เปิดสาเหตุ และ ความเสี่ยงของ 'โรคใหลตาย' ความตายที่มาโดยไม่รู้ตัว

24 มี.ค. 2565- มีข่าวช็อกในวงการบันเทิงอีกครั้ง เมื่อมีรายงานข่าวว่า ‘บีม ปภังกร ฤกษ์เฉลิมพจน์’ เสียชีวิต อย่างกะทันหัน ขณะนอนหลับ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิต แต่มีการคาดกันว่า นักแสดงหนุ่ม อาจจะเสียชีวิตจาก ‘โรคใหลตาย’ หรือ ‘บรูกาดาซินโดรม’ ในทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า “หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบบ่อยโดยเฉพาะในแถบภาคอีสาน ความน่ากลัวของโรคนี้คือการเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน ที่ผู้ตายไม่มีโอกาสรู้ตัวมาก่อนเลย

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2560 “แวว จ๊กมก” หรือ “แวววาว วงษ์คำเหลา” อดีตดาวตลกหญิง และน้องสาวของ หม่ำ จ๊กมก ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ จากภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน ซึ่งก็มีสาเหตุการเสียชีวิตคล้ายๆกับพระเอกหนุ่มนี้

ทั้งนี้จากข้อมูลของ ผศ. พญ.สิรินทร์ อภิญาสวัสดิ์ สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เขียนอธิบายถึงสาเหตุ และการรักษา ลงบนเว็บไซต์รามา ชาแนล ดังนี้

โรคใหลตาย มีสาเหตุที่สำคัญคือ

ภาวะร่างกายขาดแร่ธาตุโพแทสเซียม ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง ส่งผลให้หัวใจเต้นแรงขึ้นและเสียชีวิตในที่สุด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องของโรคมี 2 ประการด้วยกัน ได้แก่ การบริโภคอาหารที่มีสารพิษวันละเล็กน้อย จนเกิดการสะสมและเป็นพิษต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ปัจจัยต่อมาคือการขาดสารอาหารที่เป็นวิตามินบี 1 อย่างรุนแรงเฉียบพลัน ทำให้คนที่แข็งแรงอยู่ดีๆ รู้สึกอ่อนเพลียและอยากนอน เมื่อหลับแล้วก็หัวใจวายตายเกือบจะทันที โดยโรคนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาวะทุพโภชนาการ และสุขนิสัยการกินที่ผิด

กลไกการเกิดภาวะโรคใหลตาย

อธิบายได้ดังนี้ โดยปกติแล้วการเต้นของหัวใจคนเรานั้นเกิดขึ้นจากไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้าเกิดจากเกลือแร่ที่วิ่งเข้าออกระหว่างเซลล์ตลอดเวลา โดยเกลือแร่ที่ทำให้เกิดไฟฟ้ามีหลายชนิด เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม เป็นต้น ซึ่งต้องวิ่งเข้าออกบริเวณที่เปรียบเสมือนประตู แต่ในคนที่เกิดภาวะใหลตายนั้นพบว่าประตูที่ทำให้โซเดียมเข้าออกเซลล์นั้นมีน้อยกว่าคนปกติ เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นแต่กำเนิด และเป็นสาเหตุในระดับเซลล์ คนกลุ่มนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับอาหารการกิน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคใหลตาย

การเกิดภาวะใหลตายเกี่ยวข้องกับการเต้นระริกของหัวใจ

ที่เราพบในคนไข้ใหลตายนั้นเกิดจากหัวใจห้องล่าง ซึ่งปกติเป็นปั๊มหลักคอยบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เมื่อประตูหัวใจห้องล่างเกิดไฟฟ้าลัดวงจรทำให้มีการเต้นไม่สม่ำเสมอของหัวใจห้องล่าง เกิดไฟฟ้ามากระตุ้นให้เป็นจุดเล็กๆ และแทนที่หัวใจห้องล่างจะบีบตัวโครมๆ เพื่อเอาเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ก็บีบตัวไม่ได้และสั่นระริกๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายและสมองไม่เพียงพอ ภายใน 30 วินาทีจะเป็นลมหมดสติ 4 นาทีต่อมาถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นสมองจะตาย และภายใน 6-7 นาที ถ้ายังไม่หายก็จะเสียชีวิตในที่สุด

อาการแสดงของภาวะเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายและสมองไม่เพียงพอ

คือเกิดการเกร็งของแขนและขา หายใจเสียงดังจากการมีเสมหะในหลอดลม บางรายปัสสาวะและอุจจาระราด เพราะสูญเสียการควบคุมของระบบประสาทโดยอัตโนมัติ ผู้ป่วยจะมีใบหน้าและริมฝีปากเขียวคล้ำ จากนั้นจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการกู้ชีพที่มีประสิทธิภาพ หรือไม่มีการใช้ไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจให้กลับมาทำงานเป็นปกติ เพื่อหยุด BF ให้เร็วที่สุด แต่บางครั้ง BF ก็อาจหยุดเองได้และผู้ป่วยสามารถรอดตายได้เช่นกัน แต่สมองอาจพิการถาวรหากขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน

การรักษาโรคใหลตายในทางการแพทย์มี 2 วิธี

ได้แก่ การใช้ยาและการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ โดยในการให้ยานั้นขึ้นอยู่กับอาการโรคใหลตายว่ารุนแรงแค่ไหน หากรุนแรงมาก การใช้ยารักษาก็อาจไม่ได้ผล และต้องใช้วิธีฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจเข้าไปในร่างกายแทน

คนไข้ส่วนใหญ่ที่เป็นโรคใหลตายในวันปกติจะไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น แต่ในวันร้ายคืนร้าย กล่าวคือ ในวันพักผ่อนน้อย ดื่มเหล้า หรือใช้สารเสพติด รวมถึงยาบางอย่างหรือในวันที่ไม่สบาย อาจทำให้อาการใหลตายเกิดขึ้นและเสียชีวิตกระทันหันในวันเหล่านั้น
วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ

การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจให้ผู้ที่เคยตกอยู่ในภาวะใหลตายสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ การดูแลหลังการรักษานั้นต้องหลีกเลี่ยงการกดบริเวณหัวไหล่ ไหปลาร้าข้างที่ใส่เครื่อง เพราะอาจทำให้สายหัก ทั้งนี้ด้านอาหารการกินยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อน รับประทานอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัย และรับประทานอาหารที่ให้สารอาหารเพียงพอต่อร่างกายโดยเฉพาะวิตามินบี ที่สำคัญควรรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือดอย่างสม่ำเสมอ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ถั่วดำ ถั่วแระ เต้าหู้ เป็นต้น

การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะใหลตาย

คือจับผู้ป่วยนอนราบ ระหว่างรอรถพยาบาลหรือรอคนมาช่วยให้ประเมินผู้ป่วย หากพบว่าไม่หายใจหรือชีพจรที่คอไม่เต้น ให้กดหน้าอกยุบลงราว 1.5 นิ้ว แล้วปล่อยให้คลายตัวเป็นชุด ในความถี่ราว 100 ครั้งต่อนาทีโดยไม่หยุดจนกว่าจะถึงมือแพทย์หรือจนกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัว และไม่ควรเสียเวลาโดยไม่จำเป็น เช่น งัดปากคนไข้ด้วยของแข็งเพราะอาจเป็นอันตราย และให้ระลึกเสมอว่าคนที่เป็นโรคใหลตายอาจจะมีโรคอื่นของสมอง เช่น ลมชัก โรคหัวใจ ที่อาจเป็นเหตุให้หมดสติได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม

คนไทยมีความเสี่ยงสูง!เพจดังเผย ‘บีม ปภังกร’ เสียชีวิตจาก ‘บรูกาดาซินโดรม’

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดขั้นตอนรักษาโควิดที่สมเหตุสมผล ให้ยาต้านไวรัสตอนไหน

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ การรักษาสมเหตุสมผล

'หมอธีระวัฒน์' แจงวิธีป้องกันและรักษา 'ลองโควิด'

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ลองโควิด” ..การป้องกันและรักษา

'หมอยง' ว่าด้วย 'โรคใหลตาย' ในประเทศไทย

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีรายละเอียดดังนี้

'วิตามิน บี' อาหารเสริมที่ช่วยลดการเกิดภาวะ 'ใหลตาย'

หลังจากที่นักแสดงวัยรุ่น บีม-ปภังกร ฤกษ์เฉลิมพจน์ ที่มีผลงานมากมาย อาทิ น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์, สัมผัสพิศวง ตอน โจ๋ผู้กล้า , ซีรีส์เคว้ง ที่ฉายทางเน็ตฟลิกซ์ ฯลฯ ได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน

'หมอยง' เปิดผลวิจัย 'โรคใหลตาย' ในไทย พร้อมวิธีรักษา

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โรคใหลตาย ในประเทศไทย

บรูกาดาซินโดรม ‘ไหลตาย’ ป้องกันได้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตหมั่นตรวจหัวใจ

“โรคไหลตาย” หรือ กลุ่ม “อาการบรูกาดา ซินโดรม” (Brugada Syndrome) ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ ที่มีภาวะคลื่นหัวใจผิดปกติ โดยเฉพาะกลุ่มชายวัยทำงาน ที่อาศัยอย่างทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ หรือต่างถิ่นฐานในบ้านเราก็ตาม ที่สำคัญโรคไหลตายมักพบได้ในผู้ชายอายุน้อย และพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง นอกจากนี้พฤติกรรมของการบริโภคอาหาร ที่กระตุ้นให้กลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นผลทำให้โพแทสเซียมในร่างกายต่ำ และนำมาซึ่งการกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ จึงทำให้เกิดเหตุของการเสียชีวิตในวันนั้นหรือเวลานั้น หรือเสียชีวิตกระทันนั่นเอง เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคไหลตาย