ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’

"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ และ ครม.  "ปธ.บอร์ดศึกษา" ยันชูประโยชน์ประชาชน  “พิพัฒน์” ลั่นไม่น้อยใจ พับแผนลงพื้นที่ 8 พ.ค. พลิ้วบอก​ไม่ใช่นโยบายใหม่​ เป็นเรือธง ภท.หาเสียงตั้งแต่ปี​ 62 ฝ่ายค้านจับตาความโปร่งใส “สว.นรเศรษฐ์” แนะทำประชามติทั่วประเทศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 133/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) เป็นไปด้วยความรอบคอบ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ และสอดคล้องกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อระบบขนส่งทางทะเล

ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ ขณะที่กรรมการ อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม, รมช.มหาดไทยที่ได้รับมอบหมาย, ปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงคมนาคม, ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ปลัดกระทรวงพลังงาน, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, ผู้แทนหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย, ผู้แทนหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน, ผู้แทนภาคประชาชน ซึ่งอยู่ในพื้นที่โครงการจำนวนไม่เกิน 3 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ประธานกรรมการแต่งตั้ง โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นกรรมการและเลขานุการ, ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และรองเลขาธิการ สศช.ที่ได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สำหรับหน้าที่และอำนาจคือ 1.ประเมินความเป็นไปได้ของการพัฒนา และผลกระทบในมิติต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตรโลกในปัจจุบัน เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา 2.รับฟังและรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ 3.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็น 4.เชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ และ 5.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือ ครม.มอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ชูประโยชน์ ปชช.

ด้านนายเอกนิติกล่าวว่า นายกฯ บอกให้มาเป็นประธานศึกษาความเป็นไปได้ ข้อดีข้อเสียทั้งหมด ในฐานะที่ตนดูในเรื่องของเศรษฐกิจ จึงให้ตนดูในภาพรวมทั้งหมด 

เมื่อถามว่า กรอบระยะเวลาการศึกษา 90 วัน จะเห็นชัดเลยหรือไม่ว่าโครงการนี้จะเดินหน้าไปอย่างไร นายเอกนิติกล่าวว่า ขอไปดูก่อน เมื่อถามย้ำว่าความชัดเจนโครงการแลนด์บริดจ์จะจบภายในรัฐบาลนี้เลยหรือไม่ รองนายกฯ และ รมว.การคลังกล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องของการศึกษาถึงความเป็นไปได้ ตนก็อยากทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลายเป็นว่าเรื่องร้อนๆ มาอยู่ที่ท่านหมดเลย นายเอกนิติเพียงแต่ยิ้มโดยไม่ได้ตอบคำถาม

 ส่วนนาย​พิพัฒน์กล่าวว่า ​เป็นแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้การศึกษามีความครบถ้วนรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยมีการแต่งตั้งประธานคณะทำงานและเปิดทางให้คัดเลือกคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมพิจารณาอย่างครอบคลุม ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกน้อยใจต่อการตัดสินใจดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามเหตุผลและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

"ในวัน​ 8 พ.ค.​นี้​ ผมไม่ได้เดินทางลงพื้นที่ ​ เพราะรอผลการศึกษาคณะกรรมการชุดนี้ให้เรียบร้อยก่อน​ เพราะหากผมลงไปตอนนี้อาจจะถูกหรือผิดก็ได้​ ฉะนั้นจึงเลือกที่จะไม่ลงดีกว่า อย่างไรก็ตาม การศึกษาโครงการแลน​ด์บริดจ์​จะต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม​ และสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับ ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงเฉพาะระบบรางอย่างเดียว แต่จะมีระบบถนนระบบท่อขนส่งพลังงาน แต่เชื่อว่าระยะเวลาการศึกษาจะอยู่ตามกรอบที่นายกฯ ได้สั่งการไว้" นายพิพัฒน์ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำความเข้าใจต่อเสียงคัดค้านของประชาชนอย่างไร นายพิพัฒน์​กล่าวว่า จะต้องทำความเข้าใจทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะคนในพื้นที่ จ.ชุมพรและระนอง​ ที่จะได้สิทธิ​ในการทำมาหากินในพื้นที่ของตนเองอย่างไร รวมถึงมีการสงวนอาชีพอะไรเพื่อทดแทนกับให้กับผู้ที่เสียโอกาส  เช่น กลุ่มประมงพื้นบ้าน

เมื่อถามว่า กลุ่ม NGO ที่คัดค้านเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ทราบ ซึ่งน่าจะมีทั้งคนในและนอกพื้นที่​ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะดำเนินการโครงการขุดคอคอดกระในอดีต​ หรือ​ คลองไทย​ อาจจะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถทำให้เดินหน้าได้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ต้องทำการศึกษาใหม่ว่าจะคุ้มหรือไม่กับการลงทุนครั้งใหญ่ในครั้งนี้ และก่อนหน้านี้เคยมีการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก​ (อีอีซี) และโครงการแลน​ด์บริดจ์​ไม่เหมือนโครงการคอคอดกระที่จะต้องมีการขุดคลองจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแบ่งแยกประเทศไทยออกเป็น​ 2 ประเทศหรือไม่ แต่วันนี้เลือกที่จะไม่มีการขุดคลอง แต่ใช้ระบบถนน​ ราง​ และท่อ แต่ผู้ที่คัดค้านมีความกังวลเรื่องการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งหากผ่านภูเขาจะใช้วิธีการสมัยใหม่ทำเป็นอุโมงค์ ฉะนั้น การทำลายระบบนิเวศจะน้อยลง แต่เชื่อว่าจะต้องมีการพัฒนาและทำการศึกษา

เรือธง 'ภท.' ตั้งแต่ปี 62

ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดการทำโครงการใหญ่ขนาดนี้จึงไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาลนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดมาแล้วก่อนหน้านี้ และถือเป็นนโยบายธงเดิมที่ทำการหาเสียง​ และเมื่อกลับมาดูแลกระทรวงคมนาคม จึงนำมาเป็นธงในการดำเนินการต่อ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการและประชาชนในพื้นที่คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ว่า จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อศึกษาประเด็นดังกล่าว ไม่เฉพาะสิ่งแวดล้อม แต่จะมีข้อมูลทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น จึงขอให้รอผลการศึกษาที่จะออกมา รวมถึงจุดคุ้มทุนของประเทศ

ส่วนผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน นิด้าโพล ที่ประชาชนภาคใต้เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น ตนเห็นว่าการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์มีหลายรูปแบบ หากรัฐบาลจะดำเนินการจะต้องสอบถามประชาชนในพื้นที่ และศึกษารูปแบบต่างๆ ที่สามารถทำได้ มีผลทางเศรษฐกิจ การลงทุน และผลกระทบแต่ละฉากทัศน์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีเรื่องความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น จึงจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะแม้เคยจะมีการศึกษามาแล้ว จะต้องมีการพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย รวมถึงยังต้องพูดคุยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบข้อเสนอแนะกรณีโครงการแลนด์บริดจ์ จังหวัดชุมพร-ระนอง ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ ที่มุ่งเน้นให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และรายงานการศึกษามาประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลัก รับเรื่องนี้ไปพิจารณาเพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยให้สรุปผลการพิจารณา หรือผลการดำเนินการดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอ ครม.ต่อไป

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ  พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า สิ่งที่เรากังวลคือโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เรายังกังวลในเรื่องของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระบวนการที่ตั้งข้อสังเกตว่าการนำเสนอนโยบายอาจมีความไม่โปร่งใส เพราะไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ดำเนินการอย่างเร่งรัด

