“นายกฯ” ถวายเทียนใหญ่ทำบุญเสริมดวงชะตาศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง สวน “เท้ง” ใครกันแน่ไม่พร้อมซักฟอก หลังกล่าวหายืดซักฟอกหนีไปเดือน ธ.ค. สอนผู้นำฝ่ายค้านต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ซัดนิสัยชอบพูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น ไร้ปัญหาฝ่ายค้านยื่นอภิปราย 152 ก่อน บอก รบ.ไม่มีเกมตรงไปตรงมา “โรม” รับ “ปชน.” สนใจดัดหลังรัฐบาลยื่น ม.152 ก่อนศึกซักฟอกจริง โยนถาม “วิป” บอกไม่ได้อยู่ในกระบวนการรับผิดชอบแค่ซักฟอก 151 “กรณ์” ระบุยังไม่มีคุยซักฟอก ม.152 แจง ปชป.พุ่งเป้าหมายหลักศึกใหญ่ ธ.ค.นี้ “อนุทิน” เอาจริง! ส่งทนายแจ้งตำรวจฟัน “ไอซ์-เพจ Godd Dam” ปมแชร์สลิปปลอม 7 ล้าน หมิ่นประมาท-ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ “กมธ.กม.” ตามบี้เว็บพนันคริปโตชัฟเฟิล
เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2569 ตั้งแต่ช่วงเช้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อร่วมทำบุญวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 42 พรรษา พระราชวชิรธรรมโฆษิต (วัชระ ภทฺทธมฺโม) หรือ เจ้าคุณต้น ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ต.ค. ก่อนที่นายกฯ จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่อาคารรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าช่วงบ่ายวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทินได้ให้ทีมงานนำเทียนขนาดใหญ่ทำบุญถวายศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง กรุงเทพฯ โดยบนเทียนได้มีข้อความระบุชื่อผู้ทำบุญว่า “นายอนุทิน ชาญวีรกูล นางธนนนท์ ชาญวีรกูล และครอบครัว”
ทั้งนี้ องค์เจ้าแม่ทับทิมแห่งศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง มีอายุเก่าแก่มากกว่าร้อยปี เป็นที่เลื่องลือเรื่องความเมตตาและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนนิยมไปกราบไหว้ขอพรเพื่อเสริมชะตาเรื่องการงาน ธุรกิจ การค้าขาย และเรื่องความรัก
ที่รัฐสภา นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯ มาตอบกระทู้ด้วยตัวเองว่า ตนก็ใช้สิทธิ์ของตน มีรองนายกฯ ถึง 6 คน มีรัฐมนตรีอีก 29 คน ดังนั้นเรื่องใดเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีคนใดเขาก็ไปตอบ เป็นเรื่องปกติที่ทำกันมาโดยทั่วไปอยู่แล้ว
ถามว่า ที่ถูกมองเป็นการด้อยค่าฝ่ายนิติบัญญัติ นายอนุทินย้อนถามกลับทันทีว่า ใครด้อยค่า ผู้สื่อข่าวตอบว่า ฝ่ายค้าน นายอนุทินกล่าวว่า เวลาตนลงพื้นที่พบเพื่อนข้าราชการก็ไม่เห็นมีใครมาด้อยค่า มีแต่มาชื่นชมว่ารัฐบาลทำงานหนักมาก มากกว่าพวกเขา เราเอางานไปส่งมอบให้กับประชาชน ทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามที่นายกฯ มอบหมาย ในเรื่องของกิจการงานสภา นายกฯ ก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีหรือรองนายกฯ แต่ละคนดำเนินการ ในนามของนายกฯ อยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ไม่ได้มีอะไรเป็นการหลบ
"อย่างวันนี้เห็นไหม พอสัปดาห์นี้ผมเข้ามาบ่อย เพราะไม่มีภารกิจอื่นๆ เพราะเราเตรียมตัวไว้แล้วว่าจะมารับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สัปดาห์นี้ผมก็เข้าสภา แต่ถ้าสัปดาห์อื่นๆ สัปดาห์หน้าก็ติดภารกิจต่างประเทศ ติดภารกิจประชุมอะไรต่างๆ มากมาย เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเวลามีโอกาสก็มาทำหน้าที่ สส. ไม่ได้มีหน้าที่มาทำตามคำวิพากษ์วิจารณ์หรือการเล่นเกมอะไรของคนอื่น" นายอนุทินกล่าว
