"มท.1" เซ็นเพิกถอนสัญชาติไทย "โจเซฟ เฮม แคนเตอร์" ผู้นำชาวยิว-ประธานเครือข่ายชาบัด ชี้ฝ่าฝืนเงื่อนไขแปลงสัญชาติ ซุ่มใช้พาสปอร์ตอเมริกันเข้า-ออกประเทศออสเตรเลีย 16 ครั้ง กระทบความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม นายกฯ ลั่นทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ย้ำเรื่องไหนผิดพร้อมดำเนินการเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เซ็นประกาศกระทรวงมหาดไทย ถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ จากเดิมถือสัญชาติอเมริกัน
โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า ด้วยปรากฏว่า นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ บุคคลสัญชาติไทย (เดิมบุคคลสัญชาติอเมริกัน) ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 มีพฤติการณ์ยังคงใช้สัญชาติเดิม โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า ได้รับสัญชาติไทยโดยมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาให้มีสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2556 และมีการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2556
แต่ปรากฏข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ว่าได้สืบสวนบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทยกระทำการอื่นใดที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยระบุว่า นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ได้มีการใช้สัญชาติอเมริกัน ในการเดินทางเข้า-ออกไปยังประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องถึง 16 ครั้ง (ครั้งล่าสุดวันที่ 26 มกราคม 2569) อันมีลักษณะเป็นการใช้สัญชาติเดิม (อเมริกัน) ที่ขัดเงื่อนไขในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
โดยนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ได้ทราบเงื่อนไขดังกล่าวแล้วในวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย กรณีดังกล่าวจึงเข้าเงื่อนไขที่อาจถูกถอนสัญชาติไทยตามมาตรา 19 (2) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 เนื่องจากมีหลักฐานว่ายังคงใช้สัญชาติเดิม (อเมริกัน) ซึ่งหากปล่อยไว้เนิ่นช้าออกไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและสาธารณะได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ให้ถอนสัญชาติไทยของนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ คือผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทย มีภรรยาเป็นชาวอิสราเอลชื่อ เนชามา แคนเตอร์ โดยนายโจเซฟเดินทางเข้าประเทศไทยพร้อมครอบครัวตั้งแต่ปี 2536 ทำหน้าที่เป็นแรบไบประจำชุมชนชาวยิวขนาดเล็ก และสร้างชาบัดประเทศไทยแห่งแรก เมื่อปี 2537 บนถนนท่าพระอาทิตย์ กรุงเทพฯ ต่อมาขยายไปทั่วประเทศไทยรวม 6 แห่ง อาทิ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และชาบัดขนาดใหญ่ ที่ถนนสุขุมวิท 22 มีเครือข่ายบริการครบวงจร เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยิวโดยเฉพาะ รวมทั้งที่ สปป.ลาวอีก 1 แห่ง โดยมีเครือข่ายธุรกิจนับหมื่นล้านบาท
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงนามดังกล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย เรามีกฎหมายว่าคนที่จะได้สัญชาติไทยต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรในเรื่องการเดินทาง และการปฏิบัติตนอยู่ในประเทศ ในเรื่องของการปฏิบัติตนต่อประชาชนในประเทศนั้นๆ ส่วนรายละเอียดขอให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้ชี้แจง
เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีต่อจากนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย ย้ำว่ารายละเอียดให้ถามทางผู้ปฏิบัติ ตนเป็นเพียงผู้ให้นโยบาย
"การกระทำใดๆ ที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะในเรื่องอะไรก็ตาม หน่วยงานของรัฐ เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ก็ใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมไทย" นายอนุทินกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเข้าตัวชั่วให้คนอื่น ‘อนุทิน’ตอก‘เท้ง’ต้องมีวุฒิภาวะ/หึ่ง!ปชน.จ่อยื่นม.152ดัดหลัง
“นายกฯ” ถวายเทียนใหญ่ทำบุญเสริมดวงชะตาศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง
โต้ล็อกสเปกโซลาร์รูฟ ปชป.ชี้เอื้อทุนกินหัวคิว
"เอกนิติ" แจงเกณฑ์แบงก์การันตี 5 หมื่นบาท หวังช่วยคุมผู้รับเหมาทิ้งงานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ปัดกีดกันรายย่อย
แฉบิ๊กเขมรพันสแกมเมอร์
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเปิดเผยในรายงานฉบับใหม่
สภาขยี้ขยะพิษ ยุปชช.ฟ้องรัฐ! อุตฯลุยฟอกเงิน
"ปชน.” ซัดรัฐเมินแก้สารพิษน้ำท่วมภาคตะวันออก “สุชาติ” โต้รู้มาก รอให้มาเป็น รมต. ใช้ทิฐิบันเทิงธิปไตย
เป็นไปตามกฎหมาย! นายกฯ แจงปมถอนสัญชาติไทยผู้นำชาวยิว
นายกฯ ลั่นทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย หลังลงนามเพิกถอนสัญชาติ 'ประธานเครือข่ายชาบัด' ย้ำเรื่องไหนผิด พร้อมดำเนินการเด็ดขาด
หนูฉุนโยงเอื้อซิโนไทย
นายกฯ ควันออกหู โยงโซลาร์ภาคประชาชนเอื้อนายทุน อัดสื่อเปิดชื่อ “ซิโน-ไทย”-บริษัทใหญ่ ส่อกินรวบ

