ถึงเวลาแล้วพูดเอง! ‘บิ๊กตู่’ชี้อนาคตการเมือง ชัยวุฒิเงียบ!ทิ้งเก้าอี้ส.ส.

“ประยุทธ์” กั๊กไม่เลิก   บอกถึงเวลาจะให้ความชัดเจนการเมืองเอง “เฮ้ง-ธนกร” ขน ส.ส.ดอดพบ “นายกฯ-พีระพันธุ์” จับตา “บิ๊กตู่” นั่งประธาน รทสช. “ก๊วนธรรมนัส” เมินแรงต้าน ยันกลับ พปชร.ช่วย “บิ๊กป้อม” ด้าน “ชัยวุฒิ” ซุ่มทิ้งเก้าอี้ผู้แทนฯ “พท.” ภาวนาศาล รธน.ไฟเขียวกฎหมายลูก “หมอระวี” ชี้เป็นไปได้ยาก รบ.อยู่ยาว

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 8/2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ เมื่อถูกถามเรื่องการเมือง โดยระบุว่า การเมืองก็ไม่เห็นมีอะไร โดยผู้สื่อข่าวพยายามซักว่า แต่ประชาชนรอฟังนายกฯ พูดถึงความชัดเจนทางการเมือง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “อ๋อ เมื่อถึงเวลาแล้วจะพูดเอง”

ต่อมาในช่วงบ่าย ที่ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา  ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์  ถนนแจ้งวัฒนะ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่ง ระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติว่า เราควรจะภูมิใจที่อยู่ในแผ่นดินผืนนี้ สุวรรณภูมินี่แหละ ของเราภูเขาไฟไม่มี แต่ระเบิดกันเอง ความคิดไง ทำให้โทษใครไม่ได้ เราจะต้องรักแผ่นดินผืนนี้ ที่เป็นแผ่นดินของคนไทย

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้ทำทุกอย่างให้ลดลงไปบ้าง แต่ไม่เป็นศูนย์ ถ้าประเทศไทยสันติ มีความสงบ  ทุกอย่างจะมาที่ประเทศไทย วันนี้ลองส่องกระจกดูว่ารอยยิ้มของเรายิ้มสวยหรือไม่ ถ้าเราไม่ยิ้ม พลังงานลบจะออกจากตัว ถึงไม่ชอบก็ยิ้มไว้ก่อน เดี๋ยวก็คุยกันได้เอง วันนี้กลับไปยิ้มให้ภรรยายิ้มให้สามีด้วย

"ผมไหว้พระขอพร พระแม่คงคา พระแม่ธรณี และพระสยามเทวาธิราชทุกวัน  เพื่อให้ทุกอย่างในประเทศไทยเดินไปข้างหน้าให้ได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้จิตใจผมอยู่ถึงวันนี้ได้ การทำงานคือการทำงาน ถ้าปราศจากความร่วมมือ ไม่มีสำเร็จสักอัน เชื่อผม ผมอยู่มาหลายปี ผมรู้ว่ามันมีปัญหาเยอะพอสมควรกับความไม่เข้าใจ ขอให้ทุกคนทำความเข้าใจ เราต้องร่วมมือและจับมือกันเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน ไม่มีใครทำสำเร็จด้วยคนคนเดียว หรือโดยประเทศใดประเทศหนึ่งประเทศเดียว" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ

ขณะที่ท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้กล่าวสั้นๆ ถึงสถานการณ์การเมืองขณะนี้จะรับมือได้หรือไม่ว่า “รับได้ดิ” ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายหลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์บ้างหรือยัง แต่ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว และเดินฝ่าวงสื่อมวลชนด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

ซักว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส. พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) จะกลับเข้า พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ส่ายหัวพร้อมกล่าวว่า เขายังมีคดีอยู่ไม่ใช่หรือ เมื่อถามย้ำว่าได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัสแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็บอกไปแล้ว

มีรายงานว่า เดิม พล.อ.ประวิตรมีกำหนดจะเดินทางไปเป็นประธานเปิดงานมรดกภูมิปัญญา พัฒนาสู่ความยั่งยืน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ จัดแสดงแฟชั่นผ้าไหมมัดหมี่ ของดี 13 อำเภอ ผ้าไหมล้ำเลอค่า แห่งเมืองตักศิลานคร และผลิตภัณฑ์โอท็อป ในวันเสาร์ที่ 26 พ.ย.นี้ แต่ล่าสุดแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า พล.อ.ประวิตรได้ยกเลิกภารกิจดังกล่าวแล้ว เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัว

นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ศท. กล่าวถึงท่าทีทางการเมืองของ ส.ส.พรรค ศท.ว่า ได้ข้อยุติแล้วว่าทั้ง 13 ส.ส. จะทำงานอยู่กับ พล.อ.ประวิตร แต่การร่วมงานจะต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย ขณะนี้กำลังให้ทีมกฎหมายพิจารณาว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะหากรอยุบสภาอาจจะทำให้ย้ายสังกัดพรรคไม่ทันตามกรอบเวลาในเงื่อนไขที่จะต้องลงสมัครรับเลือกตั้ง ในการเข้าสังกัดเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่จะลงรับเลือกตั้ง เนื่องจากกระบวนการทุกอย่างมีนัยทางกฎหมาย

จับตา‘บิ๊กตู่’นั่งประธานรทสช.

"เรามีธงในใจอยู่แล้วว่าจะอยู่กับพล.อ.ประวิตรไม่รอยุบสภา แต่กำลังพิจารณาแนวทางว่าไปร่วมงานได้เลยจะผิดกฎหมายหรือเปล่า จะกลายเป็นคนนอกพรรคไปยุ่งกับพรรคหรือไม่"  นายไผ่ระบุ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวหากกลุ่ม ส.ส.ศท.กลับไป พปชร. จะทำให้คนในพรรคแตกแยกหนีออกจากพรรค นายไผ่ตอบว่า ส่วนตัวได้ติดตามกระแสข่าวและเชื่อว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะยังไม่มีใครออกมาพูดว่าจะออกจากพรรค อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างและการทำงานใน พปชร.อยู่ที่ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนในพรรครักกันทั้งหมด เพราะทุกอย่างเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย สามารถเห็นต่างได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันทั้งหมด

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. กล่าวว่า ยืนยันว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรยังคงสัมพันธ์แนบแน่น และมั่นใจว่าวันนี้คะแนนนิยมนายกฯ พุ่งขึ้นแน่นอน เพราะผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจน ทุกนโยบายกำลังออกดอกออกผล รวมถึงเน้นลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนทุกภาค ไม่เน้นหาช่องดิสเครดิตพรรคอื่น เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์

มีรายงานความเคลื่อนไหวของ พปชร. หลังมีกระแสข่าวว่าจะมี ส.ส.หลายคนย้ายตาม พล.อ.ประยุทธ์ไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นั้น ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 พ.ย. ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับมาจากลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ปรากฏว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้อำนวยการพรรค พปชร. ได้นำ ส.ส.พปชร. จำนวน 8 คน อาทิ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ, นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง, นายสาทิตย์ อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี, นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี, นายอริญชัย ซูสารอ ลูกชายนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ที่บ้านพัก

นอกจากกลุ่มดังกล่าว ยังมีนายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ที่พา ส.ส.สงขลา และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พปชร. จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.เขต 2 นายพยม พรหมเพชร ส.ส.เขต 3 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี เขต 4 และนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เข้าไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยนอกจาก พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่แล้ว ยังมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และหัวหน้าพรรค รทสช.อยู่ด้วย

                    รายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดกับ ส.ส.ที่เข้าพบว่า ขอบคุณที่มาด้วยกัน มาช่วยกันทำงานให้กับชาติบ้านเมือง ตนยืนยันว่าตนทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยังไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรค รสทช.ในเร็วๆ นี้ แต่หากมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว จะมานั่งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค รทสช. และจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์หนึ่ง ขณะที่นายพีระพันธุ์จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์สอง

มีรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรค พปชร. ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อระบบสารบัญสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งความประสงค์ขอลาออกจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลใดๆ กับทางรัฐสภา โดยการลาออกดังกล่าว มีผลในวันที่ 25 พ.ย.

