
ไทยโพสต์ ๐ "นิพนธ์" เตือนต้องระวังเรื่องการลงประชามติแบ่งแยกดินแดน เป็นประเด็นอ่อนไหว ขัดรัฐธรรมนูญ อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น วุ่น! เสนอเปลี่ยน “หัวหน้าพรรคเป็นธรรม” หลังพรรคค้านกิจกรรมขบวนการ นศ. ขณะที่เลขาฯ พรรคลั่นยังเน้นที่จะผลักดันสันติภาพปาตานี เช่น การยกระดับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ การยกเลิกกฎหมายพิเศษ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2566 นายนิพนธ์ บุญญามณี รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดงานเปิดตัว "ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa)" ณ ห้องประชุมศรีวังสา ของคณะรัฐศาสตร์ โดยในงานมีการกล่าวปาฐกถาหัวข้อ "การกำหนดอนาคตตัวเอง (Self Determination) กับสันติภาพปาตานี" และแถลงการณ์ ของประธานขบวนนักศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมมีข้อเสนอแบ่งแยกดินแดนว่า ข้อเสนอที่พยายามขับเคลื่อนมาโดยตลอดเพื่อการแก้ไขปัญหานั้น ต้องน้อมนำแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อสร้างความร่วมมือและรับรู้ร่วมกัน ทำให้ปัญหาที่หลายฝ่ายเรียกร้องได้ถูกแก้ไขได้อย่างยั่งยืน
รวมถึงการเดินตามยุทธศาสตร์ สันติภาพสู่สันติสุข คือการทำให้เกิดสันติภาพ ยุติความขัดแย้ง เพื่อนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องสนับสนุนให้มีการพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ ที่มีความเห็นที่ต่างกันอยู่ในพื้นที่ ทุกกลุ่มทุกฝ่ายสร้างการมีส่วนร่วมในทุกมิติที่มีผลกระทบต่อคนในพื้นที่ ซึ่งถ้าหากไม่สามารถแก้เรื่องความเห็นต่าง หรือแก้เรื่องความขัดแย้งไม่ได้ ก็ยากที่จะนำสันติสุขมาสู่ชายแดนใต้ ซึ่งตนสนับสนุนการพูดคุยกับทุกกลุ่ม และเคยเดินทางไปพบปะพูดคุยกับระดับผู้นำของบางกลุ่มมาแล้ว
ทั้งนี้ ตามที่เป็นข่าวในเรื่องของกลุ่มขบวนนักศึกษาแห่งชาติ ที่ได้เปิดหัวข้อพูดคุยเรื่องการกำหนดอนาคตตัวเอง (Self Determination) กับสันติภาพปาตานีนั้น ถือเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ละเอียดอ่อน และส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญ และการเคลื่อนไหวเพื่อลงประชามติแบ่งแยกดินแดนดังกล่าว เป็นมุมมองที่ยึดรูปแบบของโครงสร้างเพียงอย่างเดียว คือต้องเป็นรูปแบบปกครองตนเอง เป็นรัฐอิสระเท่านั้นจึงจะแก้ปัญหาได้ ในส่วนนี้เห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะขาดความเชื่อมโยงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและตรงกันจากประชาชนกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งมีความแตกต่างด้วยความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม
นายนิพนธ์กล่าวว่า เมื่อปรากฏเป็นข่าว ในบรรดาผู้ร่วมเวทีก็ต่างออกมาปฏิเสธ และเกิดการต่อต้านจากคนในพื้นที่ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความพร้อมเพื่อสื่อสารเรื่องดังกล่าวให้เกิดการรับรู้กับคนในพื้นที่และสาธารณะ โดยหลังจากนี้อาจจะนำไปสู่ความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นของกลุ่มสนับสนุนที่ต้องแสดงออกว่ามีเพียงการแบ่งแยกเท่านั้นจึงจะยุติปัญหาได้ ขณะเดียวกัน การใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่จะเกิดความหวาดระแวงกันมากขึ้น ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกันของประชาชนกลุ่มต่างๆ จนอาจทำให้แก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ที่มียาวนานนั้น ยิ่งแก้ไขได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีก
ขณะที่เฟซบุ๊กพรรคเป็นธรรม ได้โพสต์ภาพของ ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรค และข้อความ "ไม่มีแนวคิด และไม่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งขัดเจตนารมณ์ของพรรค" โดยมีเนื้อหาว่า จากกรณีที่ “ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” ได้จัดกิจกรรมการทำประชามติ “แยกดินแดนปัตตานี” นั้นพรรคเป็นธรรมขอยืนยันว่า พรรคไม่มีแนวคิดในการสนับสนุนต่อการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์และข้อบังคับของพรรค
หากมีสมาชิกหรือบุคลากรของพรรคเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ พรรคจะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจส่งผลถึงสมาชิกภาพพรรคเป็นธรรม ขอยืนยันหลักการในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่ว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้” ซึ่งการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราช ไม่สามารถกระทำได้ เพราะเป็นการละเมิดกฎหมายและบูรณภาพแห่งดินแดน
จากนั้นมีสมาชิกพรรคและผู้สมัครฯ ของพรรคได้เข้ามาคอมเมนต์ มีรายหนึ่งระบุว่า “การตีความของพรรคจะดูไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยขบวนนักศึกษาแห่งชาติ (Pelajar Bangsa) ซึ่งเป็นการสอบถามความเห็นว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ที่จะทำประชามติเอกราช ซึ่งเป็นการเสนอหนึ่งในวิธีการหาทางออกของปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ประเด็นนี้คิดว่าตีความไปคนละทางครับ
“ผมไม่เห็นด้วยที่พรรคจะตีความที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงแบบนี้ครับ ผมในฐานะสมาชิกพรรค ไม่แน่ใจว่านี้เป็นท่าทีของพรรค หรือเป็นท่าทีส่วนตัวของหัวหน้าพรรค เพราะเท่าที่ทราบ ทางเลขาธิการพรรค (ว่าที่ ส.ส.กัณวีร์) ก็มีท่าทีอีกแบบ ซึ่งยืนยันเรื่องเสรีภาพทางการเมือง เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน เพื่อสร้างบรรยากาศไปสู่การสร้างสันติภาพในอนาคต หากเป็นท่าทีส่วนตัวของหัวหน้าพรรค ผมในฐานะสมาชิกพรรคเห็นว่าหัวหน้าพรรคไม่ควรเอาท่าทีส่วนตัวมาเป็นท่าทีของพรรค และใช้การตีความที่ใช้ข้อมูลไม่รอบด้านมาแสดงออกตามกระแสไปแบบนี้ครับ และเพื่อให้เกิดเสถียรภาพภายในพรรค เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมในสภา และการผลักดันนโยบายของพรรคที่ใช้หาเสียงกับประชาชนไว้ในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา ผ่านคณะทำงานรัฐบาลในอนาคตได้อย่างราบรื่น ผมในฐานะสมาชิกพรรค #จะขอเสนอให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค จากคุณปิติพงศ์ เต็มเจริญ (คนปัจจุบัน) ให้เป็นคุณกัณวีร์ สืบแสง ว่าที่ ส.ส. หนึ่งเดียวของพรรคครับ” พร้อมลงชื่อ สารีฟฟูดดีน สาเมาะสมาชิกพรรคเป็นธรรมและอดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม
ขณะที่ นายกัณวีร์ สืบแสง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า รัฐต้องให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ โดยระบุด้วยว่า การประชุมนัดแรกของคณะทำงานแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคร่วมรัฐบาลยังมีความท้าทายที่ต้องวางกรอบกระบวนการสร้างสันติภาพให้เป็นไปทิศทางเดียวกันในการประชุมคณะทำงานแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานที่คณะกรรมการประสานงานช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลตั้งขึ้น ผมในฐานะกรรมการและเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ได้เข้าร่วมประชุมกับตัวแทนทุกพรรค เช่น คุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, คุณรอมฎอน ปันจอร์ ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย
การพูดคุยครั้งแรกยังเป็นการวางกรอบการทำงานร่วมกัน เพราะแต่ละพรรคมีนโยบายที่ทั้งสอดคล้องและต่างกันอยู่ แม้ในพรรคร่วมรัฐบาลจะมีแนวทางในการสร้างสันติภาพเช่นเดียวกัน จึงต้องมาคุยกันในรายละเอียดอีกครั้งในการประะชุมที่พรรคประชาชาติ ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งพรรคเป็นธรรมยังเน้นที่จะผลักดันสันติภาพปาตานี เช่น การยกระดับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ, การยกเลิกกฎหมายพิเศษ, การปฏิรูประบบโครงสร้างราชการที่เทอะทะ เป็นต้น ต้องมาหาแนวทางร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย
ส่วนประเด็นที่นักข่าวถามกันมาก กรณีการจัดทำประชามติสอบถามเรื่องความต้องการเอกราชของขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ ซึ่งมีนายฮากิม พงติกอ รองเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ไปร่วมวงพูดคุยทางวิชาการ ผมได้เน้นย้ำไปแล้วว่า เป็นการเข้าร่วมในนามปัจเจก ซึ่งมิได้เป็นการเชิญทางพรรคอย่างเป็นทางการ และรวมทั้งทางพรรคเป็นธรรมไม่ได้สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนแน่นอน เพราะอยู่นอกกรอบรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่ประชาชนสามารถแสดงออกได้ และเป็นเรื่องหนึ่งที่จะต้องทำความเข้าใจ ซึ่งการสร้างสันติภาพปาตานีนี้ จำเป็นต้องยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ และต้องหารือกันในระดับรัฐสภา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ชัชชาติ’ เมินถูกคุ้ยปมแต่งตั้ง
“กกต.” เผยเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก.ยังไร้เรื่องร้องเรียน “ชัชชาติ” เมินถูกยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ มอบฝ่าย กม.ดูคนแอบอ้าง “ชัยวัฒน์” โอ่กระแสดีขึ้น ผู้สมัคร
‘สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์’
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษาปีที่ 47 "ในหลวง" โปรดเกล้าฯ จัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี
อนุทินชูปฏิรูปกฎระเบียบ ‘ปกรณ์’ เคาะ 2ด.ชง ‘ครม.’
นายกฯ ปาฐกถาเวที JFCCT 2026 ย้ำปฏิรูปกฎระเบียบ พัฒนาคน เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน “ปกรณ์” เผยผลหารือ กกร.
ขู่ยื่นปปช.สกัดTH-AI ไอซ์ขึงขังลั่นไม่ไว้หน้าใคร ย ํ้าโครงการผิดปกติทุกสิ่ง!
"ไอซ์" ขู่ยื่น ป.ป.ช.สกัด TH-AI Passport 1,600 ล้าน ยันพบผิดปกติทุกอย่าง โวพรรคส้มมาตรฐานสูง ต่อให้เป็นญาติ เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนสมัยเรียน มีความสัมพันธ์เป็นบุพการี หากโกงจะไม่ไว้หน้า
ร้องป.ป.ช.ฟัน‘ชัชชาติ’ ตั้ง17บิ๊กกทม.ผิดม.157
"จิรายุ” ควง "คริส” ร้อง ป.ป.ช.ฟัน “ชัชชาติ” ผิดมาตรา 157 ปมตั้ง ผอ.-ผู้ตรวจ 17 คน
ประหาร2อุยกูร์ บึ้มราชประสงค์ จ่อยื่นอุทธรณ์!
ศาลอาญากรุงเทพใต้ประหารชีวิต 2 อุยกูร์ ลอบวางระเบิด “ศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์” เมื่อปี 58 ส่งผลชาวบ้านตาย 20 ราย

