ทักษิณป่วยนอนห้องหรูรพ.ตร.

หาม "ทักษิณ" ขึ้น ฮ.กลางดึก เข้าห้องวีไอพี รพ.ตำรวจ “ราชทัณฑ์” แจงยิบ สารพัดโรครุมเร้าเสี่ยงชีวิต ขาดแพทย์-อุปกรณ์ดูแล ด้านแพทย์ใหญ่ รพ.ตร.เผย ความดันพุ่ง เหนื่อยหอบ ส่งหมอดูแลใกล้ชิด "หัวใจ-ปอด" ยันรักษาตามสิทธิ์ผู้ป่วยสูงอายุ ไม่ได้เลือกปฏิบัติ "รองปลัด ยธ." ระบุไม่มีการย้ายไป รพ.เอกชน อาการดีขึ้นต้องกลับเรือนจำ เผยยังไม่ได้รับแจ้งขอพระราชทานอภัยโทษ ขณะที่ "โฆษกศาล" ออกโรงแจงไขข้อสงสัย นับโทษ 3 คดี จำคุก 8 ปี

เมื่อวันพุธ นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครว่า เมื่อเวลา 23.59 น. ของวันที่ 22 ส.ค. พัศดีเวรได้รายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แดน 7 อยู่ระหว่างการกักโรค มีอาการนอนไม่หลับ แน่นหน้าอก วัดความดันโลหิตสูง ระดับออกซิเจนปลายนิ้วต่ำ

นายสิทธิระบุว่า พยาบาลเวรเรือนจำจึงได้ติดต่อขอคำแนะนำกับแพทย์ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และแพทย์ได้สอบถามอาการโดยละเอียดแล้ว ตลอดจนพิจารณาจากรายงานประวัติการรักษาของผู้ป่วยโดยแพทย์จากโรงพยาบาลต่างประเทศ (สิงคโปร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) พบมีโรคประจำตัวหลายโรคที่อยู่ระหว่างการรักษาติดตามอาการ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง พังผืดในปอด กระดูกสันหลังเสื่อม

“โดยโรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ โรคหัวใจ เนื่องจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ยังขาดเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีศักยภาพ แพทย์จึงมีความเห็นว่าเพื่อป้องกันความเสี่ยงอันตรายที่อาจจะส่งผลต่อชีวิต เห็นควรส่งตัวไปโรงพยาบาลตำรวจที่มีความพร้อม มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูงกว่า โดยแนวปฏิบัติกรณีมีผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อชีวิตจะมีการส่งตัวรักษาให้ทันท่วงที” นายสิทธิระบุ

นายสิทธิกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนั้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้นำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งได้รับตัวไว้เพื่อทำการบำบัดรักษาเมื่อเวลา 00.20 น. ของวันที่ 23 ส.ค.2566 โดยเรือนจำได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตามระเบียบขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์

ที่โรงพยาบาลตำรวจ เจ้าหน้าที่ได้ย้ายตัวนายทักษิณมารักษาด่วนโดยเฮลิคอปเตอร์มาที่ รพ.ตำรวจ อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ชั้น 14 ซึ่งอาการป่วยของนายทักษิณได้ดำเนินการตามมาตรการผู้ต้องขังเข้าใหม่ ทำทะเบียนประวัติ ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ของกรมราชทัณฑ์ เบื้องต้นพบว่านายทักษิณอยู่ในกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัวต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และพบประวัติเป็นหลายโรค ได้แก่ 1.โรคหัวใจ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

 2.มีปัญหาปอด เนื่องจากมีประวัติเป็นปอดอักเสบรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19 มีภาวะพังผืดในปอด ส่งผลทำให้มีความผิดปกติต่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ทั้ง 2 โรคนี้ต้องได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์ 3.ความดันโลหิตสูง 4.ภาวะเสื่อมตามอายุ กระดูกสันหลังเสื่อมในหลายระดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชั้น 14 รพ.ตำรวจ เป็นหอผู้ป่วยพิเศษระดับสูง เมื่อขึ้นไปบนชั้นดังกล่าว พบว่ามีเจ้าหน้าที่พยาบาลปฏิบัติหน้าที่อยู่ 3 คน เมื่อสอบถามถึงการเข้ารักษาตัวของนายทักษิณ ทางเจ้าหน้าที่พยาบาลปฏิเสธจะให้ความเห็น แต่ให้รายละเอียดว่า ถ้ามีผู้ป่วยจากเรือนจำมาทำการรักษาตัว จะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มาคอยกำกับดูแล

