให้ประจักษ์แล้วในหลายกรณี เธอเป็นคนเด็ดขาดแข็งกร้าวกับสิ่งที่คาดว่าจะเป็นภัยต่ออังกฤษ แต่จะนุ่มนวลไม่แข็งกร้าวต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เหมือนกับนายจอห์นสัน นายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ที่เป็นคนไม่ค่อยรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรเป็นคนไม่ละเอียดรอบคอบ บางครั้งก็มีการกระทำที่ละเมิดจารีตประเพณีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จนต้องขอพระราชทานอภัยโทษก็มี ศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นการกระทำที่ “ผิด” ก็มี มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาแอบจัดงานเลี้ยงในบ้านพักทั้ง ๆ ที่รัฐบาลของตนประกาศห้ามประชาชนทั้งประเทศทำเช่นนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งครั้งแรกที่ความแตก เขากลับโกหกหน้าตาเฉย แต่ตอนหลังต้องยอมจำนนต่อภาพวีดีโอที่หลุดออกมาให้เห็นว่า เขา ภรรยา และพรรคพวกลิ่วล้อได้จัดงานกันจริง ซึ่งภายหลัง เขา ภรรยา และพรรคพวกอีก 83 คน จึงถูกเจ้าหน้าที่ปรับในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของตัวเขาเอง... และ กรณีที่ประชาชนชาวอังกฤษไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งก็คือการมีวีดีโอเผยแพร่ออกมาว่า เขาได้แอบจัดงานเลี้ยงกินเหล้ากันอย่างครึกครื้นในบ้านพักของตนในคืนก่อนพระราชพิธีฝังพระศพของพระสวามีของสมเด็จพระราชินีอาลิซาเบธ ในขณะที่คนอังกฤษทั้งประเทศอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ

แต่มิใช่ว่า นายจอห์นสัน จะเป็นคนไม่จงรักภักดี เพียงแต่เขาเป็นคนเกเรไม่มีวินัย ซึ่งเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เป็นเด็กเลยทีเดียว เพื่อนนักศึกษาที่เคยเรียนกับเขาทั้งในโรงเรียนอีตัน (Eton College) และในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ได้ยืนยันกับผมว่า เขาเป็นคนเช่นนั้นมาโดยตลอด คือเป็นคนที่จะรู้สึกมีความสุขถ้าสามารถละเมิดกฎเกณฑ์อะไรได้ เป็นคนชอบลองดี และที่สำคัญคือชอบคบเพื่อนที่เป็นคนเกเรมั่วสุมในอบายมุข (ดังพุทธภาษิตของเรากล่าวไว้ว่า “คบคนเช่นใด ย่อมเป็นคนเช่นนั้น”)

ถ้าจะโทษกันก็ #ต้องโทษพ่อแม่ (ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งคู่เป็นคนมีฐานะ จัดว่าอยู่ในสังคมที่ดี) ที่ไม่อบรมสั่งสอนลูกให้รู้จักหน้าที่พลเมืองดี ไม่ทำตัวเป็นปัญหาของสังคม คือต้องไม่เป็นคนชอบแหกกฎ ต้องหัดเคารพกฎหมาย เคารพจารีตประเพณีที่ดีงามทั้งของชาติของตนและของชาติอื่นๆ ที่เราต้องสัมผัส เพราะถ้าพ่อแม่ไม่ได้ฝังนิสัยเช่นนั้นเอาไว้เสียตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อโตขึ้นมาก็จะกลายเป็นคนมีสันดานหยาบ ชอบทำผิดกฎหมาย ชอบทำผิดศีลxธรรม ชอบทำผิดจารีตประเพณีดีงามของชาติ รวมทั้งกลายเป็นคนโกหกตอแหลหน้าตาเฉย ขาดความยางอาย ซึ่งคนอังกฤษถือมากในเรื่องนี้ ยิ่งถ้าจับได้ว่าโกหกกลางสภาฯ ส.ส. คนนั้นไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกเลย (โดยเขาจะถูกลงโทษโดยประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะประชาชนส่วนใหญ่มีการศึกษาดีไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลใด ๆ จึงสามารถใช้ดุลยพินิจได้ดีว่าอะไรควรอะไรไม่ควร)

อีกทั้ง ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนหลักการจริยธรรมอื่น ๆ อีกหลายข้อ ตัวอย่างเช่น ถ้าถูกจับโกหกได้ว่า มีการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เช่นนั้นเพียงเพื่อสนองผลประโยชน์ให้กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ๆ ที่อยู่นอกรัฐสภา มิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง รัฐสภาจะลงโทษสถานหนักคือการมีมติขับไล่ออกจากความเป็นผู้แทนราษฎรเลยทีเดียว และเมื่อถูกขับไล่แล้วผู้นั้นจะไปฟ้องร้องศาลใดๆศาลก็จะไม่รับฟ้องเพราะเป็นจารีตประเพณีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของอังกฤษ (Common Law) ที่ศาลต่าง ๆ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของรัฐสภา (การลงมติขับไล่ ส.ส. ในความผิดจริยธรรมดังกล่าวโดยรัฐสภามีมาหลายครั้งในอดีตแต่ไม่อยากพูดจะยืดยาวเกินไป)

คนอังกฤษจึงเริ่มเสื่อมศรัทธาในความประพฤติที่เป็นเสมือนคนเกเร ไม่มีความเป็นผู้ดีแบบอังกฤษของตัวนายจอห์นสัน แม้สมาชิกในพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative) เองก็รู้สึกเช่นนั้น จนต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2565 ราวหนึ่งในสามของคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทางการเมือง และผู้แทนการค้าของนายกรัฐมนตรี ได้พร้อมใจกันลาออกจากตำแหน่ง เพื่อกดดันให้นายจอห์นสันลาออกจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งในที่สุดเขาทนแรงบีบไม่ไหว จึงประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคฯและนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมพ.ศ.2565 (ขณะนี้ได้ทำหน้าที่รักษาการจนกว่าพรรคฯจะเลือกหัวหน้าใหม่ เพื่อจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีแทนนายจอห์นสันต่อไป)

#สรุป อันนี้เป็นบทเรียนว่า #คนที่เป็นพ่อแม่ต้องหัดสอนลูกให้เคารพกฎหมาย เป็นคนมีวินัยไม่ทำอะไรตามใจตนเอง เผื่อว่าถ้าลูกโตขึ้นได้เข้าเล่นการเมืองก็จะเป็นนักการเมืองที่เป็นผู้ดี พูดจามีเหตุมีผล ไม่ใช้ความหยาบคายเป็นหลัก ไม่ทำ “ทุจริต3” ทั้งทางกาย วาจา และใจ ในการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น เช่น เป็นคนไม่ละอายในการพูดเท็จใส่ความผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย อีกทั้งพ่อแม่ต้องอบรมแม้กระทั่งมารยาททางสังคม เช่น มารยาทในการกินร่วมโต๊ะกับคนต่างชาติ มารยาทในการแต่งตัว มารยาทในการพูด รวมทั้งสอนให้ลูก ๆ หลีกเลี่ยงการคบคนเลวเป็นเพื่อนหรือคบคนชั่วเป็นมิตรเพราะเป็นหนทางแห่งความชิบหายข้อหนึ่งในหกข้อที่พระพุทธเจ้าเรียกว่า “อบายมุข6” และอย่าสอนลูกให้ตำหนิคนที่ควรสรรเสริญ และอย่าให้ลูกหัดสรรเสริญคนที่ควรตำหนิ พลเอกเปรม ได้เคยแนะนำไว้ว่าเราต้องสอน “ให้มีความกล้าหาญพอที่จะไม่ยกมือไหว้คนโกง คนโกงชาติบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นญาติพี่น้อง เป็นเพื่อนฝูงสนิทสนมกัน แต่ถ้าเขาร่ำรวยมาเพราะโกง โกงคุณ โกงผม โกงดิฉัน ผมคิดว่า เราไม่จำเป็นจะต้องยกมือไหว้เขาหรอก ผมอยากให้ทุกคนไปสอนคนอื่นให้เกลียดคนโกง ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้ทุกคนเกลียดคนโกง เพราะคนโกงคือสิ่งเลวร้ายที่สุด ที่มีในชาติบ้านเมืองของเรา” (จากหนังสือ “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษคู่แผ่นดิน” จัดพิมพ์โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น,หน้า 381-382, 2562)

ครับ! #พึงยกย่องคนที่ควรยกย่อง หรือ #พึงตำหนิคนที่ควรตำหนิ นี้คือคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเราครับ (ปคฺคณเห ปคฺคหารหํ)

ผมขอเรียนว่าความเห็นที่ลงในเฟซบุ๊กเป็น #ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรคปชปแต่อย่างใด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”