เดินหน้า'คาราวานพาณิชย์' ลดค่าครองชีพจนถึง31มี.ค.

โครงการ “คาราวานพาณิชย์...ลดราคา!  ช่วยประชาชน ปี 2566” เดินหน้าลดราคาสินค้า บรรเทาความเดือดร้อน ลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึง 31 มีนาคม 2566

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 6 หมวดสินค้า กว่า 80 รายการ ลดสูงสุด  62% มาจำหน่ายพี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต  พร้อมกันนี้ยังพบว่า ประชาชนยังคงให้ความสนใจซื้อสินค้าลดราคาตามโครงการเป็นจำนวนมาก ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี  คาดลดค่าครองชีพได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท  

เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจยังเกิดภาวะอัตราเงินเฟ้อ ถึงแม้ว่าจะเริ่มชะลอตัวลงต่อเนื่อง แต่ราคาสินค้ายังคงมีการปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันราคาสินค้าในท้องตลาดยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบกับในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2566  เป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ส่งผลให้สภาพอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศหนาวเย็นและฝนทิ้งช่วง เป็นเหตุทำให้เกิดผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาผลผลิตสินค้าเกษตร พืชผักและปศุสัตว์ทยอยปรับตัวสูงขึ้น

จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมการค้าภายใน ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่เสริมสร้างประสิทธิภาพการค้าภายในประเทศ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน จากสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและสำคัญสำหรับประชาชนปรับราคาเพิ่มขึ้น และรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจากสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้มีมาตรการตั้งรับสถานการณ์ภัยหนาวในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ซึ่งหากดำเนินการล่าช้าอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

ในการนี้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของพี่น้องประชาชนโดยตรง จึงได้จัดโครงการ “คาราวานพาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชนปี 2566” และพยายามจัดสรรให้มีจุดจำหน่ายเข้าไปทั่วถึงในชุมชน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยมีจุดจำหน่าย 100 จุด แบ่งเป็น รถโมบายล์ 25  คัน และจุดจำหน่าย 75 จุด และจะดำเนินการยาวต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 นอกจากนี้ ในโครงการยังได้รับความสนใจจากชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด โดยต่างมีความเห็นไปทำนองเดียวกันว่าเป็นโครงการที่ช่วยประชาชนได้จริง สามารถออกมาซื้อสินค้าราคาประหยัดใกล้บ้านได้ โดยไม่ต้องออกไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้าต่างๆ และยังมีราคาถูกกว่าท้องตลาด สินค้า อุปโภคบริโภค 6 หมวดสินค้า 85 รายการ ลดสูงสุด 62%

โดยมีสินค้าไฮไลต์ อาทิ ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 95  บาท, น้ำตาลทราย กก.ละ 20 บาท, หมูเนื้อแดง กก.ละ  160 บาท , ไก่น่องสะโพก กก.ละ 65 บาท, น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 45 บาท, ข้าวขาว 5% ถุง 5 กก. 85 บาท, ข้าวหอมไทย ถุง 5 กก. 120 บาท และยังมีสินค้าหมวดอาหาร, ซอสปรุงรส, ผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย, ผลิตภัณฑ์ซักล้าง,ของใช้ประจำวัน, ยารักษาโรค รวมกว่า 80 รายการ โดยคาดว่าตลอดโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

ประชาชนสามารถเช็กตารางการจำหน่ายสินค้ารายวันได้ที่ Application Line โดยค้นหาคำว่า @mobilepanich หรือค้นหาคำว่า “โมบายพาณิชย์” ใน  Google โดยใน Application นั้นจะมีรายละเอียดแจ้งให้ทราบว่า วันไหนจะไปจำหน่ายสินค้าที่ใด และสามารถตรวจเช็กราคาสินค้าและรายการสินค้าได้ล่วงหน้าอีกด้วย  หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569  และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปูวืด!ศาลตีตกยื้อจ่ายหมื่นล.

ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลชั้นต้นตีตกคำร้อง "ยิ่งลักษณ์" ขอพิจารณาคดีใหม่  ปมชดใช้ความเสียหายทุจริตจำนำข้าวหมื่นล้าน

DSIดองฮั้วยาว/ม็อบบุกกกต.

ส่อดองยาว! คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน หลังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเข้าสู่สุญญากาศ  เลื่อนประชุมไร้กำหนด รอ “ร.ต.อ.ปิยะ"

“พาณิชย์” ยกทัพวัตถุดิบไทยจัดงาน “Local Ingredients World Class Experiences” จับมือเชฟ–ผู้ประกอบการ ต่อยอดสินค้าเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม คาดยอดขายกว่า 10 ล้านบาท

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย จากการจำหน่ายในรูป “วัตถุดิบ” สู่สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เข้ากับภาคธุรกิจอาหารและเชฟมืออาชีพ