สภาล่มนัดแรก ประเดิมปีกระต่าย!


4 ม.ค.2566 - เมื่อเวลา 10.40 น. ที่ประชุมสภาฯ เข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... เพื่อลงมติในมาตรา 7/4 ซึ่งเมื่อคราวที่แล้วได้อภิปรายเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี การลงมติต้องใช้เวลารอองค์ประชุมนาน 15 นาที กว่าส.ส.จะแสดงตนเป็นองค์ประชุมครบ ก่อนที่จะโหวตเห็นชอบมาตราดังกล่าว

ต่อมาพิจารณามาตรา 8 ว่าด้วยคณะกรรมการกัญชา กัญชง ซึ่งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) เพิ่มเป็น 25 คน โดยที่ประชุมได้ท้วงติง ถึงการเพิ่มตำแหน่งประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ให้เป็นกรรมการ โดยนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านพร้อมตั้งคำถามว่า กรณีเพิ่มตำแหน่งดังกล่าวส่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เนื่องจาก นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ กมธ.และที่ปรึกษา ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติด้วย คล้ายกับว่านายประพัฒน์ เข้ามาเป็น กมธ. เพื่อเขียนกฎหมายให้ตนเอง ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนี้ในกลุ่มเกษตรแห่งชาติ และ กลุ่มสหกรณ์ มีสมาชิก 14 ล้านครัวเรือน ตนสงสัยว่าให้ตำแหน่งนายประพัฒน์ทำไม ดังนั้น จึงขอให้กมธ.ชี้แจง

จากนั้น พิจารณามาตรา 8/1 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการกัญชา กัญชง จำนวน 7 คน และให้อำนาจรัฐมมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้ง จากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ 7 ด้านๆละ1 คน คือ ด้านกฎหมาย , ด้านเกษตรกรและพันธุ์พืช, ด้านการตลาด, ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค, ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น, ด้านวิจัยและพัฒนา และ ด้านสมุนไพร ทั้งนี้กำหนดให้กรรมการดังกล่าวมาจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 3 คน มีส.ส.ตั้งข้อสังเกตการกำหนดคุณสมบัติที่อาจเปิดช่องให้เเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน จากนักธุรกิจด้านกัญชา

นายพิเชษฐ์ ย้ำว่า การเขียนเนื้อหาดังกล่าวเหมือนกับตามใจพวกพ้อง นักลงทุน และกฎหมายมีช่องโหว่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นการผลักดันร่างกฎหมายเพื่อตนเอง โดยเฉพาะนายประพัฒน์ ที่เป็นผู้ปลูกกัญชารายใหญ่ มีตำแหน่งใหญ่ในสภาเกษตรกร และนั่งเป็นกมธ. เพื่อนำตำแหน่งของตนเองไปเป็นกรรมการ

นอกจากนั้น มีส.ส.เสนอแนะให้เพิ่มบทบัญญัติ ลักษณะต้องห้ามของกรรมการ คือ ห้ามเป็นผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่เกี่ยวกับกัญชา กัญชง หรือสารสกัดในลักษณะเพื่อการค้า หรืออุตสาหกรมไม่ว่าททางตรงหรือทางอ้อม เพื่อป้องกันกลุ่มทุน นักธุรกิจเข้ามาร่วมเป็นกรรมการฯ หวังสกัดผลประโยชน์ทับซ้อน


ทั้งนี้ นายปานเทพ พังพงษ์พันธ์ กมธ. ชี้แจงว่ายอมรับว่า ในกมธ. ล้วนมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีผลประโยชน์ทางตรง และทางอ้อม เพื่อให้เป็นตัวแทนของคนทุกฝ่าย ให้ความเห็นจากคนหลากหลายเพื่อลงมติ โดยยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ขณะที่การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น ไม่สามารถบัญญัติลักษณะต้องห้ามที่เสนอได้ เนื่องจากทำไม่ได้จริง และในช่วงแรกของการปลดล็อคกัญชาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ

“หลายคนในกมธ. ตามธรรมชาติมีผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น แพทย์ ต้องลดยาบางอย่างที่เกี่ยวกับกัญชาเพื่อให้ประชาชนมีกัญชาใช้มากขึ้น” นายปานเทพ ชี้แจง

ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ. ชี้แจงว่าการกำหนดตำแหน่งในร่างกฎหมาย ไม่ได้ระบุชื่อหรือตัวบุคคล ดังนั้นบุคคลเมื่อเป็นแล้วต้องพ้นไป ผู้จะดำรงตำแหน่งต่อจะมาเป็นกรรมการต่อ ข้อเท็จจริงที่บอกว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับเดิมนั้นดี คือร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะที่เสนอ แต่การพิจารณาของกมธ. ได้ตัดและเพิ่มใหม่ ตนต้องยอมรับในมติเสียงส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี กมธ.ไม่ยินยอมให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่คำที่อธิบายได้คือ ผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ ต้องมีประสบการณ์ความรู้ด้านกัญชา ซึ่งจะเกี่ยวกับกัญชาไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมการลงมติในมาตราต่างๆยังคงขลุกขลักอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะมาตราที่10/1 เรื่อง อำนาจหน้าที่คณะ กรรมการกัญชา กัญชง นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ต้องกดออดเรียกสมาชิกมาแสดงตนนานกว่า 15นาที จึงมีสมาชิกครบองค์ประชุมแบบฉิวเฉียดเกินองค์ประชุมมาแค่ 2คน

ขณะที่การโหวตมาตรา11 ที่กมธ.เสนอให้ตัดข้อความทิ้งทั้งมาตรา ก็ยังเกิดปัญหาเสียเวลารอสมาชิกเนิ่นนาน จนกระทั่งส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนทักท้วงขอให้ปิดประชุม เพราะสมาชิกอยู่กันไม่ครบ

โดยนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ออกไปก่อน อย่ามาถ่วงเวลาแบบนี้ เพราะความไม่พร้อมสูงมาก เสียเวลาที่ต้องรอ ดูแล้วกฎหมายก็ไม่ผ่าน ถ้าจะผ่าน องค์ประชุมคงครบไปนานแล้ว แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้มาเป็นเดือนแล้ว ควรถอนไปก่อน แต่นายศุภชัยก็พยายามยื้อเวลา ให้รอไปเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านมานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยรอสมาชิกครบองค์ประชุมนาน 53นาที มาแล้ว ขอความร่วมมือให้อดทน

กระทั่งครบ 35 นาที มีสมาชิกมาครบองค์ประชุม แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเสียบบัตรลงมติมาตราดังกล่าว กลับมีสมาชิกเสียบบัตรลงคะแนนแค่ 204 คนเท่านั้น ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม

นายศุภชัยจึงสั่งปิดประชุมเวลา 15.05 น. ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์สภาฯล่มรับปีใหม่ 2566 ซึ่งเปิดประชุมนัดแรกก็ล่มทันที

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด 5 ข้อสันนิษฐาน เหตุฝ้าเพดานโรงอาหารสภาพังถล่ม

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นกรณีเหตุการณ์ฝ้าเพดาน

'วิรังรอง' ข้องใจหมดประกันปุ๊บ ฝ้าเพดานโรงอาหารสภาถล่มปั๊บ ถาม 'อนุทิน' จะขึ้นแบล็คลิสต์ชิโนไทยหรือไม่

วิรังรอง โพสต์ถามนายกฯ ต้องรอให้เกิดโศกนาฏกรรมก่อนหรือถึงจะเรียกหาความรับผิดชอบ

'สว.ศุภโชค' สอนรัฐบาลท่องไว้อย่าเสียค่าโง่ซ้ำ ใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า

'ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ วุฒิสภา' เปิดข้อสังเกตแผนใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จี้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องคุ้มราคากลาง-มาตรฐานอุปกรณ์ ต้องไม่เสียค่าโง่ซ้ำเติมปชช.และเศรษฐกิจ

'พริษฐ์' ไม่แคร์ รร.พูลแมนงดให้ใช้พื้นที่บอกแค่เปลี่ยนมาใช้ห้องประชุมสภา!

'พริษฐ์' ปัดเกมการเมือง ปมโรงแรมพูลแมนของดใช้พื้นที่จัดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน เผยรู้อยู่แล้ว-มีแผนสำรองรองรับ เดินหน้าจัดงานเสาร์นี้ตามเดิม แค่เปลี่ยนมาใช้ห้องประชุมสภา แถมจุคนได้มากกว่า

'โสภณ' เผยเจอกับตัว ตำรวจสภาฯ เรียกเข้าเครื่องเอกซเรย์ตรวจอาวุธ ปลื้มแม้ประธานก็ไม่เว้น

นายโสภณ ​ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาฯ กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารรัฐสภา ว่า สภาฯมีมาตรการ ในการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นยิ่งขึ้นจากที่ระเบียบมีอยู่แล้ว ฉะนั้น ใครที่จะเข้ามาที่รัฐสภา