ถามอีกว่า ได้พูดคุยกับพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่เกี่ยวกันการอภิปราย นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุย เมื่อถามว่าเห็นมีภาพพบกับ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ทำให้สังคมจับตามองว่าจะมีการพูดคุยถึงคดีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เขาเป็นลูกพรรคตน แต่ไม่มีการคุยกันถึงเรื่องคดีแต่อย่างใด เพียงแต่สอบถามเรื่องการลงพื้นที่พบชาวบ้านเป็นอย่างไร ความเป็นหัวหน้าพรรคสิ่งที่ต้องการเห็นมากที่สุดคือ สส.พรรค ภท.ต้องลงพื้นที่พบปะอยู่ใกล้ชิดชาวบ้านตลอดเวลา
ซัดเท้งใครไม่พร้อมซักฟอก
ถามถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมแก้เกมรัฐบาลโดยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไม่มีเกมอะไร ตรงไปตรงมา และพร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอก รัฐบาลก็จะตอบข้อสงสัยต่างๆ อย่างชัดเจน เมื่อถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน รัฐบาลไม่ได้เป็นคนยื่น
ซักถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้านฯ ระบุนายกฯ ไม่มีความพร้อมจึงต้องเลื่อนการอภิปรายไปในช่วงเดือน ธ.ค. นายกฯ หัวเราะก่อนกล่าวว่า "คนไม่พร้อมคือใคร" นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะของคนที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ มอบหมายให้คนไปเจรจาเรื่องเวลาและไม่ได้ติดตาม หรือให้นโยบายว่าควรจะมีผลลัพธ์ออกมาอย่างไร ไม่อย่างนั้นขณะนี้เราคงได้นั่งฟังฝ่ายค้านอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจ อย่าลืมว่าเมื่อฝ่ายค้านยื่นญัตติมา รัฐบาลก็บอกว่าพร้อมตั้งแต่วันที่ 27-29 ต.ค. รัฐบาลก็ตอบสนองโดยฉับพลันทันที นอกจากนี้จากการที่ไปหารือกัน คนที่วอล์กเอาต์ก็คือฝ่ายค้าน
"ผู้นำฝ่ายค้านฯ ท่านก็เป็นอย่างนี้ทุกที ข้อมูลไม่ครบ พูดอะไรแต่ละเรื่องก็พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ก็เป็นนิสัยเขาอย่างนี้ เราก็ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ วุฒิภาวะต้องข่มจิตข่มใจ ไม่เอาความโกรธหรือความไม่พอใจส่วนตัว มาพูดในเรื่องของบ้านของเมือง เพราะผู้นำฝ่ายค้านฯ เป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก ถือว่าเป็นระดับเดียวกับผม ดังนั้นต้องมีวุฒิภาวะให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เห็นไมโครโฟนแล้วอยากพูดอะไรก็พูด เพราะคนที่ฟังคือคนทั้งประเทศ ต่อให้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องนำความสงบสุข และทำความเข้าใจในสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติให้กับประชาชน" นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า เป็นห่วงรัฐมนตรีคนนอกยังไม่เจนจัดด้านการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องมีความเจนจัดอะไร รัฐมนตรีทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเท ด้วยนโยบายและเจตนารมณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต่อประชาชน ดังนั้นการชี้แจงข้อกล่าวหาใดๆ ก็ตาม หากเขาทำด้วยเจตนารมณ์ที่ดีเขาก็อธิบายตามที่ทุกอย่างได้ทำ
ส่วนนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 รัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.ว่า ได้ยินข่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ตนคิดว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่มีทั้งมาตรา 151 และ 152 เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่อยากตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีความพร้อม ถามตามมาตราไหนก็ตอบตามมาตรานั้น ไม่มีประเด็นอะไร
ถามว่า การอภิปรายมีระยะเวลาติดๆ กันควรจะเก็บอภิปรายไว้ในรอบเดียวเลยหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ตรงนี้เราไปตอบแทนฝ่ายค้านไม่ได้ แต่รัฐบาลต้องมีความพร้อมในการไปชี้แจงทั้งสองมาตรา ซึ่งสองมาตราเป็นอภิปรายคนละอย่างกัน มาตรา 151 เป็นการอภิปรายแบบลงมติ ส่วนมาตรา 152 เป็นการอภิปรายแบบไม่ลงมติ เป็นการอภิปรายให้ข้อเสนอแนะต่างๆ แก่รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเองก็รับฟังและตอบ ถ้าฝ่ายค้านมีข้อเสนอที่ดีและมีประโยชน์ เราก็รับไปปฏิบัติ ไปดำเนินการตามความต้องการของฝ่ายที่ติดตามตรวจสอบ ถ้ามีประโยชน์กับประชาชนเราก็นำไปดำเนินการ ไม่ได้เสียหายอะไรเลย เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ ตนชื่นชมด้วยซ้ำการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในช่วงนี้
“ไม่ได้อยากไปตำหนิว่าทำไมฝ่ายค้านจะต้องมายื่นญัตติอภิปรายทั้งสองมาตรา ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องเห็นใจรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะนายกฯ ที่มีภารกิจ รัฐมนตรีหลายคนก็กำหนดเวลาของตัวเองไว้เรียบร้อย เพื่อเตรียมสำหรับการอภิปรายที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หลายคนเคลียร์งานตัวเองเพื่อเอาเวลาว่างไว้ให้ฝ่ายค้าน แต่ตกลงวันกันไม่ได้” รองนายกฯ กล่าว
โรมรับ ปชน.คิดยื่น ม.152
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อดัดหลังรัฐบาลที่ยื้อการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ไปเดือน ธ.ค.ว่า เบื้องต้นตนรับผิดชอบแค่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.นี้ แต่ในช่วงเวลาระหว่างนี้จะยังเหลือกรอบเวลาร่วมหนึ่งเดือนกว่าๆ ที่จะใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบเรื่องอื่นๆ รวมถึงวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ได้ แต่ตนก็ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้ช่วงเวลาที่มีอยู่หนึ่งเดือนกว่าๆ นี้ในการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 หรือไม่ เนื่องจากตนไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะต้องสอบถามไปยังคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน)
“เรื่องนี้เพียงแค่มี สส.หลายคนรู้สึกว่าช่วงเวลาดังกล่าวน่าจะทำให้สภาพูดคุยเรื่องสำคัญเรื่องอื่นๆ แต่ผมยังไม่ทราบว่าถึงขั้นที่จะมีการยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 หรือไม่" นายรังสิมันต์กล่าว
ถามย้ำถึงความเป็นไปได้ในการยื่นอภิปรายในมาตรา 152 นายรังสิมันต์กล่าวว่า หากยื่นทันอยู่แล้ว เพราะขณะนี้เราทราบตารางของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนแล้ว หากจะมีการเปิดอภิปรายจริง ตนเชื่อว่าสามารถทำได้ เพราะเป็นคนละโจทย์กัน เนื่องจากมาตรา 151 เป็นเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องมีข้อกล่าวหา แต่มาตรา 152 จะเปิดให้ สส.ซีกรัฐบาลสามารถพูดด้วยได้ ทั้งเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน การนำความเดือดร้อนของประชาชนมาอภิปราย
"มีเพื่อนสมาชิกสนใจที่จะยื่นจริงๆ แต่ย้ำว่าผมไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าถึงขั้นนั้นหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในกระบวนการ โดยมี สส.ของ ปชน.ที่สนใจจะยื่นแน่ๆ ส่วนพรรคการเมืองอื่นผมไม่ทราบ" นายรังสิมันต์กล่าว
