
โผ ครม.อนุทิน 1 เริ่มแล้ว ภท. 12 เก้าอี้ “เสี่ยหนู” ควบมหาดไทย โควตา 5 คนนอก ชื่อ “เศรษฐพุฒิ” โผล่นั่งขุนคลัง “กห.” ลุ้นหนัก “ธรรมนัส” หรือเด็กป้อม สะพัด “นริศ” ปชป.โผล่นั่ง รมต.
เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (พท.) ได้รับความเห็นชอบดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากสภาผู้แทนราษฎร ก็มีความเคลื่อนไหวการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.อนุทิน 1 ทันที โดยมีการจัดสรรโควตาตามจำนวนเสียงที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยร่วมกัน 146 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 12 เก้าอี้, พรรคกล้าธรรม 7 เก้าอี้ แบ่งเป็น 4 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ 4 เก้าอี้, กลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น 4 เก้าอี้, กลุ่มนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.เพื่อไทย 2 เก้าอี้, กลุ่มนายนิพนธ์ บุญญามณี 1 เก้าอี้ และโควตาคนนอก 5 เก้าอี้
สำหรับพรรค ภท.นั้น นายอนุทินจะนั่งควบ รมว.มหาดไทย ตำแหน่ง รมช.มหาดไทย มีชื่อ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ส่วนนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. นั่ง รมว.การอุดมศึกษาฯ ขณะที่นางศุภมาส อิศรภักดี ถูกโยกไปนั่ง รมว.ดิจิทัลฯ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นั่งกระทรวงคมนาคม ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล ก็มีชื่อเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ
ส่วนโควตาคนนอก 5 เก้าอี้ เริ่มมีการเสนอชื่อบุคคลเข้ารับตำแหน่งแล้ว อาทิ รมว.การคลัง มีชื่อของนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ, รมว.พลังงาน มีชื่อนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, รมว.กต. มีชื่อนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัด กต. ส่วนกระทรวงพาณิชย์มีกระแสข่าวว่ายังเป็นนายจตุพร บุรุษพัฒน์ และกระทรวงยุติธรรมยังรอการทาบทาม
ขณะที่พรรคกล้าธรรม 7 เก้าอี้ มีการเสนอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมว.กลาโหม แต่ตำแหน่งนี้ก็มีความต้องการจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ด้วย รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นนายอรรถกร ศิริลัทธยากร, รมว.ศึกษาธิการ เป็นนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, รมว.การพัฒนาสังคมฯ เป็นนายอัครา พรหมเผ่า ขณะที่รัฐมนตรีช่วยยังไม่ได้ลงในรายละเอียด แต่มีชื่อนายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เข้ามาชิง
ส่วนพรรค พปชร.ได้ 4 เก้าอี้ ซึ่งมีชื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข และอีก 1 เก้าอี้คือ รมว.กลาโหม โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส่ง พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เข้ามาดำรงตำแหน่ง ส่วนอีก 2 ตำแหน่งมีรายชื่อแล้วเป็นนางตรีนุช เทียนทอง กับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะนั่งกระทรวงใด
สำหรับกลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น ชัดเจนแล้วว่าจะนั่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และอีก 1 กระทรวงที่ได้โควตาคือ รมว.อุตสาหกรรม มีชื่อ จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิทนายสุชาติ นั่งว่าการ
ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า มีการคุยกันเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยต้องรอประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่ทราบก็มี 4 เก้าอี้ตามที่คุยกันไว้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวได้รับการทาบทามเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ยังไม่มีหรอก เพราะยังไม่มีข้อสรุปเรื่องตำแหน่ง แค่มีการหารือในการร่วมรัฐบาล ส่วนรายละเอียดต้องพูดคุยกัน
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แจ้งว่า นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต รมช.มหาดไทย และอดีต สส.พัทลุง ซึ่งปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรค ปชป. ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ปชป.แล้วเมื่อเช้าวันที่ 5 ก.ย. โดยมีกระแสข่าวว่านายนริศจะไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอนุทินในโควตากลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่นำ สส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งมาร่วมสนับสนุนนายอนุทิน สำหรับสาเหตุที่นายศักดิ์ดารับตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ได้ เนื่องจากนายศักดิ์ดายังเป็น สส.และเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หากไปเป็นรัฐมนตรีข้ามพรรคข้ามขั้วอาจเปิดช่องให้ร้องเรียนเรื่องจริยธรรม
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวว่า ยังไม่มีนโยบายอะไรฝากรัฐบาลใหม่ แต่หากถามว่าเป็นห่วงเศรษฐกิจเรื่องอะไร ก็ขอบอกว่าห่วงทุกเรื่อง เพราะเป็นธรรมชาติของคนทำงาน ส่วนของนโยบายภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) และเรื่องจีโทเคน เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะเดินหน้าต่อ เพราะรัฐบาลใหม่รู้ข้อมูลดีอยู่แล้วว่าแต่ละนโยบายมีข้อดีข้อเสียกับเศรษฐกิจและประเทศอย่างไร
วันเดียวกัน ที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ฝ่ายกฎหมายของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาล ได้เดินทางมาถึงกองคดีฯ เพื่อเข้าให้ข้อมูลและแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยหลังใช้เวลา 1 ชม. เจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาลกล่าวสั้นๆ ว่า มาตามนัดหมายตามหนังสือเชิญของดีเอสไอ ส่วนการร้องทุกข์กล่าวโทษและฐานความผิดนั้น เรื่องฐานความผิดคงเป็นเรื่องของดีเอสไอที่สืบสวนสอบสวนมา ทางเราเพียงแต่มาให้ถ้อยคำในส่วนที่เกี่ยวข้องของการรถไฟฯ ซึ่งเรายืนยันเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินตามคำพิพากษาศาลฎีกา และคำพิพากษาศาลปกครองทุกส่วน ก็ยืนยันสิทธิหน้าที่ของการรถไฟฯ ส่วนเรื่องของผู้เกี่ยวข้อง ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดีเอสไอที่จะดำเนินการ
รายงานแจ้งว่า เจ้าหน้าที่อาณาบาลได้ขอให้ดีเอสไอดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่ได้มีการบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดงทั้งหมด 4,414 ไร่ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป.เปิดตัว ‘อนุชา’ เลือกตั้งไทม์ไลน์เดิม
ผอ.กกต.กทม.เผยหาก “ชัชชาติ” ลาออก ต้องเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ภายใน 60 วัน ยันจัดตามไทม์ไลน์เดิม 28 มิ.ย.69 ย้ำบัตรเลือกตั้งไม่มี QR Code
เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’
“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”
กกต.ได้ ‘5นักกม.’ สู้คดีคิวอาร์โค้ด
เลขาฯ กกต.เผยได้ 5 นักกฎหมาย เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ 4 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 1 คน เป็นพยานในคดีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด
รถไฟชนรถเมล์! อุบัติเหตุใหญ่กลางกรุงเสียชีวิต8รายแฉเหตุไม้กั้นไม่ลง
สลด! เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์โดยสารทางตัดใต้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง ไฟลุกท่วมเสียชีวิต 8 ราย รมช.คมนาคมพบมีความผิดปกติ สั่งสอบ "กล่องดำ" ทำไมไม้กั้นไม่ลงขณะรถไฟวิ่งผ่าน ทั้งที่ตามมาตรฐานความปลอดภัยต้องลง นายกฯ บินกลับจากเพชรบูรณ์ด่วนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมิน‘โพลรู้สึกโกง’!
ประเด็นหน่วยงานรัฐคอร์รัปชันร้อนเป็นไฟ นายกฯ ยันเอาความจริง ไม่เอาโพล ไม่เอาความรู้สึก หากกล้าบอกใครทำผิดก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับด้วย ยืนยันรัฐบาลนี้ปราบทุจริตเข้มงวด
ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

