"อนุทิน" กระตุ้นฝ่ายความมั่นคง หลังเหตุลอบยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ลั่นต้องดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อเรียกความเชื่อมั่นประชาชน โฆษกรัฐบาลประณามเป็นก่อการร้าย กระทบความมั่นคงของชาติ “เสธ.ทบ.” รุดลงใต้ ประชุมหน่วยในพื้นที่ ตามล่ามือก่อเหตุสุดหล้าฟ้าเขียว "บิ๊กราญ" เข้ารายงานนายกฯ แย้มรู้ตัวมือก่อเหตุป่วนใต้ จ่อออกหมายจับ เชื่อ 3 เหตุการณ์โยงกลุ่มเดียวกัน เตรียมปรับแผนรับมือ
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุลอบยิงทหารพราน บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี เทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย และเด็กอายุ 10 ขวบได้รับบาดเจ็บ ว่า เรื่องนี้แย่มาก ตนกำชับทั้งหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ซึ่งพูดไปแล้วว่าแบบนี้ต้องมีการดำเนินการ ต้องแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความมีประสิทธิภาพในทุกด้านมากกว่านี้ ทั้งเรื่องการป้องกันปราบปรามและการข่าว ซึ่งตนได้หารือกับผู้รับผิดชอบหน่วยงานเหล่านี้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และทุกท่านก็รับไปดำเนินการ
เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าเหตุใดจึงมาก่อเหตุช่วงนี้ นายกฯ กล่าวว่า มันคาดเดากันไม่ได้ สิ่งที่จะต้องทำคือไม่ยอมให้มีความรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้น และตนได้ให้นโยบายกับผู้ที่รับผิดชอบหน่วยงานความมั่นคงไปชัดเจนว่า ถ้าเป็นแบบนี้ประชาชนจะมีความวิตกกังวล ฉะนั้นต้องดำเนินการในทุกด้าน แม้กระทั่งการเจรจาก็ต้องให้มีความคืบหน้ามากกว่านี้ และมีความชัดเจนมากกว่านี้ โดยมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไป ซึ่งจะต้องมีความพร้อมมากกว่านี้ แบบนี้มันอุกอาจมาก ทั้งนี้ ต้องดำเนินการด้วยความเฉียบขาด
“ผมสั่งการให้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อเรียกคืนความมั่นใจของประชาชนและสร้างความสงบ ไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก ให้ทำทุกกระบวนการที่จะต้องบรรลุเป้าหมายนี้" นายกฯ กล่าว
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีประณามเหตุก่อการร้ายที่จังหวัดนราธิวาส เพราะเป็นการกระทำอุกอาจ สั่งติดตามผู้กระทำผิด ใช้กฎหมายเด็ดขาดให้รับโทษสูงสุด เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเจรจา การพูดคุยสันติภาพ รัฐต้องหาแนวทางปรับปรุงการทำงาน ให้มีการข่าวที่รวดเร็ว และมีมาตรการป้องกันเหตุ ป้องกันตัวเองของเจ้าหน้าที่ที่ดีกว่านี้ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อผู้ก่อเหตุ โดยได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
พร้อมย้ำว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการก่อเหตุอุกอาจ มีลักษณะเป็นการก่อการร้ายที่มุ่งสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างชัดเจน เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งรัฐบาลจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดและไม่ยอมให้ผู้ก่อเหตุลอยนวล พร้อมสั่งการให้ รมว.กลาโหมลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว รวมทั้งให้ทุกหน่วยเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ สร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจให้พี่น้องประชาชน
“นายกรัฐมนตรีขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวทหารกล้าที่เสียสละและประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ มอบหมายให้ต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือและดูแลทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้เยียวยาสูงสุดตามระเบียบกำหนดไว้” โฆษกฯ กล่าว
น.ส.รัชดากล่าวด้วยว่า แม้ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องจากการปฏิบัติการของขบวนการก่อการร้าย ที่มีเป้าหมายสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนและมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมและภัยต่อความมั่นคงของชาติที่ไม่อาจเจรจาต่อรองได้ รัฐบาลจะดำเนินการจัดการด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่
ในช่วงบ่าย ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรายงานสถานการณ์ความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้ในส่วนของตำรวจ หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์เข้าใส่จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี
วันเดียวกัน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ในฐานะเลขาฯ รมน. ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ให้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นการเร่งด่วน เพื่อร่วมติดตามและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมประสานการปฏิบัติด้านความมั่นคงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พล.อ.ชัยพฤกษ์ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินมาตรการรับมือ โดยกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติงาน พร้อมบูรณาการการปฏิบัติการเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
