โต้ล็อกสเปกโซลาร์รูฟ ปชป.ชี้เอื้อทุนกินหัวคิว

"เอกนิติ" แจงเกณฑ์แบงก์การันตี 5  หมื่นบาท หวังช่วยคุมผู้รับเหมาทิ้งงานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ปัดกีดกันรายย่อย เร่งปลดล็อกต้นทุนค้ำประกัน ลุยหารือ 3 แบงก์รัฐ-บสย. คุมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1% "ภท." โต้ไร้ล็อกสเปก โวยโดนบิดเบือน "ปชป." สับเละส่อเอื้อทุนใหญ่-เปิดช่องกินหัวคิว จี้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไขกระจาย SME "นายกฯ" ชี้รื้อสูตรน้ำมันลดภาระคนไทย โยนถาม "เอกนัฏ" ส่วนต่างต้นทุนทิพย์ 22 ปีใครได้ประโยชน์

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีการกำหนดให้ผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ต้องจัดหาหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (Bank Guarantee) วงเงิน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน ซึ่งมีข้อกังวลอาจกลายเป็นภาระและกีดกันผู้รับเหมารายย่อยจากการเข้าร่วมโครงการ ว่าหลักประกันดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า ผู้รับเหมาจะสามารถติดตั้งและส่งมอบงานได้ตามมาตรฐาน ไม่ใช่การกีดกันผู้ประกอบการรายเล็กออกจากโครงการ ซึ่งเปรียบเหมือนกับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้รับเหมาจำเป็นต้องมีหนังสือค้ำประกันหลักประกันสัญญา (Performance Bond) เพื่อรับประกันคุณภาพของงานที่ส่งมอบให้ลูกค้า

ขณะเดียวกัน ยังได้หารือกับ 3  ธนาคารรัฐ  ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้ช่วยออกแบบกลไกค้ำประกันแก่ผู้ประกอบการ โดยกำหนดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันไม่เกิน 1% ต่อปี โดยมองว่ากลไกดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนในการจัดหาหลักประกัน ขณะเดียวกันประชาชนจะมีหลักประกันรองรับในกรณีที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน หรือติดตั้งระบบไม่ได้มาตรฐาน โดยสามารถใช้หลักประกันดังกล่าวเป็นกลไกในการดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้น

 “การกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้ต้นทุนการค้ำประกันกลายเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่ง 1% ของ 50,000 บาท คือ 500 บาทต่อปี เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการช่วยลดต้นทุนของ Bank Guarantee”  นายเอกนิติระบุ

รวมทั้งได้หารือกับ ธอส. เพื่อให้มีการจัดทำสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์และนำไปติดตั้งให้กับประชาชนอีกด้วย โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้รับเหมารายเล็กสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในซัปพลายเชนของโครงการได้มากขึ้น จากเดิมที่โครงการขนาดใหญ่มีโอกาสกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่

นอกจากนี้ รัฐบาลต้องการให้ ธอส.ขยายแนวทางสินเชื่อสีเขียวไปมากกว่าโครงการโซลาร์เซลล์  โดยครอบคลุมอุปกรณ์ประหยัดพลังงานอื่นๆ เช่น เครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนควบคู่กับการลดการใช้พลังงานอีกด้วย

ที่รัฐสภา นายคงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย และนายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวเรื่องโครงการโซลาร์ภาคประชาชนว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีผู้ไม่หวังดีพยายามบิดเบือนข้อมูลโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ว่ารัฐบาลมีการล็อกสเปกผู้ติดตั้ง ซึ่งผู้ที่เวนเดอร์ลิสต์ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีกว่า 1,000 เจ้า มีทั้งขนาดเล็กกลาง ใหญ่ จึงไม่อยากให้ไปโฟกัสผู้ตั้ง เพราะโครงการนี้ประชาชนต้องเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด สามารถสร้างรายได้ ลดค่าครองชีพของประชาชนได้ ไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าที่จะทำเหมือนกับรัฐบาลชุดนี้ เราพูดแล้วทำคือสโลแกนที่เราใช้มาเสมอ

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปว่า  ถือเป็นแนวคิดที่ดี หากประสบความสำเร็จจะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมาสู่พลังงานแสงอาทิตย์ แต่พรรคมีความกังวลต่อรายละเอียดของโครงการ เนื่องจากมีผู้ประกอบการที่รอติดตั้งให้ประชาชนนับพันราย โดยมีผู้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วอย่างน้อย 1,500 ราย แต่การประกาศเงื่อนไขผู้ประกอบการล่าสุดกลับสร้างความตกใจและเสียใจ จนหลายรายต้องเตรียมถอนตัว เนื่องจากการประกาศออกมาอย่างมีเงื่อนงำ ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงได้

โดยพรรคประชาธิปัตย์มีข้อทบทวน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.กระทบต่อผู้ประกอบการ SMEs  รายย่อย เนื่องจากเงื่อนไขหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (แบงก์การันตี) สูงถึง 15,000 บาทต่อหลังคาเรือน ซึ่งสูงเกินไปสำหรับรายย่อย การขอยังต้องใช้เงินสดเต็มจำนวน และต้องรอเงินมัดจำคืนนาน 3-6 เดือน หรืออาจมากกว่านั้น 2.การรับประกันงานยาวนาน 7 ปีนั้น สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปของอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้เพียง 2-3 ปี และเงินค้ำประกันอีก 10,000 บาท จะต้องจมอยู่กับโครงการยาวนานถึง 7 ปี 3.ภาระการทำประกันภัยให้เจ้าของบ้าน 7 ปี ถือเป็นการเพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการถึงหลังคาเรือนละ 20,000 บาท และ 4.เป้าหมาย 1,000,000 ครัวเรือน เป็นไปได้ยาก ปีที่ผ่านมามีการติดตั้งทั่วประเทศเพียง 1.2 แสนครัวเรือน เนื่องจากข้อจำกัดด้านความต้องการ แรงงานเชี่ยวชาญ และอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ที่มีจำกัด

นายกรณ์กล่าวว่า ความกังวลคือการตั้งเป้าหมายสูงเกินจริง อาจนำไปสู่การเบนงบประมาณเข้ามาใช้ในโครงการนี้แทนที่จะกระจายไปยังโครงการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงขอให้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไขเพื่อกระจายประโยชน์แก่รายย่อยอย่างกว้างขวางที่สุด เพราะเป็นเงินกู้จากภาษีประชาชน หากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งอาจไม่มีศักยภาพรับงานทั้งหมด ต้องส่งต่องานให้รายย่อยโดยการหักหัวคิว และกลายเป็นระบบที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย

นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนใหญ่ เนื่องจากข้อมูลระบุว่า มีเพียง 3 ภาคส่วนที่เข้าติดตั้งได้ คือ กฟน., กฟภ. และผู้ประกอบการที่อยู่ในทะเบียน (เวนเดอร์ลิสต์) ซึ่งกำหนดเกณฑ์สูง เช่น ต้องมีประสบการณ์ 4 ปี ส่งงบการเงินครบถ้วน และมีจำนวนวิศวกรตามเกณฑ์ ทำให้มีแต่บริษัทขนาดใหญ่ อีกทั้งการที่ กฟน.และ กฟภ.ลงมารับงานติดตั้งเอง ถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตขายไฟมาเป็นผู้ติดตั้ง จึงอยากให้ทบทวนบทบาทและปรับเกณฑ์ให้รายย่อยเข้าถึงได้โดยตรง

ทั้งนี้ คู่มือโครงการกำหนดให้ต้องขนานไฟแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.2570 ซึ่งหมายความว่าต้องติดตั้งให้เสร็จภายในเดือน ก.ค.2570 แต่ปัจจุบันมีผู้ติดตั้งที่ผ่านการอนุมัติเพียงกว่า 1,000 ราย จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะติดตั้งให้ครบ 1,000,000 หลัง ภายใน 10 เดือน ซึ่งเฉลี่ยแล้วต้องติดตั้งไม่ต่ำกว่า 2,800 หลังต่อวัน หากไม่นำไปสู่การซื้อขายโควตาและระบบกินหัวคิว

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการรื้อสูตรต้นทุนราคาน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ 22 ปีว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ได้แถลงไปแล้วว่าโครงสร้างเป็นอย่างไร สิ่งที่ได้ปฏิบัติไปทั้งหมดเพื่อลดต้นทุน ลดภาระของคนไทย และลดพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันที่มาจากพลังงานฟอสซิล และหันมาพึ่งพาน้ำมันที่เป็นส่วนผสมของผลผลิตทางการเกษตร หันไปใช้เชื้อเพลิงหรือพลังงานที่ผลิตมาจากธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะนำข้อมูลตัวเลขต้นทุนทิพย์มาเปิดเผยต่อประชาชนหรือไม่ว่า ผลประโยชน์ส่วนต่างตกไปอยู่กับใครในช่วง 22 ปีที่ผ่านมา นายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดขอให้สอบถามไปยัง รมว.พลังงาน ซึ่งวันที่ 28 ต.ค.ได้มีการแถลงไปแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนูฉุนโยงเอื้อซิโนไทย

นายกฯ ควันออกหู โยงโซลาร์ภาคประชาชนเอื้อนายทุน อัดสื่อเปิดชื่อ “ซิโน-ไทย”-บริษัทใหญ่ ส่อกินรวบ

ซักฟอก7-11ธ.ค. ฝ่ายค้าน51ชม.ลากถึงตี3 จับเพจดัง/ไอซ์ดิ้นสู้อนุทิน

เคลียร์จบ 4+1! “วิป 3 ฝ่าย” เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7-11 ธ.ค.นี้ รวมเวลา 72 ชม. ฝ่ายค้านจัดหนัก 51 ชม. รัฐบาลแจง 17 ชม. ประธาน 4 ชม. ช่วง 3 วัน