ภท.รุมฟาด‘เท้ง’ปลุกม็อบ

"พิพัฒน์” โยนถามนายกฯ ปม "ธรรมนัส" ขอผสมน้ำเงิน ขณะที่ "ภท.” โวยพรรคส้มปลุกม็อบกดดัน กกต.คดีฮั้ว สว. สับ "หัวหน้าเท้ง” หยุดใช้มวลชนบังหน้า ต้องเคารพหลักนิติรัฐ ด้าน   “อธิบดีปกครอง" สางปมสุสานยิวแปดริ้ว ดีเอสไอลุยนอมินียิวเขมือบตะวันออก “คปท.” ซัด "โสภณ"  หยุดถ่วงเวลาเร่งส่งศาลฎีกาสอบ ป.ป.ช.ยกคำร้องซุกหุ้นศักดิ์สยาม “แก้วตา” ไม่เผาผีส้ม โผซบเพื่อไทย ชิมลางร่วมวง "ดร.เชน” คุยความรุนแรงเรื่องเพศในสถานศึกษา 

เมื่อวันพุธ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามกรณี ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ระบุว่าพร้อมจะร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า "ไปถามท่านนายกฯ"  เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะเป็นแกนนำภูมิใจไทยมีความเห็นอย่างไร นายพิพัฒน์ตอบว่า "ไม่มีความเห็นอะไรเลย"

ที่รัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.)  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญชวนประชาชนมาร่วมเดินขบวนในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.  เป็นการกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ในคดีฮั้ว สว.หรือไม่ ว่าความพยายามในการกดดัน  กกต.ของฝ่ายค้านมีการทำมาอย่างต่อเนื่อง การที่จะชุมนุมในสถานที่สาธารณะ ไม่ได้รบกวนต่อการสัญจรของประชาชน ก็อาจจะทำได้ แต่การที่จะไปปิดถนนหรือเดินขบวนเป็นระยะทางไกลๆ ใช้เวลานานๆ อาจจะกระทบต่อชีวิตของประชาชน ก็ต้องขอฝากด้วย

“จึงอยากขอว่า ความพยายามในการกดดัน  กกต.ครั้งนี้ ถ้าผลไม่ออกมาเป็นอย่างที่เขาคาดไว้แล้วมันจะเป็นอย่างไร หรือถ้าผลออกมาเป็นไปอย่างที่เขาคาดหวัง ผลที่ตามมาใครได้ประโยชน์ สมมุติกลุ่ม สว.ต่างๆ ถูกดำเนินคดี ถูกให้ออกไป แล้วใครได้ประโยชน์ คนที่ได้ประโยชน์ย่อมเป็นกลุ่ม สว.สำรอง ซึ่งเป็นพวกของใคร ตรงนี้ขอชวนให้ทุกคนได้คิดว่าสิ่งที่พูดไปทั้งหมดนี้ ตรงไปตรงมาหรือไม่” นายสิริพงศ์ระบุ

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ  พรรคภูมิใจไทย แชร์โพสต์ของนายณัฐพงษ์ พร้อมระบุข้อความช่วงหนึ่งว่า การที่หัวหน้าพรรคการเมืองและผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาเชิญชวนประชาชนเดิน “กดดัน กกต.” ก่อนการพิจารณาคดี สว. เป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามว่า เหมาะสมกับสถานะและความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรคการเมืองหรือไม่?

“โดยเฉพาะหากเป้าหมายไม่ใช่เพียงเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่ แต่ต้องการให้ผลการพิจารณาออกมาในทิศทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ตรวจสอบองค์กรอิสระได้ แต่ไม่ควรใช้มวลชนกดดันคำวินิจฉัย เพราะคดีต้องตัดสินด้วยกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่ใช่ด้วย กระแส มวลชน หรือแรงกดดันทางการเมือง ยิ่งเป็นหัวหน้าพรรค ยิ่งต้องเคารพหลักนิติรัฐ” นายศุภชัยระบุ

วันเดียวกัน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งเนรเทศชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยว่า เรายินดีต้อนรับ แต่เมื่อเข้ามาแล้วต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย หากใครมีพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม  กระทบความเป็นอยู่หรือความสงบสุขของประชาชน ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถามถึงกรณีชาวยิวเข้ามาแล้วสร้างสุสานที่ จ.ฉะเชิงเทรา นายนฤชากล่าวว่า เขาขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นตาม พ.ร.บ.สุสานและฌาปนกิจ พ.ศ.2528 ซึ่งเขาทำกันมาโดยตลอด

ดีเอสไอลุยนอมินียิว

เมื่อถามถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราให้เจ้าหน้าที่เอาเอกสารไปที่สุสาน แต่ไม่พบเจ้าของที่ดิน กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายนฤชากล่าวว่า ตอนนี้เขาใช้สิทธิทางศาล เพราะเราไม่รับอุทธรณ์ให้มีการใช้พื้นที่ต่อไป  เมื่อมันผิดหลักเกณฑ์กับปัจจุบัน จึงไม่ได้ต่อใบอนุญาตมา ทำให้พื้นที่ตรงนั้นไม่สามารถดำเนินการได้ในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากสิ่งที่ทำมาก่อนหน้านี้หากผิดเราก็ต้องไปแก้

เมื่อถามว่า หากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปเอื้อหรือรับผลประโยชน์ จะดำเนินการอย่างไร นายนฤชากล่าวว่า ถ้าไปเอื้อหรือรับผลประโยชน์ถือว่าผิดกฎหมายล้านเปอร์เซ็นต์ ต้องดำเนินการกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า ความจริงกฎหมายเข้มข้นอยู่แล้วหรือไม่ นายนฤชากล่าวว่า กฎหมายเราเข้มข้นอยู่แล้ว มีหลักเกณฑ์ หลักปฏิบัติครอบคลุมอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องมาปรับปรุงกฎหมายใหม่ เพราะเรื่องอย่างนี้ที่อื่นก็ไม่มีปัญหาอะไร กรณีนี้เป็นสุสานของเอกชน สุสานของศาสนาอื่นหรือของสัญชาติอื่นที่อยู่ในเมืองไทย เขาก็อยู่กันเยอะแยะไปหมด ก็อยู่ได้ด้วยความปกติสุข ไม่เห็นมีปัญหาอะไร

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์  รมว.ยุติธรรม ระบุว่า เนื่องด้วยเป็นสุสานชาวยิว จึงยังไม่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขในการจะรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษแต่อย่างใด

พล.ต.ท.รุทธพลยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบของดีเอสไอ 3 จุด ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งพบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวอิสราเอล ชื่อ นายไมมอน เดวิด มาร์เซียโน โดยพบว่านายไมมอนได้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์และรายการทรัพย์สินจำนวนมากภายในพื้นตะวันออกว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย แล้วจึงจะมีการออกหมายเรียกพยานต่อบุคคลให้เข้ามาชี้แจงรายละเอียดตามขั้นตอน โดยพบว่ามีรายละเอียดจำนวนมาก ขณะนี้ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในสำนวนที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะใช้ดำเนินการตรวจสอบขยายผล จึงขอเวลาให้คณะพนักงานสอบสวนได้ดูอย่างละเอียดสักระยะ อีกไม่นาน ไม่เกินเดือน ก.ย.นี้ จะได้ดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

“เพราะตอนนี้ข้อมูลที่เราพบก็เห็นว่าเขาเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม คอนโดมิเนียม และสำนักงานกฎหมายด้วย ฉะนั้นสิ่งที่เราเจอก็ล้วนมาจากการตรวจค้น ทำให้พบเอกสารกรรมสิทธิ์ในพื้นที่อื่นอีกด้วย อาทิ พื้นที่ในภาคใต้ เชื่อได้ว่าเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงที่ดีเอสไอจะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่ยืนยันว่าตอนนี้นายไมมอนยังไม่ใช่ผู้ต้องหาในคดี” พล.ต.ท.รุทธพลระบุ

พล.ต.ท.รุทธพลยังกล่าวถึงกรณีของนายโยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์ (แกนนำศูนย์กลางเครือข่ายชาบัดไทย) ที่ปรากฏรายชื่อว่ามีส่วนในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในไทยจำนวนมาก และมีเครือข่ายชาวอิสราเอลทั่วประเทศว่า ในเรื่องนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเช่นเดียวกัน

พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวถึงกรณีของนายสมชาติ  เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งถูกคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ กองคดีความมั่นคง  ออกหมายเรียกพยานครั้งที่ 3 นัดหมายวันที่ 14 ก.ย.69 ว่า หากนายสมชาติยังคงไม่เดินทางเข้าพบให้ความร่วมมือให้ข้อมูลดีเอสไอ ก็จะมีมาตรการต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 24 ซึ่งก็จะมีโทษทางอาญาตามที่กฎหมายระบุไว้

แก้วตาโผซบ พท.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ที่รัฐสภา เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล, นายนัสเซอร์ ยีหมะ และนายสอและ กูมุดา เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางรัฐธรรมนูญ กรณีสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันลงชื่อกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นายพิชิตกล่าวว่า สืบเนื่องจาก ป.ป.ช.ได้มีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 1/2567 ไล่เรียงพยานหลักฐานเชิงลึกและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ทำให้สมาชิกรัฐสภาได้เข้าชื่อกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ประกอบมาตรา 234 วรรคหนึ่ง (1) เพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาให้ส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกา ในการแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.

นายพิชิตกล่าวต่อว่า การที่สมาชิกรัฐสภาได้ลงชื่อกันเรียบร้อยแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้ประธานรัฐสภาต้องเร่งดำเนินการส่งเรื่องต่อไปทันทีตามเจตจำนงของสมาชิกรัฐสภา แต่ปัจจุบันกลับมีความพยายามประวิงเวลาด้วยการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมา 1 ชุด โดยไม่มีใครทราบว่าเป็นใครบ้าง และไม่มีสมาชิกรัฐสภาร่วมเป็นกรรมการ เท่ากับเป็นการใช้อำนาจซ้อนอำนาจ  และนำบุคคลภายนอกมาทำลายเจตจำนงแห่งรัฐธรรมนูญ

"บทบาทของประธานรัฐสภาควรพิจารณาเพียงแค่ความถูกต้องและครบถ้วนของการลงชื่อของสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น การนำกลไกลูกเล่นทางการเมืองมาใช้อาจเป็นการถ่วงเวลาหรือตัดตอนความจริง จึงขอเรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ เร่งเสนอเรื่องดังกล่าวไปยังประธานศาลฎีกาโดยทันที เพื่อเคารพกฎหมายสูงสุดของประเทศ และต้องไม่เป็นการปกป้องพวกพ้องเดียวกัน" นายพิชิตกล่าว

ด้าน น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและภาพถ่ายคู่กับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ระบุพิกัดว่าอยู่ที่กระทรวง อว. โดยระบุข้อความว่า “วันนี้มาร่วมแลกเปลี่ยนกับพรรคเพื่อไทยและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในประเด็นความรุนแรงในสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย การคุกคาม การล่วงละเมิดทางเพศ การใช้ความรุนแรง หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ

ทั้งนี้ น.ส.ธิษะณายอมรับว่า จะไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ย.) จะเดินทางไปสมัครสมาชิกพรรค เนื่องจากมีแนวคิดทางการเมืองและการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จึงได้มีการพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนหลังจากสมัครสมาชิกพรรคแล้วจะมาช่วยงานในด้านไหนนั้น ยังต้องมีการพูดคุยหารือกันอีกครั้ง

ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะ สว.สำรอง อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ซึ่งนำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องถึง กกต.ทั้ง 7 คน เพื่อขอให้เร่งรัดพิจารณาสำนวนคดีฮั้วในการเลือก สว.อย่างรัดกุม และส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เนื่องจากมีประเด็นความเคลือบแคลงสงสัยต่อการดำเนินการของ กกต. ซึ่งล่าสุดมีกระแสข่าวว่ามีความพยายามเสนอ “กล้วย” 7 เข่ง เข่งละร้อยโล เป็นอามิสสินจ้างให้ กกต.ทั้ง 7 คนด้วย ดังนั้น กกต.ต้องไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างหรืออิทธิพลของฝ่ายใด แล้วขอให้ส่งสำนวนคดีการทุจริตในการเลือก สว.นี้ไปยังศาลฎีกาฯ มิฉะนั้นอาจจะเกิดความวุ่นวายในและนอกสภา รวมถึงอาจมีมวลชนลงถนนอีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.บุกยิงครูดับกลางรร. มท.3บี้ล้อมคอกเยียวยา

ช็อก! ร.ต.ต.บุกยิงครูดับกลาง รร.อนุบาล ท่ามกลางความตกใจของเด็กนักเรียน พบทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน "มท.3" ลงพื้นที่ทันที สั่งเร่งช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ จ่อยกระดับ รปภ.โรงเรียนเข้มงวดขึ้น "ปชน." จ่อยื่น กม.คุมเข้มความปลอดภัยในสถานศึกษา หลังเกิดเหตุรุนแรงถี่ขึ้น

ยื้องบแลกดีลกกต. รบ.ท้าปชน.โชว์หลักฐาน สภาวุ่น!DSIรับใช้นํ้าเงิน

ลากถกงบ 70 เพิ่มอีกวันถึง 10 ก.ย.  หลัง สส.ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลลงชื่ออภิปรายอื้อ  "โสภณ" สั่งงดประชุมสภาฯ ปกติ ลุยถกงบฯ 70 นัดพิเศษต่อ