“ผมจะให้คนตามล่าทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ป่าเขา คนที่ให้ที่หลบซ่อน ประเทศที่ให้ที่หลบซ่อน ให้รู้ไว้ว่าเราจะตามล่าจนสุดหล้าฟ้าเขียว พวกก่อเหตุจะกิน จะนอน จะเดิน ให้ระวังตัวเอาไว้ ถึงเวลาที่พวกคุณจะเป็นผู้ถูกล่าแล้ว” พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าว
ด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังพูดคุยกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้มีการหารือถึงแนวทางการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก
เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ชัยพฤกษ์ประกาศว่าจะเป็นผู้ล่าบ้าง พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า ต้องไปหารือกันถึงแนวคิดที่แตกต่างกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่ แต่วันที่ 24 ก.ค. ตนติดภารกิจสำคัญในการต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน
"อย่าเรียกว่าไล่ล่า คนไทยที่มีความเห็นแตกต่างจะต้องมาพูดคุยกัน เพราะเรามีคณะพูดคุยสันติสุขอยู่แล้ว มี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. ที่จะเป็นเครื่องมือให้เราใช้ในการทำงาน ว่ามีข้อบกพร่องอย่างไร เดี๋ยวเราก็จะมาหารือกัน ซึ่งตนก็จะลงพื้นที่ไปพร้อมกับหัวหน้าคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้"
ถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 4 หรือไม่ เพราะถึงวงรอบในการแต่งตั้งโยกย้ายพอดี พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปดึงประเด็น ขอให้แม่ทัพภาคที่ 4 มีสมาธิในการทำงาน ติดตามผู้ก่อการ หลังเกิดความสูญเสียขึ้น อย่าเพิ่งคิดเรื่องนั้น เพราะว่าแม่ทัพภาคที่ 4 และ ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้มีสมาธิในการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าเหตุการณ์ทั้ง 3 พื้นที่มีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากเป็นผู้ก่อการร้ายที่ต้องการให้เกิดความไม่สงบ ซึ่งวันนี้นายกฯ ได้สั่งการให้เร่งรัดและกำชับจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้า ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อการร้ายแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 3 พื้นที่ แต่ก็มีบางส่วนที่ออกหมายจับไปแล้ว
พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า การติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ตำรวจจะเป็นหลัก ถึงแม้วันนี้ พล.อ.ชัยพฤกษ์ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และประกาศว่าจะไล่ล่าตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุจนสุดหล้าฟ้าเขียวก็ตาม แต่ตำรวจก็จะร่วมมือกับทหาร ส่วนการป้องกันหลังจากนี้ได้กำชับเรื่องของยุทธวิธีและการเฝ้าระวัง เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุเปลี่ยนยุทธวิธีอยู่ตลอด จนทำให้สามารถเข้าไปก่อเหตุในด่านตรวจของทหารได้
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นติดต่อกันหลายครั้งในห้วงเวลา 3 วัน เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่หรือผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผน ซึ่งในแผนมีทั้งเครื่องไม้เครื่องมือและตัวบุคคล แต่ไม่ใช่ ผบช.ภ.9 ทำงานไม่ดี ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด แต่ยอมรับว่าต้องมีการปรับปรุงแผน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกฝ่ายคงต้องเพิ่มมาตรการระมัดระวัง และประสานความร่วมมือ โดยเฉพาะการข่าวให้เร็วกว่านี้ เพราะถ้าการข่าวเราดี ผู้ก่อการร้ายคงไม่มาในลักษณะอาวุธครบมือเช่นนี้ จึงต้องมาวิเคราะห์สถานการณ์อย่างหนักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในวันนี้หลายคนคิดว่าต้องทำควบคู่กันไปกับการป้องกันและการดูแลพื้นที่ รวมทั้งการเจรจากับผู้ที่เห็นต่าง ซึ่งต้องรีบดำเนินการด้วย และวิเคราะห์สถานการณ์ให้ต่อเนื่องกันไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ายังสนับสนุนให้เดินหน้าเจรจาอย่างยั่งยืน เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แนะจัดโซนนิง ดาต้าเซ็นเตอร์ ผวา‘อุบัติเหตุ’
“กรมควบคุมมลพิษ” จับมือสำนักงานเขตห้วยขวาง ลุยกำจัดน้ำเสีย-ตะกอนดินเปื้อนน้ำมันจากดาต้าเซ็นเตอร์ย่านพระราม 9
บี้นายกฯจริงใจปราบโกง! ‘ชัชชาติ’ชูใช้เทคโนโลยีสู้
ACT ปลุกสังคมต้านโกง "ไม่รับ ไม่จ่าย ไม่โกง ไม่เงียบ" บี้นายกฯ จริงใจปราบทุจริตให้เข้มข้นเด็ดขาด "พจน์"
สัมพันธ์จีนดุจครอบครัว ฝันดัน‘ไทย’สู่เรดาร์โลก!
นายกฯ เป็นประธานครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน ย้ำสัมพันธ์ไทย-จีนแน่นแฟ้นเหมือนครอบครัว ฝากคนรุ่นใหม่ผลักดันให้เดินไปได้ไกลกว่านี้
จับตาอภิปรายงบปี70เดือด!
จับตาถกงบประมาณปี 2570 วาระ 2-3 “มาร์ค-ไหม” จ้องถล่มงบกลาง 1.2 หมื่นล้านบาท
รุมสกรัมอนุฯชุด36 ส้มขนทีมขุดรากเหง้าชำแหละ/หนูย้อนอดีตใครผิดMOA
"พรรคส้ม" ชำแหละคณะอนุฯ ชุดที่ 36 "พริษฐ์" เปิด 4 พิรุธ ที่มาความจำเป็นไม่ชัดเจน
รับพลทหารอาสา เปิด1.8หมื่นอัตรา
ทบ.รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด-หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ

