‘จีน’พร้อมเป็นตัวกลาง! แก้ปัญหาชายแดนเขมร

“อนุทิน” เผย “สี จิ้นผิง” อาสาเป็นตัวกลางให้ไทยหารือกัมพูชา ฟื้นความสัมพันธ์สองประเทศ พร้อมการันตีรถถังที่ซื้อจากแดนมังกรห้ามนำมายุ่งในเหตุปะทะ กำลังพลทัพภาค 2 เหยียบทุ่นระเบิดเก่า โชคดีทำงานไม่เต็มที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย “เสธ.ทบ.” ไม่เชื่อคำแก้ตัวเขมรยิงปืน 3 นัดเข้าฝั่งไทย

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค โดยประธานาธิบดีสีได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอตัวเป็นผู้อำนวยความสะดวกเพื่อให้ไทยและกัมพูชารื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีและแสวงหาทางออกร่วมกัน ขณะที่ไทยได้เน้นย้ำจุดยืนของไทยว่า ประเทศไทยไม่ได้แสวงหาความขัดแย้ง แต่มีความจำเป็นที่ต้องปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน

นายอนุทินกล่าวว่า ยังได้พูดคุยอย่างตรงไปตรงมากรณีการส่งยุทธภัณฑ์ โดยเฉพาะรถถังจากจีนไปยังกัมพูชา ซึ่งทางการจีนชี้แจงว่าเข้าใจถึงความกังวลของรัฐบาลและประชาชนชาวไทย  แต่คำสั่งซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว ก่อนมีความขัดแย้งหรือการสู้รบ ซึ่งในช่วงที่มีการสู้รบจีนทราบถึงความอ่อนไหว จึงได้ชะลอการส่งมอบไว้ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องปฏิบัติตามสัญญา แต่จีนให้ความมั่นใจว่าในเงื่อนไขที่มีต่อกันนั้น ได้ตกลงกันว่าจะไม่มีการนำยุทธภัณฑ์เหล่านี้มาก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยแน่นอน

นายอนุทินกล่าวต่อไปว่า ประธานาธิบดีสีได้กล่าวถึงการประชุมกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งเดิมไทยต้องเป็นประธานร่วมจัดประชุม แต่เพื่อป้องกันความไม่สะดวกใจในการเข้าร่วมของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะกัมพูชา  จีนจึงได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดประชุมแทน เพื่อให้การดำเนินงานสามารถเดินหน้าต่อไปได้

วันเดียวกัน ในเวลา 10.30 น. ได้เกิดเหตุขณะที่หมู่ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 40 มิลลิเมตร แบบ L60 สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 122 กำลังปฏิบัติภารกิจถากถางพื้นที่การยิงภายในฐานปฏิบัติการภูผา ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ปฏิบัติการ โดย จ.ส.อ.จักรกฤษ บัวแก้ว ผู้บังคับหมู่ปืนต่อสู้อากาศยาน 40 มม. L60 ซึ่งขึ้นสมทบกองร้อยทหารราบที่ 122 ได้เหยียบทุ่นระเบิดเก่าที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ โดยแรงระเบิดทำงานไม่เต็มกำลัง ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้า และข้อเท้าขวามีอาการบวมช้ำจากแรงอัดของระเบิด มีอาการจุกเล็กน้อย นอกจากนี้ จ.ส.อ.สาธิต ผ่องแก้ว พลเล็งปืนต่อสู้อากาศยาน 40 มม. L60 ซึ่งอยู่ระหว่างช่วยถากถางพื้นที่เดียวกัน ได้รับผลกระทบจากสะเก็ดหินและดินที่กระเด็นจากแรงระเบิด เบื้องต้นไม่พบบาดแผลลึก แต่ได้นำตัวเข้ารับการตรวจรักษาเพื่อประเมินอาการอย่างละเอียด

ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยได้ดำเนินการลำเลียงกำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นายออกจากพื้นที่และนำส่งโรงพยาบาลกันทรลักษ์โดยทันที เพื่อรับการรักษาและเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ด้าน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการยิงปืนจากฝั่งกัมพูชา 3 นัดเข้ามาใกล้เขตฐานทหารไทยว่า เราก็ยิงตอบโต้ไปตามแนวทางที่เรายึดถือ ซึ่งฝั่งกัมพูชาก็มีการติดต่อเข้ามาเพื่อพูดคุย ซึ่งฝ่ายเราก็ได้ท้วงติงไปแบบแรงๆ ว่าเหตุการณ์แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก ถ้าหากเกิดขึ้นต้องปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม หรือ Joint Declaration ไทย-กัมพูชา หากเขายังล่วงล้ำหรือผิดไปจากข้อตกลง เราก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของเรา

ถามว่า กัมพูชาได้แจ้งสาเหตุหรือไม่ว่า 3 นัดเกิดจากสาเหตุอะไร เสธ.ทบ.กล่าวว่า บอกตรงไปตรงมาว่า เขาบอกเราก็เชื่อไม่ได้ จะบอกว่าเสียวินัย กำลังพลมีปัญหา หรือดื่มสุราอะไรก็ตาม เราไม่เชื่อถือ ซึ่งเราเชื่อแต่เรื่องจริงว่าเรื่องนี้มีการดำเนินการ และเราก็ตอบโต้ไป

ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ตอบข้อซักถาม กมธ. เรื่องการเตรียมพร้อมกองทัพเรือภายหลังกัมพูชาได้รับมอบเรือคอร์เวตจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และยังมีเรือเก่าอยู่ 4-6 ลำ ว่าการใช้กําลังทางเรือ ไม่ใช่ว่าขับเรือได้และทําการรบได้เลย ต้องมีการฝึกในเรื่องของการใช้อาวุธ การตรวจการณ์ ทั้งนี้ เราเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกองทัพเรือกัมพูชาอยู่ ขอให้มั่นใจว่ากําลังทางเรือของกองทัพเรือเหนือกว่าชัดเจน ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และกําลังพล มีความเชี่ยวชาญและมีหลักนิยมที่ชัดเจน สามารถดูแลรักษาอธิปไตยของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ชี้แจงเหตุผลการเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมาในสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชารอบแรก เหตุการณ์พัฒนาการไปเร็วมาก  ต้องปรับแผนอยู่ตลอด รวมไปถึงการจัดหลังยุทโธปกรณ์เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนั้นกองทัพบกยังไม่มีโดรนที่เตรียมรับมือไว้ จนกระทั่งการรบสู้ระลอกที่ 2 มีการพัฒนาโดรนขนาดเล็กขึ้นมาใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทหารปืนใหญ่ในพื้นที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ตรวจการณ์หน้า หาพิกัดเป้าหมายในการยิงปืนใหญ่ และพัฒนาไปสู่โดรนติดอาวุธ และตรวจการณ์กลางคืน ทั้งนี้ เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว และกองทัพบกไม่มีโดรนในอัตรา แต่ก็นับว่าเหตุการณ์ผ่านมาได้ด้วยดี หลังจากนั้นเริ่มมีระบบงบประมาณในห้วงถัดมา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"กระทรวงมหาดไทยเชิดชู ชรบ. ทั่วประเทศ พร้อมมอบรางวัล หมวด ชรบ. ดีเด่น ระดับภาค ยกย่องผู้เสียสละ สู่ ต้นแบบราษฎรอาสา เสริมสร้างความมั่นคงจากฐานราก"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "วันชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน