กมธ.ป.ป.ช.ไล่งับ‘สุชัชวีร์’ ดร.เอ้ลั่นโดนสอบตลอด

"วิโรจน์" ลาออกจาก ส.ส.แล้ว เปรียบ "ก้าวไกล" กำลังเขียนโครงการเสนอ "เจ้านาย" คือคนกรุงเทพฯ  ผุดสารพัดไอเดียดูแลชาว กทม. "ส.ส.ก้าวไกล-โฆษก กมธ.ป.ป.ช." แถลงรับข้อร้องเรียน "สุชัชวีร์" ร่ำรวยผิดปกติ จ่อเรียกมาชี้แจง ปัดปักธงเล่นงานคู่แข่งผู้สมัครผู้ว่าฯ  ด้าน "ดร.เอ้" ลงพื้นที่อ้อนอยากเป็นผู้ว่าฯ กทม.ก่อนฝนมาเพื่อแก้น้ำท่วม เบ็ดเสร็จ ไม่หวั่นถูกตรวจสอบ ยันสมัยนั่ง "อธิการบดี สจล." เคยถูก ป.ป.ช.-สตง.และหน่วยงานอื่นสอบตลอด

ที่รัฐสภา วันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส. กับเจ้าหน้าที่สภา เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) จากนั้นนายวิโรจน์กล่าวว่า วันนี้ได้ยื่นใบลาออก โดยจะมีผลในวันที่ 4 ก.พ. เพื่อที่ตนจะได้ไปทำงานร่วมกับว่าที่ผู้สมัครสมาชิกกรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรคก้าวไกลอย่างเต็มที่ ก่อนหน้านี้พรรคได้ประชุมร่วมกัน และคิดว่าทีมของพวกเราเป็นลูกน้องที่พยายามจะเขียนข้อเสนอโครงการให้กับเจ้านายคือคนกรุงเทพฯ เพื่อให้เจ้านายเลือกเรา ตนรู้สึกตื่นเต้นเหมือนกับสมัครงานใหม่ และยืนยันว่าพวกเราพรรคก้าวไกลไม่ใช่ CEO หรือกรรมการผู้จัดการ แต่เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งที่กำลังพยายามสมัครงานและอยากให้เจ้านายเลือก

นายวิโรจน์กล่าวด้วยว่า สำหรับนโยบายขณะนี้มีอยู่ประมาณกว่า 10 ด้าน ซึ่งกำลังพยายามจะทำให้กระชับ เช่น กทม.เมืองปลอดภัย ก็จะต้องดูแลทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีนโยบายด้านสาธารณสุข ที่ปัจจุบัน กทม.มีคลินิกชุมชนอบอุ่นเพียงกว่า 200 แห่ง ซึ่งถือว่าน้อยมาก รวมทั้งนโยบายด้านการศึกษา จะทำให้โรงเรียนเป็น Bully Free School ลดการประเมินผลของเด็ก

เมื่อถามว่า มีเวลาเหลือเพียง 3 เดือน เพื่อเตรียมลงแข่งขันสนามผู้ว่าฯ กทม. น้อยไปหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ไม่ว่าจะมีเวลาเท่าใดก็จะทำงานเต็มที่ และไม่กังวลหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจนไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพราะเราติดตามอยู่ตลอดและปรับแผนได้

ขณะเดียวกัน ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีตรวจสอบนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในข้อสงสัยร่ำรวยผิดปกติ ช่วงที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ว่ามีผู้ร้องเรียนที่ไม่ประสงค์ออกนาม ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกมธ.ป.ป.ช. และบรรจุวาระเข้าสู่ กมธ.วันที่ 3 ก.พ. โดยให้ตรวจสอบว่าร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ในเอกสารแจ้งมาว่าวันที่ 18 ก.พ.2559 นายสุชัชวีร์มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 44 ล้านบาทเศษ ต่อมาวันที่ 19 ก.ย.63 มีทรัพย์สินเพิ่มเป็น 74 ล้านบาท และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.64 มีทรัพย์สินรวมกับภรรยาเพิ่มขึ้นถึง 342 ล้านบาท มีอัตราการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินผิดปกติ

นายธีรัจชัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบของทีมงาน กมธ.ป.ป.ช. เบื้องต้นมีหลายอย่างที่น่าสนใจ และมีข้อมูลที่ทางฝ่ายผู้ร้องให้มา ขณะที่การประชุม กมธ. จะได้เชิญมาสอบถามเกี่ยวกับการรับเงินเดือนของนายสุชัชวีร์ในช่วงที่เป็นอธิการบดี สจล. และได้เชิญกรมสรรพากร มาสอบถามว่านายสุชัชวีร์มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ ส่วนผู้เกี่ยวข้องกับนายสุชัชวีร์ที่มีชื่อปรากฏ กมธ.จะเชิญมาให้ข้อเท็จจริงต่อไป 

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตการตรวจสอบนายสุชัชวีร์ครั้งนี้เป็นการหวังผลทางการเมืองหรือลดความน่าเชื่อถือในการลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. นายธีรัจชัยกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะมีเรื่องนี้ให้ตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบ เป็นไปตามกระบวนการ เป็นไปตามหน้าที่ ไม่มีธงทั้งสิ้น ได้รับเรื่องมาก่อนหน้านี้เป็นเดือนแล้ว 

เมื่อถามอีกว่า ผู้ร้องเรียนเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือเป็นคู่แข่งนายสุชัชวีร์หรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า ต้องถามประธาน กมธ.ป.ป.ช. เพราะเป็นการร้องเรียนผ่านประธาน ตนเพียงถูกมอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้เท่านั้น

วันเดียวกัน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  ได้ลงพื้นที่เขตบางนาและเขตพระโขนง พร้อมด้วยนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงมหาดไทย, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ดร.ธนวัฒน์ ปัญญาสกุลวงศ์ คณะกรรมการฯยุทธศาสตร์ กทม. ร่วมกับ นายพลาวุฒิ เลิศศิลาทอง ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางนา และนายปิฏก อยู่มั่นธรรมา ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระโขนง ลงพื้นที่ดูปัญหาที่สถานีสูบน้ำคลองบางนา

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ปัญหาน้ำเน่าเสีย ปัญหาน้ำท่วม เป็นปัญหาซ้ำซากของ กทม.มายาวนาน ตนจึงได้ประกาศเปลี่ยนกรุงเทพฯ เราทำได้ วันนี้มาดูที่ต้นตอปัญหา เขตบางนา เขตพระโขนง พบว่าพื้นที่ทางออกแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างคลองพระโขนงยังเน่าเสีย และเน่าเสียเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ถ้าเราไม่ทำอะไร ชาวบ้านไม่มีทางที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงมีความตั้งใจจริงที่จะเปลี่ยนน้ำเน่าเป็นน้ำดี ตั้งใจจะคืนคลอง คืนรอยยิ้มให้คนกรุงเทพฯ ให้ได้ ยิ่งมาดูยิ่งเห็นใจ และยิ่งเข้าใจว่าเราสามารถทำได้ทันที

 “อยากเป็นผู้ว่าฯ กทม.ก่อนที่ฝนจะมา เพราะเราประกาศว่าเราต้องจัดการน้ำท่วมอย่างเบ็ดเสร็จ และเราก็มีความพร้อมเรื่องนี้มากที่สุด เพราะน้ำคือชีวิต คืนคลอง คืนชีวิต ให้คนกรุงเทพฯ เราทำได้ ก็อยากขอเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก่อนที่คนกรุงเทพฯ จะจมน้ำท่วมอีกรอบในปี 65” นายสุชัชวีร์กล่าว

 เมื่อถามถึงกรณี ส.ส.พรรคก้าวไกลลาออกจากความเป็น ส.ส.เพื่อลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. นายสุชัชวีร์กล่าวว่า เป็นโชคของคนกรุงเทพฯ ที่มีผู้สมัครอาสามาสมัครหลายท่าน เราก็ต้องขยันมากขึ้น ทำงานให้หนักขึ้น

ส่วนกรณีที่ทาง กมธ.ป.ป.ช.สภาฯ จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบเนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยว่าทุจริตต่อหน้าที่และร่ำรวยผิดปกติ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนพร้อมและยินดีให้ตรวจสอบ เพราะมีความมั่นใจในการทำหน้าที่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิการบดี สจล.อย่างถูกต้อง และไม่เคยทำความผิด ที่ผ่านมาในขณะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว ตนก็เคยถูก ป.ป.ช., สตง. และหน่วยงานอื่นๆ เข้าตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อตนได้ตัดสินใจเข้ามาเดินในเส้นทางการเมือง จึงต้องมีความพร้อม และกล้ารับการตรวจสอบอยู่ตลอด หากไปดูสถิติย้อนหลังของ สจล. จะเห็นว่าระหว่างที่ตนปฏิบัติหน้าที่ได้คะแนนดีจากการประเมินของ ป.ป.ช.ด้วย จึงมั่นใจว่าเราทำหน้าที่อย่างดีที่สุด

 “ผมใช้ชีวิตเปิดเผยและโปร่งใส เรื่องบ้านที่หลังใหญ่โต ที่จริงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม และไม่ได้เผยแพร่หรืออวดใคร เพียงแต่นิตยสารบ้านและสวนได้ติดต่อมา เพราะเป็นบ้านที่มีการออกแบบน่าสนใจ โดยผมเป็นวิศวกร และมีสถาปนิกเป็นรุ่นน้องที่เรามีความภูมิใจที่ได้ทำบ้านที่น่าสนใจร่วมกัน ส่วนเรื่องมีรถซูเปอร์คาร์นั้น เป็นรถเก่าปอร์เช่รุ่นปี 08 เป็นรถมือสอง ตอนนี้ก็ 12-13 ปีแล้ว มูลค่าไม่ได้เยอะอะไร ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบเครื่องยนต์กลไกเท่านั้น ไม่ได้ขับไปไหน” นายสุชัชวีร์ระบุ

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ประธานพรรคไทยสร้างไทย จัดประชุมนัดสำคัญในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.และผู้สมัคร ส.ก.กทม. เตรียมความพร้อมรับมือการเลือกตั้งกรุงเทพฯ พร้อมกับเน้นย้ำถึงนโยบายของพรรคไทยสร้างไทยเพื่อ "สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นบ้านแห่งความสุขของคนกรุงทุกคน" และได้เน้นย้ำกับว่าที่ผู้สมัครทุกคนให้ลงพื้นที่อย่างเข้มข้น จริงจัง ตามหลักการของพรรคคือประชาชนต้องเป็นศูนย์กลาง

นายพงศกร อรรณนพพร ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 400 เขตตาม กกต.ประกาศ และได้เตรียมความพร้อมผู้สมัครไว้ในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนเลือกตั้งส.ก.และผู้ว่าฯ กทม. พรรคไทยสร้างไทยก็ได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมเช่นกัน

นายอุตตม สาวนายน แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงการส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ว่าพรรคกำลังดูอยู่ แต่เนื่องจากมีเวลากระชั้นชิด จึงเตรียมตัวไม่ทัน แต่ก็จะติดตามและสนับสนุนการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงไทม์ไลน์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ออกมาแล้วภูมิใจไทยไม่เปลี่ยนใจที่จะส่งผู้ว่าฯ กทม.ใช่หรือไม่ ว่า ถือเป็นความโชคดีของภูมิใจไทยที่ไม่ได้เกิดใน กทม. แต่เราก็ดูแลคน กทม.ได้เยอะ ถือเป็นหน้าที่ เอาเป็นว่าเราเจนจัดสนามไหนก็อยู่ตรงนั้นดีกว่า ตรงไหนที่เลี่ยงปะทะกับใครได้เราก็จะเลี่ยง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรรคก้าวไกล ขึ้นเหนือ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.น่าน-แพร่-ลำปาง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมด้วยแกนนำพรรค ประกอบด้วย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีราย