ศึกรุมภูมิใจไทย กัญชายังคุกรุ่น! ศุภชัยจุดไฟใหม่

“ภูมิใจไทย” พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ปมกัญชายังอลวน “เสี่ยหนู” ลั่นไม่ลดตัวลงไปตอแยด้วย “เพื่อไทย-ก้าวไกล” เดือด! สวนหมัด “สหายแสง” ไฮด์ปาร์กด่าว่า ส.ส.โง่ ชี้เป็นใบเสร็จมัดทำผิดกฎหมาย ดูถูกประชาชน

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังออกมาตอบโต้ปมกัญชาว่า  ในส่วนของพรรค ปชป. ตนมีความแนบแน่นกับนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป. นายสาธิต ปิตุเตชะ  รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ปชป. และนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งกับนายจุติเราต่างก็ดูแลประชาชน เวลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ท่านนั่งติดกับตน อะไรที่ดูแล้วขัดแย้งกันก็โทรศัพท์ไปคุยกับท่าน

เมื่อถามว่า ภาพที่ออกมาเหมือนพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงรอยกัน เพราะ ส.ส.ประชาธิปัตย์ใช้คำพูดที่รุนแรงว่าใจไม่ต่ำพอที่จะจัดฉาก ทำให้นายอนุทิน สวนกลับทันทีว่า เขาพูดแทนตนเลย ว่าใจไม่ต่ำพอที่จะจัดฉาก คนพาลก็แบบนี้ ภูมิใจไทยอยู่เฉยๆ หนีไปภูเก็ต หนีมานครพนมก็ยังตามมา คงจะหิวแสง ขึ้นแล้วหาทางลงไม่ได้

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชงฯ ของพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องสันทนาการอยู่แล้ว แต่เป็นกัญชาทางการแพทย์และเศรษฐกิจ เราไม่มีเลยที่เป็นเรื่องสันทนาการ คนที่สนับสนุนสันทนาการคือ นายกนก  วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็น กมธ.แต่ก็ถูกตีตกไป ดังนั้นให้ไปทะเลาะกับ ส.ส.ตัวเอง อย่ามาทะเลาะกับพรรคอื่น

 “เราถูกไล่ทุบไล่ตีตลอด เราวิ่งหนีก็ยังวิ่งตามมาตลอด  ปกติสู้นะ แต่ลูกพรรคบอกหัวหน้าไม่เอา อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ผมไม่ได้คุยด้วย ระดับแบบนี้ผมจะไปคุยได้ยังไง หลายคนที่ออกมาอย่าหวังเลยว่าผมจะไปตอบพวกเขา  เวลามีปัญหาผมคุยกับนายจุรินทร์, นายเฉลิมชัย, นายจุติ  และนายสาธิต ผมมีเพื่อนแท้ในพรรคประชาธิปัตย์อยู่เท่านี้  ส่วน ส.ส.ที่ออกมาพูด จะทำอะไรก็ทำ รับผิดชอบไป ผมอยู่นครพนม จังหวัดพระธาตุพนมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่พูดโกหก ไม่พูดสิ่งที่ไร้สาระ ไม่ว่าร้ายใคร ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ลดตัวลงไปตอแยกับพวกท่านหรอก ท่านจะไม่ได้รับความสนใจอะไรจากผม เพราะผมมีช่องทางที่จะสื่อสารถ้าจะสื่อสารกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ผมก็จะหาคนระดับเดียวกันไปคุยกับเขา” นายอนุทินระบุ

 เมื่อถามว่า ประเด็นกัญชาจะกระทบกับคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ให้ดูที่นครพนมที่แตกต่างจาก 4 ปีก่อน ที่มาปราศรัยครั้งนั้นเก้าอี้มากกว่าคน แต่วันนี้คนมากกว่าเก้าอี้ ถ้าเป็นนโยบายที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจริง วันนี้มันไม่มีทางเป็นแบบนี้ ทั้งนี้ร่างกฎหมายมันไม่ใช่ของพรรคภูมิใจไทยแล้ว  แต่เป็นร่างของสภา ถ้าห่วงจริงก็ผ่านกฎหมาย ไม่ต้องมาพูด  เพราะกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ปลดกัญชาออกจากยาเสพติด แต่เป็นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่มีมติให้ปลดกัญชาออกจากยาเสพติด

‘ภท.’ ซัดไม่เนียน

นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย  กล่าวว่า การตั้งข้อสังเกตเรื่องการจัดฉากนั้น ไม่เพียงภูมิใจไทยที่เห็นเช่นนั้น สังคมก็มองเห็น เพราะผู้มีประสบการณ์กับการใช้กัญชาล้วนออกมาให้ข้อมูลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่เนียน เนื่องจากการสูบกัญชาจากบ้องนั้นมีกระบวนการที่ซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์กับการสูบแบบมวนมาเป็นเวลานานแล้วเท่านั้นจึงจะทำได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่เด็กเร่ร่อนวัยเก้าขวบจะทำได้ แม้แต่กรรมาธิการที่พิจารณา พ.ร.บ.กัญชาฯ ท่านหนึ่ง คือนายประสิทธิชัย หนูนวล ก็ให้ความเห็นไว้เช่นนั้น

“การโยนให้คนที่จับพิรุธได้ไปหาหลักฐานอะไรมากไปกว่าข้อเท็จจริงนี้จึงเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล เพราะหากมีการจัดฉากจริงก็ย่อมรู้กันเฉพาะผู้ดำเนินการเท่านั้น และเราก็ไม่ได้กล่าวหาว่าใครเป็นคนทำ แต่ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ปกติอย่างแน่นอน คงต้องให้สังคมเป็นผู้พิจารณา พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องร้อนตัว นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง ประชาธิปัตย์ ท่านอาจจะเป็นหนึ่งในผู้รับข่าวสารที่ไร้เดียงสาจริงๆ ก็ได้ ส่วนที่สังคมจะตั้งข้อสงสัยว่าประชาธิปัตย์จัดฉากปล่อยข่าวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องยากจะควบคุม เพราะจากพฤติกรรมในอดีตหลายคนก็อาจมีภาพจำที่ทำให้คิดไปได้” นายภราดรกล่าว

วันเดียวกัน พรรคร่วมฝ่ายค้านต่างออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างมาก จากกรณีคำปราศรัยของนายศุภชัย โพธิ์สุ  ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยถึง ส.ส.ที่อภิปรายการจัดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมว่า “มันโง่จริงหรือแกล้งโง่ ถ้าสกลนครอยากได้งบพัฒนาเยอะๆ ให้เลือกฝ่ายรัฐบาล เลือกพรรคภูมิใจไทย” ในระหว่างเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.นครพนม 4 เขต เมื่อวันอาทิตย์ที่  4 ธ.ค.

‘เพื่อไทย’ เดือด ‘สหายแสง’

โดยนายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นการดูถูกดูแคลนเพื่อนสมาชิกด้วยกัน และถือเป็นการดูแคลนประชาชน ซึ่งที่นายศุภชัยพูดคงหมายถึงตนเอง เพราะเป็นคนอภิปรายเรื่องงบกระทรวงคมนาคม ซึ่งหากนายศุภชัยเป็น ส.ส.จะเฉยๆ แต่นี่เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ เรื่องนี้จะแจ้งไปยังพรรค เพื่อดูข้อกฎหมายและดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริยธรรม เรื่องหมิ่นประมาท รวมถึงการก้าวล่วงงบประมาณของฝ่ายบริหาร ซึ่งต้องดูเกี่ยวกับกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรค พท. กล่าวว่า ไม่รู้ว่านายศุภชัยด่าใครไอ้โง่ แต่ถ้าย้อนกลับไปถามนายศุภชัยใหม่ ก็ไม่แน่ใจว่าจะยังยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดอยู่หรือไม่ แต่ถ้าหมายถึง ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ทำหน้าที่อภิปรายกระทรวงคมนาคม การพูดของนายศุภชัยเท่ากับเป็นใบเสร็จหรือบันทึกคำรับสารภาพ ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดทำงบประมาณลงเฉพาะพื้นที่ของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น

“การพูดดังกล่าวถือว่าไม่ฉลาด เพราะพูดแล้วทำให้พรรคพวกเดือดร้อน ไม่รู้ว่าระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใครจะเรียกนายศุภชัยไปตบปากอบรมก่อนกัน เพราะ ส.ส.คือภาพสะท้อนของประชาชน  การด่าว่า ส.ส.โง่จึงเท่ากับด่าประชาชนที่เลือก ส.ส.มาว่าโง่ด้วย” นายอนุสรณ์กล่าว