ทั้งนี้ ส่งผลให้นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ลูกชายของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ซึ่งอยู่ลำดับที่ 28 พปชร. ขยับขึ้นดำรงตำแหน่ง ส.ส.แทน แต่เมื่อโทรศัพท์สอบถามไปยังเจ้าตัว เปิดเผยว่าได้ลาออกจากสมาชิก พปชร.ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.แล้ว ด้วยเหตุเช่นนี้ ทำให้นางวลัยพร รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 29 ซึ่งเป็นน้องสาวของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นเป็น ส.ส.แทน

วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการแจกรายงานผลดำเนินการของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 25 ก.ค.64-25 ก.ค.65 โดยรูปปกหนังสือเป็นรูป พล.อ.ประยุทธ์ และมีรายงานว่ารัฐบาลทำแจกให้สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด รวมถึงแจกให้ ครม.ด้วย ซึ่งแจกเป็นวันแรก

 สำหรับเนื้อหาในหนังสือรายงานเรื่องดังกล่าวมีเนื้อหา 370 หน้า  ประกอบไปด้วยผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศตามนโยบายหลัก 12 ด้านของรัฐบาล และนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง ซึ่งรัฐบาลทำแจกสมาชิกรัฐสภา และ ครม.ทุกปี   

เย้ย 2 ป.เจอปัญหาแบ่งไพร่พล

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ออกมาให้ความเห็นถึงกรณี พล.อ.ประวิตร เตรียมชักชวน ร.อ.ธรรมนัสกลับพรรค พปชร. ว่า ไม่แปลก เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัสเป็นคนเก่าในพรรค ประชาชนยังรับรู้ว่า ร.อ.ธรรมนัสอยู่ พปชร. เขาอาจจะมีปัญหาในหลายปัจจัย แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดของพรรคในตอนนี้คือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์อาจไม่อยู่ด้วย จึงทำให้อาจเกิดการแบ่งไพร่พลกัน นั้นคือปัญหาใหญ่ที่ พปชร. จะต้องเผชิญหนัก 

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พท. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า เป็นปกติ เพราะเป็นการกลับพรรคเก่าของเขาไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เนื่องจากไปทำพรรคใหม่แล้วโอกาสประสบความสำเร็จมีไม่มาก การกลับที่เดิมคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และมองว่าเรื่องนี้คงไม่กระทบเรื่องภายในของ พปชร. เพราะเชื่อว่า พล.อ.ประวิตรคงดูแลได้

นายสมคิดยังกล่าวถึงกระแสข่าว รทสช.จะเป็นทางเลือกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า จะไม่ส่งผลกระทบกับ พท. หรือพรรคฝ่ายประชาธิปไตย เพราะประชาชนตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกพรรคแนวทางไหน ไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร จะเลือกวิธีการเข้าสู่การเลือกตั้งแบบไหนจะรวมกันหรือแยกกันก็ไม่กระทบ เพราะสุดแล้ว มั่นใจว่าประชาชนจะเลือกพรรคไทยแบบแลนด์สไลด์ให้เข้ามาแก้ปัญหาประเทศ 

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พท. กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่ากำลังพิจารณาที่จะไปร่วมงานกับ รทสช. ไม่ไปต่อกับ พล.อ.ประวิตร ว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะยังไม่ชี้ชัดว่าอนาคตทางการเมืองของตัวเองจะจบลงตรงไหน แต่การลงพื้นที่เร่งหาเสียงล่วงหน้าหนักและชัดเจน ประชาชนตั้งคำถามว่า กฎเหล็ก 180 วันของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังมีอยู่หรือไม่ ได้บังคับใช้อย่างเท่าเทียมเป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติ หรือเป็นธรรมเฉพาะกับฝ่ายรัฐบาล ก่อนหน้านี้ กกต.บอกว่ารัฐบาลสามารถลงพื้นที่ได้เฉพาะนอกเวลาราชการ กิจกรรมที่ทำอย่างหนักในช่วงนี้ทุกฝ่ายก็เห็นว่า พรรคร่วมรัฐบาลทำกิจกรรมลงพื้นที่ในเวลาราชการ ไม่ใช่นอกเวลาราชการ แบบนี้ กกต.จะตีความอย่างไร

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เสถียรภาพไม่ใช่เรื่องใหม่ รอยร้าวของรัฐบาลมีมานานพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่พูดกันในสภาหรือสิ่งที่แสดงออกมาในพฤติกรรมต่างๆ ถึงแม้ว่ายังมีการเจรจากันอยู่ก็ตาม แต่รู้อยู่แล้วว่าดาวคนละดวง เหมือนกับเป็นนายกฯ คนละครึ่ง ตอนหลังภาพออกมาชัดขึ้นในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าพูดตรงไปตรงมาเหมือนยาหมดอายุที่ต่ออายุไปอีก 2 ปี ถ้าลงเลือกตั้งและมีเวลาบริหารประเทศอีก 2 ปี ไม่รู้ว่าจะหาเสียงอย่างไร คงจะมีผลลัพธ์ต่อมาในเรื่องของการคำนวณ ส.ส.ที่กลับไปกลับมาอยู่

นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุบสภาก่อนปีใหม่ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนทั่วไป เพราะประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกแล้ว อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปไตยใหม่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อุ้มชูรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น จนถึงบัดนี้เห็นว่าน่าจะเป็นเดือนสุดท้ายที่รัฐบาลจะอยู่ต่อไป ประกอบกับระยะนี้สภาล่มทุกสัปดาห์ กฎหมายสำคัญที่รัฐบาลเสนอมาคิดว่าน่าจะไม่ผ่าน จึงอยากให้รัฐบาลยุบสภา แล้วให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ดีกว่า

ผวาวินิจฉัย กม.ลูกเป็นลบ

ที่ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองว่า จะมีการยุบสภาเมื่อไหร่แล้วแต่การตัดสินใจของรัฐบาล เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ทุกคนพร้อมกันอยู่แล้ว ชพก.พร้อมเต็มที่อยู่แล้ว ชัดเจนเมื่อไหร่ก็ลงสู่สนามเลือกตั้งกัน และมั่นใจจะได้ ส.ส.มากกว่าเดิมแน่นอน ดีกว่าเดิมเยอะถ้าดูจากผลสำรวจ ดูจากผลงานต่างๆ ตนคิดว่าเที่ยวนี้ ชพก.จะเข้มแข็งขึ้น

ประธานพรรค ชพก.เปิดเผยด้วยว่า นโยบายกับบุคลากรของพรรคมีความพร้อม คิดว่าประมาณช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้จะเปิดตัวนโยบายพรรค โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ว่าของจะไม่แพงต้องทำอย่างไร ทุกคนจะต้องมีงานทำต้องทำอย่างไร ทุกคนจะต้องมีเงินกันต้องทำอย่างไร

เมื่อถามถึงการพบกันกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีอะไรเซอร์ไพรส์หรือไม่ นายสุวัจน์หัวเราะชอบใจก่อนบอกว่า ไม่มีอะไร นายอนุทินกับตนสนิทกันมานาน ตั้งแต่สมัยพรรคชาติพัฒนา ตอน พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นหัวหน้าพรรค และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล พ่อของนายอนุทินเป็นผู้ใหญ่ในพรรค และเป็นเพื่อนกับ พล.อ.ชาติชาย

มีความเคลื่อนไหวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญนัดมีคำวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองและจะวินิจฉัยร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 30 พ.ย. โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จะเป็นวันชี้ชะตาบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่งว่าผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร จะเกิดผลต่อการเมืองไม่ทางใดทางหนึ่ง มีทั้งจะนำบ้านเมืองไปสู่ทางตันและทางโล่ง ฉะนั้น เราเคารพคำตัดสินแต่คาดหวังว่าอย่างไรเสียเราอยากให้ไปสู่ทางโล่ง บ้านเมืองเดินไปได้ และคิดว่าหลายสิ่งจะดีขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้ว ที่รออยู่คือกฎหมายเลือกตั้ง หากผลการตัดสินทำให้กฎหมายเลือกตั้งสะดุดหยุดลง เราต้องมาออกแรงกันมาก เราได้แต่หวังว่าน่าจะเป็นเรื่องดีๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสุดท้ายแล้วศาลชี้ว่ามีบางประเด็นบางมาตราที่จะต้องมีการปรับแก้ให้สมบูรณ์ขึ้น ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของสภาทันหรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านมองว่า หวุดหวิด ตนเชื่อว่าไม่ง่าย อยู่ที่เมื่อศาลชี้ออกมาว่าจะมีปัญหาที่ไหน บางครั้งชี้ออกมาเป็นปัญหาที่กฎหมายลูก หรือรัฐธรรมนูญ เป็นปัญหาที่กระดุมเม็ดแรก หรือเม็ดที่สอง หากเป็นที่กระดุมเม็ดสองคือกฎหมายลูกอาจจะเร่งแก้ได้ แต่ต้องมีความร่วมมือกันจริงๆ แต่หากชี้ว่ามีปัญหาที่กระดุมเม็ดแรกจะยาว เพราะถ้าแก้ที่รัฐธรรมนูญก็จะยาว

ถามย้ำว่า หากเป็นปัญหาที่กระดุมเม็ดสอง กระบวนการของสภาสามารถพิจารณา 3 วาระรวด ได้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่ได้ เพราะกฎหมายลูก รัฐธรรมนูญเรื่องกฎหมายลูกห้าม 3 วาระรวด ต้องทิ้งช่วงเวลา แต่หากผิดตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก เป็นเรื่องที่เราเป็นห่วง

นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า มีโอกาส 50:50 ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นชอบตามที่ร้อง แต่ตนเห็นว่าเมื่อสงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร หลังวันที่ 30 พ.ย.ถึงจะตัดสินได้ แต่ถ้าศาลตัดสินออกมาแล้วหาร 100 ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ร้องไปฟังไม่ขึ้น ถือว่ากฎหมายลูกจบ จะได้ระบบเลือกตั้งบัตรสองใบ หารด้วย 100 แต่ถ้าศาลเห็นด้วยกับคำร้องจะต้องฟังคำวินิจฉัย แล้วไปดำเนินการปรับแก้ตามที่ศาลวินิจฉัยมา อาจจะต้องถอยหลังมาแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราให้สอดคล้องกับการหาร 500 แต่คงไม่ถึงขั้นกลับมาแก้เป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียว เพราะเป็นไปได้ยาก

นพ.ระวีระบุว่า หากศาลให้ใช้วิธีการหาร 500 ปรากฏว่ามีคนไปยื่นร้องว่าหาร 500 ผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 91 อีก ถ้าแบบนี้เสร็จไม่ทันหมดสมัยสภาแน่นอน แต่มีทางออก หากรัฐบาลจะยุบสภา ก่อนยุบสภาสามารถออกเป็น พ.ร.ก.เลือกตั้ง ส.ส.ได้ ดังนั้น สิ่งที่หลายคนกังวลว่าอาจทำให้รัฐบาลอยู่รักษาการยาวนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องมีการเลือกตั้งตามกำหนดแน่นอน แต่จะออกเป็น พ.ร.ก.หรือเป็นไปตามศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต้องรอดูกันต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘บิ๊กตู่’ไม่ยุบสภาก.พ. ขอบคุณครม.ร่วมงาน‘วิษณุ’แจ้งไทม์ไลน์เลือกตั้ง

“กกต.” เคาะระเบียบและประกาศ 3 ฉบับแล้ว ทั้งเรื่อง “เลือก ส.ส.-ไพรมารีโหวต-สาขาพรรค” เตรียมชงให้รัฐบาลประกาศราชกิจจาฯ