ม็อบบุกทำเนียบ ค้าน‘พ.ร.บ.SEC’ ชี้แลนด์บริดจ์เจ๊ง

เครือข่าย SEC Watch-ภาคประชาชนภาคใต้ ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เรียกร้องนายกฯ 3 ข้อ หยุดกฎหมายยกที่ดินให้ต่างชาติภายใต้ พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ-โครงการแลนด์บริดจ์ "ประสิทธิ์ชัย" หวั่นหาก กม.บังคับใช้ คนใต้จะกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง เชื่อสร้าง "แลนด์บริดจ์" เสร็จโครงการร้างแน่ เหตุไม่มีบริษัทเดินเรือใดมาใช้บริการ เสียทั้งสิ่งแวดล้อม ทําที่ดินตกอยู่ในมือต่างชาติ

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทําเนียบรัฐบาล เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) และภาคประชาชนจากพื้นที่ภาคใต้ นำโดยนายประสิทธิ์ชัย หนูนวล ประธานเครือข่ายฯ ปักหลักชุมนุมเพื่อคัดค้านร่าง ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และโครงการแลนด์บริดจ์เป็นวันที่สอง โดยได้แจ้งการชุมนุมต่อ สน.นางเลิ้งเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569

โดยกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้  ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกร้อง 3 ข้อให้หยุดกฎหมายยกที่ดินให้ต่างชาติภายใต้ พ.ร.บ.SEC ดังนี้

1.หยุดกฎหมาย SEC โดยรัฐบาลต้องออกหนังสือที่มีผลบังคับจริง ที่ทำให้กฎหมายฉบับนี้ไม่ถูกผลักดันเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมาย ทั้งในส่วนของรัฐบาลและพรรคการเมือง โดยเฉพาะร่างของ สนข.ซึ่งเป็นการจัดทำร่างกฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรี

2.รัฐบาลต้องยุติการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์  ทั้งในส่วนของท่าเรือ เส้นทางรถไฟ ทางหลวงพิเศษ และโครงการในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ได้หรือไม่ จะต้องรอผลการศึกษาแผนแม่บทเศรษฐกิจยั่งยืนภาคใต้ที่จะจัดทำขึ้นภายใต้กลไกที่ถูกต้องชอบธรรม

3.รัฐบาลจะต้องยกเลิกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งเป็นระบบเผด็จการทางเศรษฐกิจ สู่การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้โดยกลไกที่ถูกต้อง มุ่งเน้นการพัฒนาบนฐานศักยภาพและก่อเกิดประโยชน์แก่คนไทย โดยรัฐบาลจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ที่ตกลงร่วมกันเพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ใหม่

ด้านนายประสิทธิ์ชัยเปิดเผยว่า ตามกระบวนการไทม์ไลน์ปลายเดือนมิถุนายนนี้ หรือต้นเดือนกรกฎาคม  ร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ จะนําเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเมื่อ ครม.เห็นชอบก็จะผ่านไปยังสภาผู้แทนราษฎร ในเดือนธันวาคมต้องพิจารณากฎหมายให้เสร็จ หลังจากนั้นนายกฯ จะนําขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่มีผลบังคับใช้ทันที และจากนั้นก็จะทําให้ชาวจังหวัดภาคใต้กลายเป็นพลเมืองชั้นสองหรือชนชั้นแรงงาน ซึ่งมีกลุ่มนายทุนเป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง

"นี่เป็นการสูญเสียที่สําคัญที่สุด และเป็นภัยพิบัติที่สําคัญที่สุดที่ก่อโดยคนไทย เขียนกฎหมายโดยคนไทย ยึดทรัพยากรโดยคนไทย เพื่อเอาไปให้ต่างชาติ เราไม่เก็บค่าธรรมเนียม ไม่เก็บภาษี เราไม่ได้อะไรเลย คนใต้มีหน้าที่สองอย่างคือ หนึ่ง-รับรู้ข้อมูลจากผลกระทบ สอง-รับการเยียวยา กฎหมายมันเป็นอย่างนี้"

นายประสิทธิ์ชัยกล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เราพิจารณากันมา 2-3 ปี พอตนได้รับข้อมูลจากทั้งฝ่ายวิชาการและฝ่ายธุรกิจ ทําให้มั่นใจชัดเจนว่าหากสร้างแล้วจะต้องร้างแน่นอน บอกไม่มีบริษัทเดินเรือใดที่จะมาใช้บริการ แต่ที่รัฐบาลบอกว่าจะสร้างงานได้ มีบริษัทส่วนใหญ่สนใจนั้นก็คือบริษัทก่อสร้าง  เพราะยังไงก็ได้ประโยชน์ แต่บริษัทเดินเรือไม่มีใครมาใช้ เพราะเขาใช้ที่ช่องแคบมะละกาอยู่แล้ว ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องยกตู้มาทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย และพิจารณาจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะต้องมีการถมทะเลนับหมื่นไร่ ต้องสูญเสียทรัพยากรชายฝั่งที่มีความสวยงาม

"สรุปคือทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่องธุรกิจมันไม่คุ้ม เมื่อเอาสองเรื่องนี้มาเป็นตัวตั้ง คิดว่าโครงการแลนด์บริดจ์ยังไงก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งก่อนหน้าโครงการเซาเทิร์น ซีบอร์ดเดิมก็ร้างอยู่ จึงไม่คิดว่าควรจะร้างเป็นรอบที่สอง เชื่อว่าประเทศจะหายนะทางเศรษฐกิจเพราะมันไม่คุ้ม"

นายประสิทธิ์ชัยกล่าวด้วยว่า กฎหมายนี้บังคับใช้ที่ภาคตะวันออกแล้ว และกําลังจะมาภาคใต้ และไปภาคอีสาน ทั้งหมดนี้ถูกบังคับโดยรัฐธรรมนูญปี 60 และ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ว่าจะต้องมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ  โดยการบังคับของกฎหมายประเทศไทยทุกภูมิภาคจะถูกบังคับโดยกฎหมายนี้ ว่าที่ดินจะไม่หลุดไปสู่มือต่างชาติ

"การปักหลักชุมนุมที่นี่จะเน้นไปที่การให้ข้อมูลเชิงวิชาการ ส่วนการจะยกระดับอย่างไรนั้นจะประเมินอีกครั้ง" แกนนำ SEC Watch ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยตอบรับเข้าUNCLOS

"กต." แจงไทยส่งหนังสือแจ้งเข้าร่วมกระบวนการ UNCLOS มอบ "สีหศักดิ์" นำทัพตัวแทนหลัก พร้อมผนึก 2

สอน‘เท้ง’อย่าล่มเรือแก้รธน.

"นิกร" สอน "เท้ง" เป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช. อย่าล่มเรือแก้ รธน. เป็นกัปตันที่ดีต้องดูแลลูกเรือตัวเอง