นายอนุสรณ์ระบุอีกว่า สงสัยการที่พรรค ภท.เปิดศึกรอบทิศคงไม่สาแก่ใจนายศุภชัย จึงเปิดศึกเพิ่ม ถ้าว่างมากควรเอาเวลาไปเตรียมตัวสู้คดี ว่าสิทธิการครอบครองที่ดิน  200 ไร่ ที่ จ.นครพนมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ส.ส.คนไหนโง่ หรือประชาชนที่เลือก ส.ส.มาโง่ นายศุภชัยและพรรคภูมิใจไทยจะได้เห็นคำพิพากษาของประชาชนในคูหาเลือกตั้ง ว่าคนที่ด่าคนอื่นโง่จะมีจุดจบอย่างไร

ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า ไม่อยากเชื่อว่าเป็นคำพูดนายศุภชัย เพราะดูไม่สงวนท่าทีอะไรเลย การใช้คำว่าไอ้โง่อะไรต่างๆ น่าแปลกใจว่ารองประธานสภาจะใช้คำแบบนี้  สภาพยายามสร้างความเป็นธรรมในการจัดสรรงบ ไม่ใช่ว่าจังหวัดหนึ่งได้ ส.ส.ที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลจะไม่ได้รับงบพัฒนา งบประมาณควรสร้างความเป็นธรรม ไม่ทอดทิ้งจังหวัดไหนของประเทศไทยไว้ข้างหลัง แต่นายศุภชัยได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ความเป็นธรรมในการจัดสรรงบมันไม่ต้องมีก็ได้  และเป็นการยืนยันว่ามีการวิ่งเต้นงบจริง เพื่อเอาเงินไปลงพื้นที่หรือใช้สำหรับบางพื้นที่ เฉพาะที่เป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยมี ส.ส.อยู่

‘โรม’ อัดแนวคิดอันตราย

"ผมใช้คำว่าสารภาพเลยแล้วกันว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีการจัดสรรงบที่ให้ความสำคัญกับพรรค ภท.ที่อยู่ในพื้นที่มากที่สุด และตกลงแล้วการที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล เขาไม่ได้คิดว่าเขาเป็นรัฐบาลของทุกคนใช่ไหม แต่เป็นรัฐบาลของจังหวัดพื้นที่ที่มี ส.ส. พรรคภูมิใจไทยใช่ไหม ขอให้ประชาชนรับทราบว่า พรรคนี้ถ้าเข้ามาในการเมืองไทยแล้ว เขาไม่ได้พัฒนาทุกพื้นที่ เขาเน้นให้ความสำคัญแต่พื้นที่ตัวเอง ก็ต้องมาคิดกันว่าสมควรจะให้มีนักการเมืองที่มีวิธีคิดแบบนี้เข้ามาในการเมืองไทยไหม แล้วสมควรให้พรรคนี้เป็นรัฐบาลต่อไปไหม” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์ยังย้ำอีกกว่า วิธีคิดแบบนี้อันตราย ไม่ทำให้ประเทศพัฒนาจริงๆ สุดท้ายคือการวิ่งงบกัน ซึ่งเผลอๆ  อาจผิดกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ด้วย แต่ประเด็นคือประเทศเราจะเจริญหรือไม่ ต้องคิดบนพื้นฐานว่างบที่ใช้เป็นไปตามความจำเป็น ถูกต้องและเป็นธรรมหรือไม่  สิ่งที่ออกมาเสดงให้เห็นว่าพรรค ภท.ถ้าเป็นรัฐบาลหลัก การบริหารประเทศแบบนี้มันจะพาชาติล่มจม ไม่ได้คิดถึงว่าตกลงแล้วอะไรคือความจำเป็น

ถามถึงกรณีพรรค ภท.เปิดศึกกับทั้งพรรคประชาธิปัตย์เรื่องกัญชา และล่าสุดเปิดศึกกับฝ่ายค้านด้วยคำพูดของนายศุภชัย จะกระทบกับงานสภาช่วงท้ายรัฐบาลมากหรือไม่  นายรังสิมันต์กล่าวว่า คิดว่านายศุภชัยคงมองแล้วว่าสภาคงเดินไปไม่ได้ง่าย พรรค ภท.คงไม่สนใจแล้วว่าจะเปิดศึกกับใคร เพียงแต่การแข่งขันทางการเมืองก็อยากให้มองพื้นฐานหลักการที่ถูกต้อง การมาบอกกับประชาชนว่าต้องเลือก ภท.ถึงจะได้รับงบ เรื่องนี้อันตราย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง