“เพื่อไทย” ยังกั๊กที่มา ส.ส.ร. รอถกวิปสามฝ่ายก่อน ส่วน “พริษฐ์” กอดคำหารือตุลาการรัฐธรรมนูญแน่น บอกเป็นข้อมูลใหม่ ย้ำลุยเลือก 100% “หมอเปรม” ชงสภากำหนดท่าที สว. เผยไม่ติดใจที่มา ส.ส.ร. เพราะสิ่งสำคัญคือกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ยังคงมีความต่อเนื่องในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยพรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุม สส.พรรคประจำสัปดาห์ ซึ่งนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ในวันที่ 24 มิ.ย. จะประชุมวิปสามฝ่าย เพื่อรอความชัดเจนถึงแนวทางการร่างว่าจะเป็นอย่างไร โดยพรรคคาดหวังว่ากรอบเวลาที่จะแก้ไขเป็นไปตามที่รัฐบาลเคยแถลงไว้ ในส่วนของเนื้อหาเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอวิปสามฝ่ายหารือเพื่อสรุปแนวทาง เพื่อให้เราสามารถผลักดันรัฐธรรมนูญได้
“พรุ่งนี้จะชัดเจนขึ้น ซึ่งผู้บริหารพรรคเพื่อไทยก็ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง เพื่อที่เราจะได้ออกแบบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตรงไปตามแนวทาง ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นร่างที่ไปต่อได้” นายศึกษิษฏ์กล่าว
ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ยืนยันว่า ประเด็นสำคัญของรัฐธรรมนูญตอนนี้คือ ข้อค้นพบใหม่ที่ได้หารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าตกลงแล้วคำวินิจฉัย 18/2568 ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิ์ในการเสนอให้ ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งของประชาชน พรรคก็จะคุยกันในที่ประชุม สส. และยืนยันว่าเราจะผลักดันร่างที่เสนอให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ก็ต้องรอดูท่าทีของพรรคการเมืองอื่นว่าจะทบทวนร่างของตัวเองให้สอดคล้องกับแนวทางนี้หรือไม่
เมื่อถามว่า ความเห็นต่างที่มาของ ส.ส.ร.อาจสร้างความสับสนให้ สว. จนทำให้สุดท้ายจะไม่ผ่านเลยสักร่างหรือไม่ในวาระแรก นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่ไปเพิ่มความสับสน ในมุมกลับกัน ดั้งเดิมคำวินิจฉัยที่ 18/2568 มีความคลุมเครือ พอมีประโยคแถมขึ้นมาว่าสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงได้ เป็นข้อความที่ไม่มีหลักการประชาธิปไตยอ้างอิง ดังนั้นสมาชิกรัฐสภาหลายส่วนอาจสับสนว่าจะตีความประโยคนี้อย่างไร เมื่อได้รับคำอธิบายเพิ่มเติม แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ก็เห็นว่าเป็นการเพิ่มความชัดเจนว่าการเดินหน้าแบบไหนจะขัดหรือไม่ขัด
“ผมเห็นว่าข้อเสนอที่ให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง ตอนนี้ก็ได้รับความชัดเจนแล้วว่าไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หวังว่าจะไม่มีการหยิบยกคำวินิจฉัยดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกข้อเสนอดังกล่าวในการรับหลักการร่างนี้ในวาระที่ 1” นายพริษฐ์กล่าว
ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยยังยืนยันใช้ร่างเดิมนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า รอดูท่าทีอย่างเป็นทางการจากพรรคภูมิใจไทย แต่ลองจินตนาการดูว่าพรรคเคยสนับสนุนให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าเป็นคนที่สนับสนุนจริงๆ พอมีข้อมูลใหม่มาปฏิกิริยาที่ควรเป็นอย่างไร ถ้าอยากสนับสนุนจริงๆ ก็คงมาหารือร่วมกับทุกฝ่าย ว่าจะนำข้อมูลใหม่มาประกอบการพิจารณาและเดินหน้าให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งอย่างไร มากกว่าการรีบปฏิเสธข้อมูลใหม่ดังกล่าว
ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ระบุว่า ได้ทำหนังสือด่วนถึงประธานวุฒิสภา ขอให้นำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การหารือในที่ประชุมวุฒิสภา ก่อนที่รัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนเกี่ยวกับท่าทีของ สว. ซึ่งประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2568 ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป โดยมีผู้เห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประมาณ 21.6 ล้านคน ถือเป็นเสียงข้างมากของประชาชนทั้งประเทศ และเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกพรรคการเมืองยอมรับมาโดยตลอด
“สว.ทั้ง 200 คนเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากไม่มีการแสดงจุดยืนในนามองค์กร อาจถูกตีความได้หลายทาง และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน จึงเสนอให้ประธานวุฒิสภาพิจารณานำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การหารือในที่ประชุมวุฒิสภา หรืออย่างน้อยอาจนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกัน”
ถามถึงจุดยืนเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นผู้ยื่นคำร้อง ศาลได้วางหลักการว่าสามารถมี ส.ส.ร.ได้ แต่ต้องไม่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะหากรัฐสภาเดินหน้าขัดกับแนวทางดังกล่าว อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการในอนาคต ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เพราะการมี ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนโดยตรง จะสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนได้ดีที่สุด แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ทุกองค์กรจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตาม เนื่องจากคำวินิจฉัยมีผลผูกพันตามกฎหมาย
“แม้ไม่ติดใจมากนักว่า ส.ส.ร.จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญคือกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญต้องเชื่อมโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง การเปิดรับฟังความคิดเห็น หรือการทำประชามติในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้าง” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘จักรพงศ์’นั่งศาลรธน.
มติวุฒิสภา 140 ต่อ 17 เสียง ไฟเขียว “จักรพงศ์” นั่งตุลาการศาล รธน.
เคาะงบ70-โอนงบ-ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า
ครม.ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.งบฯ 72 คน
ลุยสางคลิปภาวุธ QRSแจงดีเอสไอ
“อนุทิน” ขอให้ถาม ปชช. ตัดสินผลงานนายกฯ ผ่านเลือกตั้ง ไม่ตอบชัดอยู่ครบ 4 ปี
โกงสอบ!เด้งอธิบดี ทลายแก๊งขรก.รีด4.5พันล้าน/‘เอกวิทย์-โจ๊ก’รับข้อหา6ก.ค.
"ป.ป.ช.-ตร.” ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น รวบ 10 ข้าราชการร่วมกันแก้ไขคะแนนสอบ
‘สมเด็จเจ้าฟ้าฯ’ ทรงบำเพ็ญกุศล พระศพ‘องค์ภา’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"
ไทยตอบรับเข้าUNCLOS
"กต." แจงไทยส่งหนังสือแจ้งเข้าร่วมกระบวนการ UNCLOS มอบ "สีหศักดิ์" นำทัพตัวแทนหลัก พร้อมผนึก 2

