"แกนนำเพื่อไทย" ประสานเสียงปัดกระทบคะแนนเสียง หลังเบรกแจกหมื่นเฟส 3 ย้ำยังไม่ได้ยกเลิก รอ ศก.ดีขึ้นค่อยพิจารณาใหม่ เชื่อประชาชนเข้าใจ พณ.ยันเดินหน้าคุมราคาสินค้าช่วยค่าครองชีพ ฟุ้งเจรจาสหรัฐคืบหน้า พปชร.บี้รัฐบาลเลิกหลอก ปชช. "สนธิญา" ยื่น กกต.ฟัน พท. ส่อขัด รธน.มาตรา 258
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเลื่อนแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เฟส 3 และนำงบไปกระตุ้นเศรษฐกิจแทน จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้ายังอีกยาว ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรตอนนี้ได้เร็วๆ และเราไม่ได้ยกเลิก เราเลื่อนออกไปก่อนเพราะเหตุเฉพาะหน้า ขณะนี้ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้น เรื่องสงครามการค้าและภาษีเป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่ต้องขยับทำการแก้ไขก่อน
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ใช้งบกลางบางส่วน และงบหลายๆ ส่วนที่เป็นงบเหลือใช้ที่มี 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งอาจจะรวมไปถึงดิจิทัลวอลเล็ตในรอบที่ 3 เรายังไม่ได้ยกเลิก แต่ต้องเอามากระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นทั้งหมดก่อน จะทำให้ประเทศเดินหน้าและพัฒนาต่อไปได้ และหลังจากนั้นเราค่อยมาดูว่าจะทำอะไร แค่ไหน อย่างไร อย่างไรทั้งหมดก็เป็นการทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการช่วยประชาชนอยู่แล้วในทางอ้อม และเป็นการช่วยโดยตรงกับประเทศ
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรายังไม่ได้เลิกเงินหมื่นเฟส 3 เพียงแต่อะไรเร่ง ทำก่อนทำหลัง เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ความจำเป็นต้องเอาเงินงบประมาณส่วนหนึ่งมาใช้ในด้านกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเรื่องจำเป็น เชื่อว่าประชาชนเข้าใจต่อสถานการณ์ในประเทศที่เกิดขึ้น และเราสามารถชี้แจงได้ ที่สำคัญที่ผ่านมาเราดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ไม่ได้ทำเลย ทำมาแล้ว 2 ระยะ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า การชะลอแจกเงินหมื่นเฟส 3 ไม่กระทบปากท้องของประชาชน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการดูแลราคาสินค้าเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความคืบหน้าในการเจรจากับสหรัฐอเมริกามีความก้าวหน้าอย่างมาก กำลังติดตามเพื่อให้มีการนัดหมายเพื่อเจรจาอย่างเป็นทางการ โดยเชื่อว่าจะบรรลุผลสำเร็จในเร็ววัน และส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของไทยยังเติบโตได้ต่อเนื่อง
ขณะที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐ และอดีต รมว.การคลัง กล่าวว่า รัฐบาลควรจะยอมรับว่าในการหาเสียงปี 2566 โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ไม่ได้มีการศึกษาให้รอบคอบรัดกุมเสียก่อน บัดนี้จึงถูกปัญหารุมเร้าหลายด้านด้วยกัน ปัญหาแรกจากการแจกเงินหมื่น เป็นการยิงกระสุนการคลังแบบสะเปะสะปะ ทำให้ไม่ได้เป้าตามที่หวังไว้ ไม่ได้เกิดพายุหมุน 4 ลูกตามที่โฆษณาชวนเชื่อ แต่กลับสร้างภาระต่อหนี้สาธารณะและฐานะการคลัง ปัญหาที่สองเกิดจากการแจกเงินดิจิทัลจะมีสภาพเป็นเงินตราอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเข้าข่ายกฎหมายเงินตรา รวมทั้งจะมีปัญหาทางเทคนิคในการเชื่อมโยงระบบหักบัญชีชำระเงินดิจิทัลเข้ากับระบบชำระเงินปกติของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งน่าจะปฏิบัติไม่ได้ รัฐบาลจึงสมควรแถลงความจริงให้ประชาชนทราบว่าแท้ที่จริงจะไม่สามารถดำเนินโครงการต่อไปได้ ด้วยติดทั้งปัญหางบประมาณและปัญหาทางเทคนิค มิใช่ให้เขาเฝ้ารอตั้งความหวังไว้ลอยๆ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหนทางการเมือง ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาลประกาศเลื่อนแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 258 หรือไม่
นายสนธิญากล่าวว่า ตอนหาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยประกาศจะทำนโยบายนี้หากเป็นรัฐบาลภายใน 90 วัน ซึ่งได้คัดค้านมาตลอด เพราะเห็นว่าทำไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเลื่อนมาเรื่อย ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชะลอนโยบายแจกเงินทำให้ผู้มีอายุ 16-20 ปี ซึ่งพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่ 11 ก.ย.2566 นับจนถึงวันนี้ 1 ปี 8 เดือน 22 วัน ถ้าจะทำก็ทำไปแล้ว ดังนั้นการจะมาอ้างเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องเป็นเหตุเป็นผลกัน ทำให้ต้องมาร้องต่อ กกต.
"โดยเฉพาะประเด็นว่า ถ้าเมื่อใดก็ตามงบ 10,000 ล้านบาทที่จะแจกให้กับประชาชน 52 ล้านคนเป็นงบรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าด้วยหมวด 16 การปฏิรูปประเทศไทย มาตรา 258 ก. ด้านการเมือง ว่าด้วยนโยบายพรรคการเมือง จะต้องได้รับการศึกษา ทบทวน และความเสี่ยงอย่างครบถ้วน ก่อนจะประกาศออกมาเป็นนโยบายของพรรคการเมืองหาเสียงได้ แต่วันนี้ รมช.คลังทั้ง 2 คนของพรรคเพื่อไทย หลอกลวงประชาชนเกี่ยวกับนโยบาย 10,000 บาท คำว่าชะลอไปก่อน จะจ่ายอย่างไร เมื่อไร และยังจะเอาเงินไปใช้เรื่องน้ำ เรื่องสารพัด ผมถามว่าขณะนี้ในการค้าการขายของพี่น้องประชาชนจะตายกันหมด จึงต้องมายื่นให้ กกต.วินิจฉัยว่าการกระทำหรือนโยบายของพรรคเพื่อไทยขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 258 หรือไม่" นายสนธิญาระบุ
นอกจากนี้ ขอให้ กกต.มีมาตรการในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในสมัยหน้า ให้พรรคการเมืองประกาศนโยบายที่สามารถให้ประชาชนเข้าถึงได้ การที่พรรคเพื่อไทยไม่แจกเงิน 10,000 บาท เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ประชาชนจะไม่เชื่อพรรคการเมืองอีกต่อไปในการประกาศนโยบาย ซึ่งถ้า กกต.ไม่วินิจฉัย และไม่ยื่นไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องให้พิจารณา จะนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นการประกาศนโยบายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่สามารถทำได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สรุปเครนถล่ม สีคิ้ว-พระราม2 ‘ITD’งานสุดชุ่ย
คมนาคมสรุปสอบ “ไฮสปีด-มอเตอร์เวย์ M82” ชี้ต้นเหตุจากความล้มเหลวระบบความปลอดภัย
ประณามโจรใต้ ฆ่าแม่-ทารกเจ็บ ตร.รู้มือยิงเร่งล่า
ชาวยะรังรวมพลังต่อต้านความรุนแรง ละหมาดฮายัตขอสันติสุข
ปลื้มมาครงให้เกียรติไทย เลื่อนครม.สัญจรสงขลา
นายกฯ หารือ ปธน.ฝรั่งเศส เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
ส่งคำชี้แจงพรก.กู้ถึงมือศาล
นายกฯ เผยตรวจคำชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทแล้ว
กกต.รับคดียุบปชน. สอบปมเซาะองคมนตรี ส้มปลุก21ล้านสู้นํ้าเงิน
“ปชน.” หนาว! “กกต.” รับคำร้อง “ยุบพรรค” เริ่มกระบวนการตรวจสอบปม “เท้ง” โพสต์พาดพิงองคมนตรีเข้าข่ายหรือไม่
รุมขยี้ซํ้า‘พรรคส้ม’ 89สว.จี้‘เท้ง’ขอโทษ/นักร้องชงยุบปชน.ฟัน‘ปิยบุตร’ผิดม.112
"89 สว." รุมประณาม "เท้ง" เลวร้ายที่สุดกล่าวหา สว.สีน้ำเงิน ยัน รธน.ปี 60 มาจากประชามติ ไม่ได้เป็นมรดกรัฐประหาร

