22 ม.ค.2565 - โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรต้านซึมเศร้า โดย ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เภสัชกรชำนาญการ กล่าวว่า โรคซึมเศร้า กำลังเป็นปัญหาสำคัญในสังคมยุคปัจจุบันมากขึ้น และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สมุนไพรจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่สามารถใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการดังกล่าวได้ จึงขอยก 4 สมุนไพร ที่มีข้อมูลว่าสามารถช่วยต้านโรคซึมเศร้า และหาได้ง่ายคือ
1. ขมิ้นชัน มีการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยซึมเศร้า เปรียบเทียบการใช้สารสกัดขมิ้นชัน 500 มก. หลังอาหารเช้าและเย็น และยาต้านซึมเศร้า (Fluoxetine 20 mg) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ เปอร์เซ็นต์การตอบสนองผลการรักษาของผู้ป่วย ยาต้านซึมเศร้า 64.7% สารสกัดขมิ้นชัน 62.5% และเมื่อใช้ร่วมกันทั้ง ยาต้านซึมเศร้า และสารสกัดขมิ้นชัน จะให้ผลตอบสนอง 77.8%
ปัจจุบันขมิ้นชันจะมีทั้งแบบสกัดและแบบผงแห้ง โดยขนาดการรับประทานแบบผงแห้งคือ ยาแคปซูลขมิ้นชัน 2 แคปซูล หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน อย่างไรก็ตามมีข้อควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี หญิงตั้งครรภ์ ยกเว้นภายใต้การดูแลของแพทย์ และควรระวังการใช้ในเด็กเนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิผลและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังควรระวังการใช้ร่วมกับสารกันเลือดลิ่ม (anticoagulants) และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
2. บัวบก มีการใช้บัวบกเป็นยามาแต่โบราณ ทั้งในศาสตร์อายุรเวท และการแพทย์แผนจีน บัวบกสามารถบรรเทาอาการโรควิตกกังวลได้ จากการศึกษาการใช้สารสกัดบัวบก 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรควิตกกังวล อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 33 คน พบว่า..เริ่มเห็นผลการรักษาที่ 1 เดือน และเห็นผลชัดเจนขึ้นที่ 2 เดือน จากผลการศึกษาดังกล่าวจะเห็นได้ว่าสารสกัดบัวบกช่วยลดความผิดปกติที่เกิดจากความกังวล ลดความเครียดและลดอาการซึมเศร้าได้ ทำให้ความเต็มใจที่จะปรับตัวและเรียนรู้ดีขึ้น บัวบกจึงมีศักยภาพที่จะนำมาใช้ในผู้ป่วยโรควิตกกังวล ขนาดการรับประทาน สำหรับผู้ที่สะดวกจะใช้ใบบัวสด ก็สามารถคั้นน้ำจากใบบัวบกสดที่ล้างสะอาด รับประทานแบบเข้มข้น วันละ 1-2 ช้อนชา ส่วนการใช้ใบบัวบกแห้ง เป็นยารับประทานใบแห้ง ใช้ครั้งละ 1-2 ช้อนชา (5-10 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 150 ซีซี รอจนอุ่นหรือประมาณ 10-15 นาที แล้วจิบดื่ม สามารถรับประทานได้วันละ 2-3 เวลา ส่วนบัวบกชนิดแคปซูล รับประทานวันละ 2-3 แคปซูล ทั้งนี้ หากหวังผลบำรุงสมองคลายเครียด ควรรับประทานต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือน ขึ้นไป
สำหรับข้อควรระวัง คือ บัวบกเป็นยาเย็น ไม่ควรรับประทานทีละเยอะๆ ทุกวัน อย่างกรณีที่รับประทานเป็นกําๆ จะต้องทานบ้างหยุดบ้าง ถ้ารับประทานสดทุกวัน ควรรับประทานแต่น้อย ประมาณ 3-6 ใบก็พอ คนที่อ่อนเพลีย หรือร่างกายอ่อนแอมากไม่ควรรับประทาน ถ้ารับประทานแล้วมีอาการเวียนหัว ใจสั่น ให้หยุดทันที คนที่ม้ามเย็นพร่อง มีอาการท้องอืดแน่นเป็นประจําไม่ควรรับประทาน และหลีกเลี่ยงการรับประทานในหญิงที่ให้นมบุตร หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ เพราะมีการศึกษาพบว่าการรับประทานต่อเนื่องติดต่อกันนานๆ พบว่าอาจยับยั้งการตั้งครรภ์ได้
3. น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว มีสารสำคัญที่ช่วยทำให้นอนหลับได้ คือ ฤทธิ์ผ่อนคลาย คลายกังวล ช่วยให้นอนหลับ ด้วยสาร GABA (Gamma-aminobutyric acid) เป็นสารสื่อประสาท พบในระบบประสาทส่วนกลาง คือ สมอง และไขสันหลัง มีฤทธิ์ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย คลายกังวล และทำให้หลับสบาย ซึ่งยานอนหลับส่วนใหญ่ที่ใช้ในแผนปัจจุบันก็ออกฤทธิ์โดยจับกับตัวรับ GABA และสาร N-Acetylserotonin เป็นสารที่พบตามธรรมชาติของน้ำมันรำข้าว เป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารเมลาโทนิน ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมวงจรการนอนของคนเรามีส่วนช่วยในการนอนหลับ สารตัวนี้ยังมีฤทธิ์คลายความเครียด คลายกังวล ต้านซึมเศร้า ต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องสมอง และปกป้องเซลล์รับแสงจากจอประสาทตาอีกด้วย ขนาดการรับประทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าว-จมูกข้าว ชนิดแคปซูล ทาน 1 แคปซูลหลังอาหาร เช้า เย็น ในหญิงตั้งครรภ์ให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน
4. ฟักทอง มีการศึกษาพบว่า ฟักทอง ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้ โดยทำการสังเกตพฤติกรรมถูกบังคับให้ว่ายน้ำในหนูทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งจะมีพฤติกรรมลอยตัวนิ่งเสมือนว่าอยากตาย แต่การให้ฟักทองอบและสารเบต้าแคโรทีน มีผลทำให้ระยะเวลาลอยตัวนิ่งลดลง และยังมีผลเพิ่มระดับเซโรโทนิน (serotonin) และนอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine: NE) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งจะลดลงเนื่องจากภาวะซึมเศร้าให้กลับสู่ระดับปกติ นอกจากนี้ ทั้งฟักทองและเบต้าแคโรทีน ยังช่วยลดสารก่อการอักเสบในสมองได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมการศึกษาดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของฟักทองและเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารสำคัญในฟักทอง ในการช่วยรักษาภาวะซึมเศร้า ฟักทองจึงเป็น “อาหารเป็นยา” ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการซึมเศร้า ขนาดการรับประทาน แนะนำทานเป็นผัก หรือประกอบในมื้ออาหาร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สธ.จัดใหญ่ 'มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ' คาดเงินสะพัดกว่า 200 ล้าน
กระทรวงสาธารณสุข เตรียมจัดงาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23” ภายใต้แนวคิดหลัก “เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกลสู่สากล” และแนวคิดย่อย “จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจ”
ทุ่มบัตรทอง ปลูกถ่ายตับ เปลี่ยนหัวใจ
30 บาทเฮ! รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช.ไฟเขียวเพิ่มอัตราจ่าย “ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ” บัตรทอง เพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ระบุใช้งบประมาณประหยัดจากการปรับอัตราชดเชยค่ายากดภูมิ
ข่าวดี! บอร์ด สปสช. ไฟเขียวเพิ่มค่ารักษา 'ปลูกถ่ายตับ-เปลี่ยนหัวใจ' สิทธิบัตรทอง
รัฐบาลเผยบอร์ด สปสช. เห็นชอบเพิ่มอัตราจ่ายชดเชยบริการปลูกถ่ายตับและเปลี่ยนหัวใจในระบบบัตรทอง 30 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโรคซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง
โทฟู สกินแคร์ ผนึก สวทช. ปั้นโมเดล 'Soft Power' สมุนไพรไทย เผยโฉมนวัตกรรม Think Plus A.M. บุกตลาด Brain Booster
บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ในฐานะ Asia’s No.1 Beauty Destination Hub ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและสุขภาพ ประกาศยุทธศาสตร์ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “PhytoEX Celebrity Accelerator Program” และ “PhytoEX Innovation Competition 2026”
สวทช. โดยแพลตฟอร์ม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการหนุนสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้วยสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทย
เทรนด์สังคมสูงวัยที่ไม่ใช่แค่ความแก่ชรา แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ อายุยืนยาว และความสวยความงาม สวทช. โดย แผนงานนวัตกรรม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการ PhytoEX Celebrity Accelerator Program

