
หลังผลการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกครั้งที่ 5 (INC-5) ณ เมืองปูซาน เกาหลีใต้ ปลายปี 2567 ไม่บรรลุผล แม้ว่ามีประเทศกว่า 100 ประเทศร่วมลงชื่อสนับสนุนสนธิสัญญาพลาสติกโลกที่มุ่งมั่นการตั้งเป้าลดการผลิตพลาสติก เพราะขยะพลาสติกก่อปัญหาใหญ่ระดับโลก หลายประเทศประสบกับปัญหาขยะล้นเมือง และที่น่าวิตกอันตรายของไมโครพลาสติก พลาสติกที่แตกตัวออกกลายเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สามารถพัดพาไปทั่วโลก แม้แต่ในพื้นที่ห่างไกลที่สุดอย่างขั้วโลกเหนือยังพบไมโครพลาสติก แม้นับร้อยประเทศจริงจังและยืนหยัดต่อหมุดหมายนี้ แต่ยังมีหลายประเทศปฏิเสธที่จะยอมรับประเด็นข้างต้น นำมาสู่การต่อเวลาจนเกิดการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกครั้งที่ 5.2 (INC-5.2) ขึ้นอีกครั้งกลางปี 2568
ก่อนเวทีเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกครั้งที่ 5.2 จะเปิดฉาก กรีนพีซ ประเทศไทย มูลนิธิความยุติธรรมเชิงสิ่งแวดล้อม และ มูลนิธิบูรณะนิเวศ จัดเวทีเสวนา “ไปกันต่อ INC- 5.2: ยังไงดีสนธิสัญญาพลาสติกโลก” ชวนภาคประชาสังคมร่วมถอดบทสรุปจากการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลก จุดยืนของประเทศไทย และข้อคิดเห็นจากการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกเมืองปูซาน

ผานิต รัตสุข ผู้อำนวยการกองการจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาจากประเทศไทยในเวที INC-5 กล่าวว่า จากมติการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 เมื่อปี 2565 ประเทศต่างๆ รับรองข้อมติการหยุดมลพิษพลาสติกที่มีผลผูกพันข้อกฎหมายระหว่างประเทศ นำมาสู่การจัดตั้งคณะกรรมการเจรจาฯ ขึ้นมาขับเคลื่อน เดิมทีต้องเสร็จภายในปี 2567 โดยมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง ครั้งที่ 1-5 ซึ่งเวที INC5 คาดว่าจะเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย และจะสรุปผลปลายปีนี้ที่เปรู แต่ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง
จากการได้ร่วมประชุมใน INC5 ซึ่งประเทศไทยได้เตรียมท่าทีในประเด็นหลักไว้ ขณะที่ประธาน INC ได้เสนอร่างมาตรการใหม่ หรือ Chair’s Text เพื่อประนีประนอม เพราะจากเวที 4 มีความคิดเห็นแตกต่างกันชัดเจน ใน Chair’s Text มี 32 มาตรา แบ่งการเจรจาเป็น 4 กลุ่ม โดยกลุ่ม 1 ผลิตภัณฑ์พลาสติก สารพลาสติกที่ห่วงกังวล การออกแบบผลิตภัณฑ์ อุปทานของพอลิเมอร์พลาสติก กลุ่ม 2 การปลดปล่อยมลพิษและการรั่วไหล การจัดการขยะพลาสติก มลพิษพลาสติกที่มีอยู่ สิ่งแวดล้อมทางทะเล กลุ่ม 3 กลไกทางการเงิน และกลุ่ม 4 การดำเนินงาน การปฏิบัติตาม แผนปฏิบัติการระดับชาติ
หากสรุปสาระสำคัญของเอกสารดังกล่าว ผานิต กล่าวว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก หารือห้ามการผลิต การใช้การนำเข้า หรือการส่งออก การกำหนดเกณฑ์เพื่อระบุผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เป็นปัญหา ส่วนอุปทานของพอลิเมอร์พลาสติกปฐมภูมิ มีการพิจารณาเป้าหมายระดับโลกในการลดการผลิตพอลิเมอร์พลาสติกให้ถึงระดับที่ยั่งยืน และรับรองใน COP ครั้งที่ 1เกิดการถกเถียงคำว่า”ยั่งยืน” คืออะไร แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ส่วนการออกแบบผลิตภัณฑ์ ดำเนินการตามความสามารถของประเทศ หลักการป้องกันไว้ก่อน การยกเว้นเมื่อมีการร้องขอ เช่น หากยังปฏิบัติตามมาตรการ จะร้องขอเรื่องเวลา การช่วยเหลือด้านเทคนิค มาตรการลดและขจัดมลพิษที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการบรรเทาและฟื้นฟู การจัดลำดับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพราะมลพิษพลาสติก ประเทศที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะรับขยะพลาสติกของโลก เสี่ยงมลพิษสูง รวมถึงรูปแบบและจำนวนกองทุนจะมีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งในกลุ่มกลไกทางการเงินมีความเห็นต่างอย่างชัดเจน
ประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติ หน.ทีมเจรจาไทยระบุเป็นเรื่องสารเคมีที่ห่วงกังวลที่ใช้ในผลิตภัณฑ์พลาสติก พลาสติกใช้ครั้งเดียว ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ยากนำมาใช้ใหม่ การเติมสารเคมีอันตราย การรายงาน การกำหนดเป้าหมายโลกในการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน กลไกทางการเงินที่วางให้ประเทศพัฒนาแล้วทุกประเทศต้องสนับสนุนด้านการเงินก็ยังสรุปไม่ได้เช่นกัน นอกจากนี้ มีกลุ่มไม่เห็นด้วยการจัดการสารเคมีในการผลิตพลาสติก เป็นการจัดการที่ต้นทาง อีกกลุ่มประเทศยืนในความคิดจัดการมลพิษพลาสติก นั่นหมายถึง ปลายทาง
“ จากการวิเคราะห์เอกสารแต่ละประเทศเสนอเข้ามา สหรัฐแสดงจุดยืนให้แต่ละประเทศทำตามแผนงานระดับชาติเรื่องการใช้สารเคมีผลิตพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก ภาครัฐไม่หนุนจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เป็นปัญหา ซึ่งไม่พูดเรื่องอุปทาน ส่วนจีนเป็นประเทศที่ชัดเจนในท่าที มีเป้าระดับชาติ และเสนอแต่ละประเทศจัดการผลิตภัณฑ์พลาสติกตามความสามารถของประเทศ รวมถึงให้ระบุแนวทางระดับชาติจัดการผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ก่อมลพิษ เห็นด้วยบางผลิตภัณฑ์ก่อมลพิษให้มีมาตรการจัดการระดับโลก ส่วนอังกฤษ นอร์เวย์ เสนอผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ต้องควบคุมระดับโลก และมีข้อยกเว้นเช่นพลาสติกเพื่อการขนส่งเพื่อสุขภาพ บราซิลเสนอเพิ่มรายการสารเคมีที่ห่วงกังวลระดับโลก โดยพิจารณาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย หลายประเทศไม่เห็นด้วยกำหนดภาพรวมระดับโลก แต่ให้พิจารณาระดับชาติ ส่วนไทยมีแนวคิดตรงกับแคนาดา สวิส เปรู จอร์เจีย ร่วมสนอมาตรการควบคุมและสารเคมีที่ห่วงกังวล ขณะที่หมู่เกาะคุกในนามประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะในแปซิฟิก กำหนป้าหมายระดับโลกลดการผลิตพลาสติกลงร้อยละ 40 ภายในปี 2583 เทียบกับปี 2568 “ ผานิต กล่าว

ด้าน พิชามญชุ์ รักรอด หัวหน้าโครงการรณรงค์ยุติมลพิษพลาสติก กรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า จากการได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ใน INC5 เป็นที่น่าสังเกตได้ว่า มีตัวแทนบริษัทน้ำมันและปิโตรเคมีเข้าร่วมถึง 220 คน สูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เป็นข้อกังวลว่าการเจรจาจะทำให้การลดใช้และผลิตพลาสติกจะเป็นไปอย่างเชื่องช้าและนำไปสู่การจัดทำมาตรการที่หันเหไปจากวัตถุประสงค์ตั้งต้น ที่ต้องการให้มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อยุติมลพิษพลาสติก ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลฯ (INC) รอบหน้าจึงมีความสำคัญและน่าจับตามองอย่างมาก
ในมุมมอง ศลิษา ไตรพิพิธสิริวัฒน์ ผู้จัดการโครงการพลาสติก Environmental Justice Foundation กล่าวว่า แม้จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่การขยายการเจรจาออกไปเป็นเรื่องที่ดีกว่าการรีบทำให้เสร็จแล้วโลกได้สนธิสัญญาที่แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้มา ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้จัดและประเทศสมาชิกต้องหารือว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ และต้องป้องกันให้ไม่เกิดขึ้นอีกในการเจรจาครั้งที่ 5.2 ยังมีอีกหลายข้อบทที่ต้องการเวลามากกว่า 7 วันในการเจรจา ซึ่งต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล เราต้องตีโจทย์ตรงนี้ให้แตก ไม่เช่นนั้นการเจรจาครั้งที่ 5.2 อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เราจะเสียเวลาไปอีก และโลกเราจะมีโอกาสอีกสักกี่ครั้งที่จะได้เข้าใกล้การแก้ไขปัญหามลพิษพลาสติกได้อย่างแท้จริงขนาดนี้
ส่วน ฐิติกร บุญทองใหม่ ผู้จัดการแผนงานของเสียและมลพิษอุตสาหกรรม มูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า ในตอนแรก การประชุม INC5 คาดหวังไว้ว่าอย่างน้อยจะต้องมีการคุยกันเรื่องประเด็นสารเคมีในพลาสติกอย่างจริงจัง และนำไปสู่ร่างสนธิสัญญาพลาสติกที่มีการควบคุมสารเคมีในพลาสติกอย่างเข้มข้น แต่สุดท้ายการประชุม INC5 ครั้งนี้ไม่สามารถหาข้อสรุป รวมทั้งมีความพยายามในการลดความจริงจังต่อมาตราที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีในพลาสติก และไม่สามารถเกิดร่างสนธิสัญญาพลาสติกได้ต้องประชุมใน INC5.2 ในอนาคตอีกครั้ง

ภาพโดย Greenpeace
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ' ขอบคุณเยอรมนี หนุนไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะพลาสติก-ขยะทะเล
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมปิดโครงการ MA-RE-DESIGN พร้อมแสดงความขอบคุณรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีที่สนับสนุนประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกและป้องกันขยะทะเล
เปิดผลตรวจสารปนเปื้อนแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง สารหนูยังเกินมาตรฐานหลายจุด
กรมควบคุมมลพิษ(คพ.)รายงานผลการตรวจคุณภาพน้ำของแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและโขงครั้งที่ 18 ซึ่งเก็บตัวอย่างน้ำระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2569 พบว่า ภาพรวมค่าโลหะหนักส่วนใหญ่
คพ. พร้อมรับการตรวจสอบทุจริต แต่ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ (Perception) และข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่ควรใช้ชี้เฉพาะหน่วยงานหรือสะท้อนภาพรวมประเทศ
วันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ แถลงผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัยการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กรณีระบุว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)
กรมควบคุมมลพิษ นัดแถลงผลพิจารณาเอกสารงานวิจัย กกร. สำรวจความโปร่งใส 25 พ.ค.นี้
กรมควบคุมมลพิษ นัดสื่อแถลงข่าว ผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัย กกร. ผลสำรวจความโปร่งใสภาครัฐ 25 พ.ค.นี้
ปลัด ทส.สั่งทุกกรมแสกนหาภารกิจเสี่ยงทุจริต! ลั่นไม่ปกป้องคนผิด
ปลัด ก.ทรัพย์ฯ สั่งทุกกรมแสกนหาภารกิจเสี่ยงทุจริต หลังเรียกบิ๊กข้าราชการถกผลโพล กกร.เมื่อวาน เดินหน้าอุดรูรั่ว วางมาตรฐาน SOP ลดความกังวลใจ ลั่นไม่ปกป้องคนผิด
เปิด 4 คำถามควันหลง 'กกร. และเพื่อนไม่ทน' แถลงผลสำรวจ 10 สินบนหน่วยงานรัฐ
ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า 4 คำถามควันหลง หลังจาก “กกร. และเพื่อนไม่ทน” แถลงผลสำรวจความเห็นของภาคเอกชนเรื่อง 10 สินบนหน่วยงานรัฐ ที่ไหนจ่ายหนัก ที่ไหนจ่ายบ่อย