ถามย้ำว่า เป็นการตกผลึกของพรรคแล้วใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ในกระบวนการจึงไม่ทราบว่ามีการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นด้วยหรือไม่ แต่เชื่อว่าด้วยระยะเวลาที่มีอยู่สามารถดำเนินการได้
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่า เตรียมใจไว้เลยว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 7-11 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ประชาชนต้องเจอกับเหล่า "กี้" ลูกสมุนกากๆ ที่ดาหน้าออกมาพลีชีพประท้วงเอาซีนอย่างแน่นอน
“พรรค ภท.ชอบพูดถึงความบันเทิง ผมว่าเจ้ากี้เสื้อวินสีน้ำเงินนี่ละ เป็นลูกกะจ๊อกที่สุดจะบันเทิงแล้ว แถมยังเป็นความบันเทิงในแบบที่ประชาชนรู้สึกสมเพชเวทนาด้วย มาจับตาดูกันว่า เจ้ากี้เสื้อวินสีน้ำเงินรอบนี้ จะดาหน้าออกมานอนตายแอ้งแม้งกันกี่ตัว” นายวิโรจน์ระบุ
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกระแสข่าวการยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตาม ม.152 ว่า เรื่องนี้ควรจะคุยกับวิปของพรรค เท่าที่ทราบไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ เราเตรียมการอภิปรายไม่ไว้ใจวางใจตามรัฐธรรมนูญ ม.151 ตามวันเวลาที่ได้มีการตกลงกันไว้แล้ว
“เราจะต้องรอความชัดเจนจากผู้นำฝ่ายค้านฯ ว่าท่านมีความตั้งใจอย่างไร แต่ถ้าถามผม วันนี้มีความชัดเจนเรื่องอภิปรายมาตรา 151 วันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าจะอภิปรายเมื่อไร นั่นคือเป้าหมายหลักของเรา” รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ
หนูแจ้งไอซ์แชร์สลิปปลอม
วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวกรณีเพจ Godd Dam เผยแพร่ภาพสลิปการโอนเงินปลอมให้นายอนุทินเป็นค่าน้ำชาจำนวน 7 ล้านบาท และมี สส.ได้แชร์ข่าวดังกล่าวนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทินมอบหมายให้ทนายความส่วนตัวเดินทางไปยัง สน.ทองหล่อ แจ้งความดำเนินคดีกับนายชัยรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เจ้าของเพจ "Godd Dam" และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โดยเพจ Godd Dam เผยแพร่ภาพสลิปการโอนเงินปลอม ส่วน น.ส.รักชนกได้แชร์โพสต์ดังกล่าวขึ้นบนโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. กล่าวถึงกรณีตำรวจสันติบาลเข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน เอาผิดแอดมินเพจ “Godd Dam" ที่มีการโพสต์สลิปปลอมโอนเงิน 7 ล้านบาทว่า กรณีนี้คนละส่วนกันกับ บช.สอท.ดำเนินการ เพราะคดีที่ สน.บางเขน เป็นคดีความมั่นคง คดีมีความซับซ้อนต้องดำเนินการให้รอบคอบ โดยทาง บช.น.ได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มีรอง ผบก.น.2 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน รวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ผู้ชำนาญการงานสืบสวนตรวจสอบพยานหลักฐาน
“ต้องยืนยันคนโพสต์เป็นใคร ต้องหาหลักฐานยืนยันให้ชัด ส่วนคนโพสต์เป็นคนเดียวกับผู้ต้องหาที่ บช.สอท.จับหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยประสานข้อมูลตำรวจไซเบอร์ ตำรวจสันติบาล อยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน” ผบช.น.ระบุ
ส่วนที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะประธาน ประชุมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์คริปโตเคอร์เรนซีชัฟเฟิล (Suffer.com) โดยเชิญนายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรค ปชป. เข้าให้ข้อมูล รวมทั้งเชิญ น.ส.สุชาดา และนายไทหยาง ซาง สามี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด รวมทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ด้วย
นายรังสิมันต์กล่าวว่า รมว.ดีอีได้ทำหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจ และได้มอบให้ปลัดกระทรวงมาชี้แจงแทน และได้ส่งตัวแทนเข้าร่วม ส่วน น.ส.สุชาดาและสามีไม่ได้ตอบรับแต่อย่างใด
ภายหลังการประชุม นายรังสิมันต์กล่าวว่า ปัจจุบันตำรวจไซเบอร์ยังไม่ได้ดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มชัฟเฟิล โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างการสืบสวนและยังไม่มีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ซึ่ง กมธ.ตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงยังไม่ดำเนินคดีทั้งที่มีเส้นทางการเงินไหลจากวอลเล็ตหลายแพลตฟอร์มไปที่ชัฟเฟิล แต่ทางตำรวจไซเบอร์กลับพยายามชี้แจงว่าต้องการเริ่มดำเนินการจากนักเล่นก่อน ตนตั้งข้อสงสัยต่อแนวทางการทำงานของตำรวจไซเบอร์ว่ามี 108 วิธี แต่ตำรวจไซเบอร์กลับไปเลือกวิธีที่ 109 คือการไปจัดการกับนักเล่น ทั้งที่การจัดการกับนักเล่นไม่ได้นำไปสู่การปราบปรามเว็บพนันอย่างแท้จริง
ที่กระทรวงยุติธรรม ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคณะพนักงานสืบสวน กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ shuffle.com มีพฤติการณ์เป็นแพลตฟอร์มกาสิโนออนไลน์และการพนันกีฬาที่รองรับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งดำเนินการผ่านนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศว่า ขณะนี้คดียังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนข้อเท็จจริง และก็พยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้ครอบคลุมในทุกมิติ หลังจากนี้จะต้องเชิญตัวแทนจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ในฐานะกำกับควบคุมดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลมาเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวด้วย คาดว่าจะอยู่ในช่วงสัปดาห์หน้า
ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหนังสือต่อประธานศาลฎีกา ขอให้กำกับดูแลการปฏิบัติตามคำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569 โดยขอให้ศาลอาญาสั่งยกฟ้องคดีที่นายอนุทินฟ้องหมิ่นประมาท เนื่องจากเห็นว่าเข้าข่ายการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต ซึ่งสร้างภาระและความหวาดกลัวให้ประชาชนที่เปิดเผยข้อกล่าวหาการทุจริต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สั่งถอนสัญชาติ‘โจเซฟ-ผู้นำยิว’
"มท.1" เซ็นเพิกถอนสัญชาติไทย "โจเซฟ เฮม แคนเตอร์" ผู้นำชาวยิว-ประธานเครือข่ายชาบัด
โต้ล็อกสเปกโซลาร์รูฟ ปชป.ชี้เอื้อทุนกินหัวคิว
"เอกนิติ" แจงเกณฑ์แบงก์การันตี 5 หมื่นบาท หวังช่วยคุมผู้รับเหมาทิ้งงานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ปัดกีดกันรายย่อย
แฉบิ๊กเขมรพันสแกมเมอร์
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเปิดเผยในรายงานฉบับใหม่
สภาขยี้ขยะพิษ ยุปชช.ฟ้องรัฐ! อุตฯลุยฟอกเงิน
"ปชน.” ซัดรัฐเมินแก้สารพิษน้ำท่วมภาคตะวันออก “สุชาติ” โต้รู้มาก รอให้มาเป็น รมต. ใช้ทิฐิบันเทิงธิปไตย
หนูฉุนโยงเอื้อซิโนไทย
นายกฯ ควันออกหู โยงโซลาร์ภาคประชาชนเอื้อนายทุน อัดสื่อเปิดชื่อ “ซิโน-ไทย”-บริษัทใหญ่ ส่อกินรวบ
ซักฟอก7-11ธ.ค. ฝ่ายค้าน51ชม.ลากถึงตี3 จับเพจดัง/ไอซ์ดิ้นสู้อนุทิน
เคลียร์จบ 4+1! “วิป 3 ฝ่าย” เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7-11 ธ.ค.นี้ รวมเวลา 72 ชม. ฝ่ายค้านจัดหนัก 51 ชม. รัฐบาลแจง 17 ชม. ประธาน 4 ชม. ช่วง 3 วัน