 ซึ่งชั้นดังกล่าวมีอยู่แค่ 2 ปีก ปีกละ 1 ห้อง สำหรับนายทักษิณอยู่ที่ห้องรอยัลสูท ห้อง 1401 โดยมีรายงานว่า เบื้องต้นทางแพทย์ศัลยกรรมระบบประสาทได้ให้ยาละลายลิ่มเลือด ยาความดัน ยาคลายเครียด โดยขณะนี้นายทักษิณอยู่ระหว่างการพักผ่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

คุมเข้มความปลอดภัย

ด้าน พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) ระบุว่า มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากในพื้นที่ สน.ปทุมวัน มาดำเนินการเฝ้าระวัง ตามจำนวนปกติคือ 2 นาย แต่แผนรักษาความปลอดภัยนอกเหนือจากนี้เป็นความลับ ยืนยันว่าในส่วนของตัวนายทักษิณอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจจริง

วันเดียวกัน โรงพยาบาลตำรวจชี้แจงว่า การส่งตัวผู้ป่วยจากเรือนจำมารักษาที่ รพ.ตำรวจ เป็นเรื่องปกติที่ได้ทำมาตลอด โดยมี MOU ระหว่าง ราชทัณฑ์และ ตร. ตั้งแต่ 1 พ.ค.63 เพราะโรงพยาบาลมีความเหมาะสมทั้งในด้าน ศักยภาพการแพทย์ และมีเจ้าหน้าที่สนับสนุนราชทัณฑ์ในการ เฝ้าระวังการรักษาความปลอดภัย

ด้าน พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า นายทักษิณถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยรถราชทัณฑ์ เนื่องจากมีความดันโลหิตสูงถึง 170 มิลลิเมตรปรอท และนำตัวไปที่ชั้น 14 ทันที ซึ่งเดิมชั้นดังกล่าวใช้เป็นพื้นที่กักตัวผู้ป่วยโควิด-19 ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศใช้งานไม่ได้ ต้องใช้พัดลม 2 ตัว ระบายอากาศแทน และห้องพักของทักษิณไม่ได้อยู่ฝั่งที่มองเห็นทัศนียภาพภายนอก เนื่องจากฝั่งดังกล่าวติดกระจก อากาศร้อน

 “แพทย์ได้ทำการรักษาด้วยการให้น้ำเกลือ พร้อมระดมทีมแพทย์ตั้งเป็นคณะรักษารวม 6 ท่าน มีหมอเชี่ยวชาญด้านหัวใจ ปอด และโควิด-19 อยู่ในทีมดังกล่าว ซึ่งนายทักษิณไม่ได้ใส่เครื่องพันธนาการ เนื่องจากตามกฎหมายผู้ป่วยต้องโทษที่มีอายุน้อยกว่า 16 ปี หรือมากกว่า 70 ปีขึ้นไปไม่ต้องใส่เครื่องพันธนาการ เพราะจะทำให้การรักษาเกิดความยุ่งยาก” นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร.กล่าว

พล.ต.ท.โสภณรัชต์ระบุว่า ยืนยันว่าการรักษาผู้ป่วยสูงอายุไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติตามกระแสสังคม เพราะก่อนหน้านี้มีการส่งผู้ป่วยอายุมากมารักษาเช่นกัน ส่วนการดูแลความปลอดภัยระหว่างรักษา มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์คอยดูแล 3 คน แต่ในพื้นที่ของโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ของสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันดูแลความปลอดภัย ส่วนจะรักษาอาการนานเท่าใด ยังไม่สามารถตอบได้ ทีมแพทย์จะเป็นผู้ประเมินต่อไป

แพทย์เฝ้าระวังงดเยี่ยม

แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กล่าวอีกว่า อาการล่าสุดนายทักษิณ เมื่อช่วงเช้าจากการสอบถามทีมแพทย์ที่รักษา นายทักษิณมีอาการดีขึ้นเล็กน้อยกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ยังใส่สายออกซิเจน ความดันยังสูงอยู่ สามารถสื่อสารได้ แต่ยังมีอาการเหนื่อยหอบ แพทย์ต้องเฝ้าระวังโดยสั่งงดเยี่ยมทุกกรณี ส่วนกรณีถ้าญาติต้องการย้ายตัวไปโรงพยาบาลเอกชน จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจกรมราชทัณฑ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการ รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ส่วนยืนยันว่าเป็นมาตรการปกติในการรับตัวนักโทษหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ใช่ ก็เหมือนส่ง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน) กลุ่มทะลุวัง และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ (แบม) ไปโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ

เมื่อถามย้ำว่าในกรณีที่นายทักษิณจะขออภัยโทษสามารถดำเนินการได้เลยใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำได้ตั้งแต่มาถึง จะโดยเจ้าตัวหรือญาติก็ได้ กฎหมายเขียนไว้ในมาตรา 259 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ว่าผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถที่จะยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้ ซึ่งถ้าจบแค่นี้ก็แปลว่าเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จะต้องมอบตัวเข้าสู่กระบวนการก่อน

ด้านนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ยืนยันว่าไม่มีการย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งอื่น และจะรักษาตัวให้พ้นวิกฤตจนกว่าแพทย์ รพ.ตำรวจ จะมีความเห็นอนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนกรอบระยะเวลาการรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ จะเป็นอำนาจของแพทย์ที่จะประเมินและมีความเห็น ส่วนถ้าหากญาติและครอบครัวของนายทักษิณ หรือองค์กรต่างๆ จะเข้าเยี่ยม โดยในห้วงการกักโรคโควิด-19 จำนวน 10 วันแรก จะยังไม่ให้มีการเยี่ยม แต่คาดว่าทาง รพ.ตำรวจอาจจะมีการยืดหยุ่นให้ 5 วันแรกเข้าเยี่ยมได้ ถ้าไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่จะเป็นการเยี่ยมตามระเบียบของราชทัณฑ์ ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่มีรายชื่อตามที่อดีตนายกรัฐมนตรีอนุญาตระบุให้เข้าเยี่ยม

รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ประเด็นการขอพระราชทานอภัยโทษ อดีตนายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการได้ 2 ช่องทางคือ 1.ครอบครัวรับหน้าที่ดำเนินการเตรียมเอกสาร คำร้องพรรณนาสำหรับการขออภัยโทษ และ 2.เจ้าตัวเป็นผู้เขียนคำร้องพรรณนาสำหรับการขอพระราชทานอภัยโทษด้วยตัวเอง แต่ในตอนนี้ตนเองยังไม่ได้รับรายงานว่านายทักษิณได้แจ้งความประสงค์จะเขียนเอกสารสำหรับเข้าสู่ขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษแต่อย่างใด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รับพลทหารอาสา เปิด1.8หมื่นอัตรา

ทบ.รับนโยบาย กห. เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด-หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ

ทรงช่วยชาวเนปาล

"ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือชาวเนปาลในเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยกองทัพอากาศดำเนินการจัดส่ง

ฮั้วสว.ก่อนมีรัฐบาล ‘อนุทิน’ยันไม่เกี่ยวเพราะมาหลัง1ปี3เดือนลั่นพร้อมชี้แจง

“อนุทิน” ไม่กังวลฝ่ายค้านใช้เวทีงบฯ ซักฟอกรัฐบาล ชี้เป็นสิทธิ์ของ สส. ปัด “ภูมิใจไทย” ยื้ออภิปรายรายงาน กกต.หนีคดีฮั้ว สว. ยํ้าไม่เคยเกี่ยวข้อง ยันไม่เคยหนีสภา ลั่นถ้ามีหลักฐานใครเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่นยื่น

นายกฯลงนาม เนรเทศชาวยิว

"อนุทิน" ลงนามคำสั่งเนรเทศ "ยาคอฟ โอฮะยอน" ชาวอิสราเอลออกนอกราชอาณาจักร หลังศาลเกาะสมุยพิพากษาผิด ม.392 ฐานขู่เข็ญทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ

หนูเหน็บ ‘ณัฐพงษ์’ ไม่รู้เรื่อง

“อนุทิน” เย้ย “เท้ง” ไม่รู้เรื่องกล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ลั่นใช้งบคุ้มค่าไม่ใช่คิดว่ามีเงินในกระเป๋าแล้วนำไปใช้อะไรก็ใช้ “ลิซ่า” รีบป้องหัวหน้าใช้สิทธิ์ตามระบบ

เอกนิติขีดเส้น1ด. คุมดาต้าเซ็นเตอร์

“อนุทิน” ขันนอตเข้ม! ดาต้าเซ็นเตอร์ สกัดพวกลักลอบ ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน ด้าน “เอกนิติ” ขีดเส้น 1 เดือนจัดระเบียบ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า