
20 ม.ค.2568-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “10ประเด็น ที่ต้องทำความเข้าใจกับทักษิณ” ระบุว่า หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร เดินสายปราศรัยหาเสียงนายกอบจ.ใน4จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้ใช้เวทีปราศรัย โฆษณาโครงการ แผนงานของรัฐบาลเต็มรูปแบบ ได้พูดหลายประเด็นเสมือนประเทศนี้ เป็นของนายทักษิณคนเดียว ไม่มีอะไรไปขัดขวางนายทักษิณได้อีกแล้ว
ผมขออนุญาตรวบรวมเฉพาะประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองแบบชัดๆ เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมการหาเสียงของนายทักษิณดังนี้
1.ได้ใช้เวทีหาเสียงอบจ. เพื่อหาเสียงการเมืองระดับชาติ ให้กับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย เพราะทุกโครงการและแผนงานที่นายทักษิณปราศรัย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภารกิจของอบจ.เลย และนายทักษิณก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาล แต่กลับพูดทุกเรื่อง เหมือนกับเป็นรัฐบาลเอง
2.ยืนยันว่านางสาวแพทองธาร คือนายรัฐมนตรีตัวจริง ตนเป็นแค่เงาอยู่ข้างหลัง แต่ในความเป็นจริง มีเงาทมึนดำทาบทับจนไม่เห็นตัวนางสาวแพทองธารเลย การประกาศใช้ลูกแถมพ่อ เป็นการตลาดเหมือนขายเหล้าพ่วงเบียร์โฆษณาอบายมุข ส่วนการบอกว่า พ่อคิด ลูกเลือกไปใช้ แท้จริงเมื่อพ่อคิด ลูกนำไปใช้ทุกอย่างเลย
3.ประกาศทุกเวทีว่า เป็น สทร. คือ เสือกทุกเรื่อง อ้างปัญหาของบ้านเมืองไม่มีเจ้าภาพ ต้องถามว่ารัฐบาลมีหน้าที่แก้ปัญหาของประเทศ นายทักษิณกำลังดิสเครดิตรัฐบาลนางสาวแพทองธารหรือไม่
4.การบอกว่าปัญหาที่ดินอัลไพน์ เอาอย่างไรก็เอา ชักรำคาญ ต้องบอกนายทักษิณว่า ประชาชนรำคาญมากกว่านายทักษิณเสียอีก เพราะยิ่งยื้อออกไปนายทักษิณได้ประโยชน์ ประชาชนผู้รักความเป็นธรรมมากกว่า ที่รู้สึกรำคาญว่าทำไมยื้อมาได้ถึงวันนี้
5.การประกาศว่า สิ้นปีนี้ยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหมดไป ต้องถามว่ามีความเป็นไปได้จริงหรือ เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐาจนถึงรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ใช้เวลาบริหารประเทศมา2ปีแล้ว ปัญหายาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังไม่ลดลงเลย
6.ประกาศว่าเรื่องปฏิวัติไม่มีอีกแล้ว ก็ต้องถามว่า การปฏิวัติเมื่อปี 2549 และปี 2557 ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอีกแล้ว แต่เพราะรัฐบาลในระบอบทักษิณ สร้างเงื่อนไขจนคณะนายทหารเข้ายึดอำนาจ วันนี้ถ้านายทักษิณยังย่ามใจ สร้างเงื่อนไขแบบนี้ ไม่มีหลักประกันใดว่า การปฏิวัติจะมีขึ้นอีกหรือไม่
7.การทุบโต็ะว่าต้องทำกาสิโนให้ได้ อ้างคนส่วนใหญ่เห็นด้วย มีคนส่วนน้อยที่คัดค้าน ถ้านายทักษิณมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่สนับสนุนจริง ขอให้ท้าทำประชามติ แต่ทำไมนายทักษิณไม่กล้าทำ
8.การด่านายจ้างเฮงซวยขวางขึ้นค่าแรง ของรัฐบาล นายทักษิณต้องเข้าใจว่า การขึ้นค่าแรงมีกฎหมายกำหนด นายจ้างมีส่วนได้เสีย ไม่เหมือนนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน การด่าด้อยค่านายจ้าง นักธุรกิจ หวังเรียกคะแนนนิยม มีความเหมาะสมหรือไม่
ส่วนอีก2เรื่องคือ เรื่องการคัดคนที่ไม่ศัลยกรรม ไปเป็นนางแบบโลก เป็นรสนิยมส่วนตัวของนายทักษิณ จะไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ กับเรื่องการอ้างสถาบันเบื้องสูงบนเวทีหาเสียงอยู่หลายครั้ง ก็จะขอนำไปพูดทางโทรศัพท์กับนายทักษิณในแอพพลิเคชั่น TikTok ต่อไป
ขอใช้ข้อโต้แย้งหักล้างคำปราศรัยของนายทักษิณ เพื่อไม่ให้มีการสื่อสารเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี
วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง
'ทักษิณ' ยื่นศาลภาษี เบรกสรรพากรยึดทรัพย์ 'ภาษีหุ้นชินคอร์ป' 1.5 หมื่นล้าน นัดไต่สวน 7 ต.ค.นี้
"ทักษิณ" ยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลาง หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน "วิญญัติ" ชี้ทั้งที่เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้านถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง ศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว 7 ต.ค. นี้
ท้องถิ่นไม่จำกัดวาระ แล้วกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านล่ะ?
กลับมาเปิดซองกันครับ เมื่อวานมีเรื่องวอลเลย์บอลหญิงไทยเข้ามาแทรก ผมเลยขอพักสองซองที่เตรียมไว้ก่อนหนึ่งวัน
จับตา! ปฏิกิริยา ภท. หลัง 'ทักษิณ' ขยับ กดทับ 'อนุทิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทักษิณขยับ กดทับอนุทิน?" โดยระบุว่า
นายกฯ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินยุทธวิธี ก่อนร่วมงานศพ 'เกรียง'
นายกฯ บินตรวจเยี่ยม-มอบนโยบาย หน่วยบินยุทธวิธี กองบิน 1 โคราช ก่อนไปร่วมสวดอภิธรรมศพ 'เกรียง กัลป์ตินันท์' ที่อุบลฯ จับตาพบ 'ทักษิณ' ในงาน
'ทักษิณ' โพสต์อาลัย 'จู หรงจี' อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อสัญกรรม เผยยังจดจำการเยือนไทยเมื่อปี 44
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อแสดงความอาลัยต่อนายจูหรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ถึงแก่อสัญกรรมในวัย 97 ปี โดยมีใจความดังนี้ ข้าพเจ้าขอร่วมกับประชาชนชาวจีนในการแสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของนายกรัฐมนตรีจู หรงจี

