สั่งเตรียมรับภัยไซเบอร์ ปชช.57%ผวาถูกโจมตี

"นิด้าโพล" เผยคนไทยไม่กังวลข่าวเตือนภัยโลก พร้อมแนะรัฐบาลควรรอสถานการณ์ชัดเจนก่อนแจ้งเตือน ส่วน "สวนดุสิตโพล" เผยคน 56.97% ห่วงความปลอดภัย ผวาเสี่ยงถูกโจมตีไซเบอร์ วอนเตรียมแผนสำรอง  "ซูเปอร์โพล" เผยผลสำรวจความสุข-ทุกข์คนไทยยังเครียดหนัก ทั้งค่าครองชีพ-ภัยไซเบอร์-หนี้สิน 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) 2 สำนัก ได้เผยผลสำรวจเรื่องคำเตือนให้สำรองอาหารและเวชภัณฑ์ 72 ชั่วโมง โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  (นิด้า) เผยผลการสำรวจเรื่องกักตุนอาหาร ยา  น้ำดื่ม! จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  กระจายทุกภูมิภาครวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง  โดยเมื่อถามถึงการเคยได้ยินข่าวที่หลายประเทศทั่วโลกประกาศเตือนให้ประชาชนสำรองอาหาร  ยา น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เพียงพอสำหรับ 3-7 วัน พบว่า 77.63% ระบุว่าเคยได้ยิน และ 22.37% ไม่เคยได้ยิน

เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่าเคยได้ยินข่าว มีความกังวลต่อข่าวดังกล่าวหรือไม่ พบว่า 35.89% ระบุว่าไม่กังวลเลย, 32.84% ไม่ค่อยกังวล, 26.94% ค่อนข้างกังวล และ 4.33% กังวลมาก และเมื่อถามผู้ที่ระบุว่าเคยได้ยินข่าวเห็นว่ารัฐบาลไทยควรออกประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมเช่นเดียวกับที่หลายประเทศทั่วโลกได้ดำเนินการหรือไม่ พบว่า 48.57% ควรรอให้สถานการณ์ชัดเจนก่อนค่อยประกาศเตือน, 36.09% ควรประกาศเตือนโดยเร็วที่สุด และ 15.34% ไม่มีความจำเป็นต้องประกาศเตือนใดๆ

ท้ายที่สุดเมื่อถามเรื่องที่ประชาชนกังวลต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยจนต้องสำรองอาหาร ยา น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตไว้ 3-7 วัน พบว่า 34.58% น้ำท่วมใหญ่, 28.24% การขาดแคลนพลังงาน, 26.34% ไม่มีประเด็นปัญหาใดๆ ที่ต้องกังวล, 24.27% ระบบอินเทอร์เน็ตล่มจนไม่สามารถใช้งานได้ทั้งประเทศ, 22.98% สงครามโลกครั้งที่สาม,  21.15% การถูกโจมตีทางไซเบอร์, 18.02% โรคระบาด, 17.56% สงครามในตะวันออกกลาง, 17.02% ภัยแล้ง, 13.82% แผ่นดินไหวครั้งใหญ่, 13.59% สงคราม/ความขัดแย้งระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน, 12.14% ภัยจากคลื่นความร้อน, 11.68% สงครามในยุโรป, 6.72% ภัยจากหมอกควัน, 6.41% การก่อจลาจลภายในประเทศ และ 0.61% ระบุอื่นๆ ได้แก่ ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่สูงขึ้น

ขณะที่ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง คนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน จากกลุ่มตัวอย่าง 1,183 คน โดยเมื่อถามว่า  รู้สึกอย่างไรกับข่าวที่หลายประเทศแนะนำให้ประชาชนเตรียมเสบียงและกระเป๋าฉุกเฉิน 72  ชม. พบว่า 56.97% เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว, 53.42% สนใจและอยากหาข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมรับมือเพิ่มเติม และ 47.84% ทำให้ตื่นตัวและเตรียมความพร้อม     ถามอีกว่า คิดว่าประเทศไทยอาจมีความเสี่ยงต่อภัยหรือเหตุฉุกเฉินใดบ้าง พบว่า 62.55%  ภัยไซเบอร์ เช่น ระบบธนาคาร/สแกนจ่ายล่ม  ข้อมูลรั่วไหล, 62.05% ระบบสาธารณูปโภคล่ม เช่น ไฟดับ น้ำไม่ไหล เน็ตล่ม และ 60.10% น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ถามต่อว่าภัยหรือเหตุฉุกเฉินใดที่กังวลมากที่สุด พบว่า 29.16% ไฟดับ น้ำไม่ไหล, 20.95% โทรศัพท์ล่ม อินเทอร์เน็ตล่ม, 19.47% ภัยไซเบอร์ เช่น ระบบธนาคาร/สแกนจ่ายล่ม ข้อมูลรั่วไหล, 17.68% ความขัดแย้งตามแนวชายแดน/สงคราม และ 12.74% น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม    

ถามต่อว่า มั่นใจว่าตนเองและครอบครัวจะรับมือเหตุฉุกเฉินใน 72 ชม.แรกได้มากน้อยเพียงใด พบว่า 57.14% ค่อนข้างมั่นใจ, 27.64% ไม่ค่อยมั่นใจ, 12.52% มั่นใจมาก และ 2.70% ไม่มั่นใจเลย สุดท้ายเมื่อถามว่าอยากให้ภาครัฐเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างไร พบว่า 62.47% เตรียมแผนสำรองหากระบบสื่อสาร/อินเทอร์เน็ตล่ม, 60.19% ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ลดข่าวลือ/ความตื่นตระหนก และ 59.43% พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือให้รวดเร็ว แม่นยำ             ดร.มณฑล สุวรรณประภา ประธานหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลสะท้อนว่าคนไทยรับรู้และกังวลต่อการเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง แต่การรับรู้ยังไม่แปรเป็นการเตรียมพร้อมเชิงปฏิบัติอย่างทั่วถึง ภาครัฐจึงควรส่งเสริมทักษะฉุกเฉิน การตรวจสอบข่าวสาร และการแยกแยะข้อมูลจริงกับข้อมูลเท็จ การมองภัยไซเบอร์เป็นความเสี่ยงสูงอาจได้รับอิทธิพลจากกระแสข่าวต่างประเทศ ขณะที่ความกังวลต่อไฟดับ น้ำไม่ไหล และอินเทอร์เน็ตล่ม สะท้อนความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานใกล้ตัว แม้ประชาชนส่วนใหญ่มั่นใจว่าจะรับมือได้ แต่ความพร้อมอาจแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนห่างไกลหรือเข้าถึงยาก  

"ประเทศไทยควรใช้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เป็นกรอบเชื่อมโยงข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่ แผน 72  ชั่วโมง บทบาทหน่วยงาน ระบบสื่อสารสำรอง และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมจัดซ้อมแผนกำหนดตัวชี้วัดและทบทวนหลังเกิดเหตุ เพื่อให้การจัดการมีความรวดเร็ว เป็นเอกภาพ เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่"

วันเดียวกัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชน  เผยรายงานผลสำรวจเรื่อง ความสุขความทุกข์ของคนไทยวันนี้ จากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,147 ตัวอย่าง โดยเมื่อพิจารณาความรู้สึกของผู้ตอบ พบว่า มีคะแนนความเครียดเฉลี่ย 6.73 คะแนน, ความกังวลเฉลี่ย 6.14 คะแนน และความพึงพอใจในชีวิตเฉลี่ย 6.04 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน

สำหรับการประเมินความสุขและความทุกข์ในวันนี้ กลุ่มใหญ่ที่สุด 41.3% ระบุว่ามีสุขและทุกข์คละกันไป, 32.8% มีทุกข์มากกว่าสุข และ 25.9% มีสุขมากกว่าทุกข์ และเมื่อสอบถามถึงแหล่งความสุขและกำลังใจ พบว่า  82.9% ครอบครัวและความสัมพันธ์ที่ดี, 73.5% สุขภาพของตนเองและคนในบ้าน, 71.8% รายได้และอาชีพการงานที่ภูมิใจ, 63.7% รายได้ที่พอๆ กับรายจ่าย, 61.9% เพื่อนและคนที่ไว้ใจพึ่งพาได้ และ 60.5% การพักผ่อน งานอดิเรกและเวลาส่วนตัว 

ถามถึงแหล่งความเครียดและความกังวล   พบว่า 69.7% ค่าครองชีพและรายได้ไม่พอรายจ่าย, 65.1% ภัยไซเบอร์ มิจฉาชีพออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์, 58.9% หนี้สิน ภาระผ่อนชำระและการทวงหนี้, 57.4% ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อาชญากรรมและอันธพาล,  53.2% ความไม่เป็นธรรมในสังคม การเลือกปฏิบัติ การลิดรอนและละเมิดสิทธิ, 41.2% สุขภาพกาย โรคภัยไข้เจ็บและสุขภาพของคนในครอบครัว, 40.9% มลพิษ สิ่งแวดล้อมและฝุ่น PM2.5,  32.5% ภาระเลี้ยงดูคนใกล้ชิด, 28.1% อนาคตบุตรหลาน และ 27.5% ข่าวลวง ข่าวรุนแรงและสื่อรุนแรงที่แชร์กันในโซเชียล

วันเดียวกัน ในช่วงค่ำ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ภัยไซเบอร์ที่ลุกลามเข้ามาถึงประเทศแถบเอเชีย ประเทศไทยมีการเตรียมมาตรการการรับมืออย่างไรว่า ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ต้องเตรียมรับมือพิเศษหรือไม่  เพราะภัยคุกคามด้านไซเบอร์เริ่มบานปลายเข้าเอเชียแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ได้ย้ำไปแล้วว่าให้หน่วยงานทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อม รวมถึงบริษัท ห้างร้านต่างๆ ก็ต้องมีมาตรการและวิธีการป้องกัน เพราะเป็นภัยทางเทคโนโลยี เราต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนไทยสุดชิล ไม่กังวลเรื่องกักตุนอาหาร ชี้ภัยน้ำท่วมใกล้ตัวสุด

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “กักตุนอาหาร ยา น้ำดื่ม !” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2569

อนุทินยันสั่งสว.ไม่ได้

“อนุทิน” เคลียร์ปม “น้ำเงินกินรวบ” แค่วาทกรรมโจมตี ยันรัฐบาลไม่คุม สว. ชี้ 3 อำนาจแยกกันชัด พร้อมรับศึกซักฟอกทุกเมื่อ ขอเป็นเวทีสร้างสรรค์ ไม่เชือดเฉือนระบายความโกรธ

‘บุ๋ม-ก๊อต’นอนคุก พบ3บัญชีโอน815ล้าน/ผัวเอาตัวรอดซัดทอดเมีย

เรียบร้อย! สองผัวเมียมหาภัยคอตกนอนห้องขัง ศาลอาญาส่ง "บุ๋ม" เข้าทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วน "ก๊อต" ไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดคำให้การสามีโยนภรรยาเป็นคนสั่ง