ปลุกจับตา 2 ประเด็น

โดยชวนประชาชนจับตาเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ 2 ประเด็น คือ 1.พ.ร.บ.เอสอีซี ที่เนื้อหามีความคล้ายคลึงกับ พ.ร.บ.อีอีซี โดยพรรคประชาชนไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดจาก พ.ร.บ.อีอีซี ขึ้นซ้ำรอยกับ พ.ร.บ.เอสอีซี จึงเตรียมเสนอญัตติกรรมาธิการการศึกษาผลกระทบจากกฎหมายอีอีซี เพื่อประกอบวิเคราะห์กับร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี ทั้งประเด็นเรื่องเงินลงทุนที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย หรือผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่ 2.จับตาว่ารัฐบาลจะนำร่าง พ.ร.บ.เอสอีซีเข้าที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบหรือไม่ เพราะมีการจัดทำตั้งแต่สภาชุดก่อน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า  หัวใจของแลนด์บริดจ์ไม่ใช่แค่การสร้างท่าเรือน้ำลึกหรือระบบราง แต่คือการออกแบบห่วงโซ่อุปทานให้ครบวงจร และสามารถต่อยอดศักยภาพเศรษฐกิจเดิมของประเทศได้จริง ทั้งนี้ ขอสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ในฐานะโอกาสของภาคใต้ที่รอคอยการลงทุนขนาดใหญ่มานาน แต่การตัดสินใจต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่รอบด้าน ทั้งการศึกษาความเป็นไปได้และแผนเศรษฐกิจที่ชัดเจน เพราะความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้วัดแค่สิ่งก่อสร้าง แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้จริง

ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีการยื่นญัตติเรื่องขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ว่า  ทราบว่าญัตติได้ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว แต่มีสมาชิกหลายคนได้ติดต่อมายังตน สนใจที่จะอภิปรายญัตติจำนวนมาก รวมทั้งมีหลายคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ และมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ทำให้สมาชิกจึงขอให้ขยับญัตติดังกล่าวออกไปเป็นสัปดาห์หน้า  ทั้งนี้ หากสุดท้ายรัฐบาลเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ ควรจะมีการทำประชามติใน 2 ระดับคือ ประชามติจากคนทั้งประเทศ และจากคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะต้องให้ความเห็นชอบ.

"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ และ ครม.  "ปธ.บอร์ดศึกษา" ยันชูประโยชน์ประชาชน  “พิพัฒน์” ลั่นไม่น้อยใจ พับแผนลงพื้นที่ 8 พ.ค. พลิ้วบอก​ไม่ใช่นโยบายใหม่​ เป็นเรือธง ภท.หาเสียงตั้งแต่ปี​ 62 ฝ่ายค้านจับตาความโปร่งใส “สว.นรเศรษฐ์” แนะทำประชามติทั่วประเทศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 133/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) เป็นไปด้วยความรอบคอบ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ และสอดคล้องกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อระบบขนส่งทางทะเล

ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ ขณะที่กรรมการ อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม, รมช.มหาดไทยที่ได้รับมอบหมาย, ปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงคมนาคม, ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ปลัดกระทรวงพลังงาน, ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน, เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, ผู้แทนหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย, ผู้แทนหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน, ผู้แทนภาคประชาชน ซึ่งอยู่ในพื้นที่โครงการจำนวนไม่เกิน 3 คน, ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ประธานกรรมการแต่งตั้ง โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นกรรมการและเลขานุการ, ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และรองเลขาธิการ สศช.ที่ได้รับมอบหมาย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สำหรับหน้าที่และอำนาจคือ 1.ประเมินความเป็นไปได้ของการพัฒนา และผลกระทบในมิติต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตรโลกในปัจจุบัน เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา 2.รับฟังและรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ 3.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็น 4.เชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ผู้เชี่ยวชาญ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงหรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ และ 5.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือ ครม.มอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ชูประโยชน์ ปชช.

ด้านนายเอกนิติกล่าวว่า นายกฯ บอกให้มาเป็นประธานศึกษาความเป็นไปได้ ข้อดีข้อเสียทั้งหมด ในฐานะที่ตนดูในเรื่องของเศรษฐกิจ จึงให้ตนดูในภาพรวมทั้งหมด 

เมื่อถามว่า กรอบระยะเวลาการศึกษา 90 วัน จะเห็นชัดเลยหรือไม่ว่าโครงการนี้จะเดินหน้าไปอย่างไร นายเอกนิติกล่าวว่า ขอไปดูก่อน เมื่อถามย้ำว่าความชัดเจนโครงการแลนด์บริดจ์จะจบภายในรัฐบาลนี้เลยหรือไม่ รองนายกฯ และ รมว.การคลังกล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องของการศึกษาถึงความเป็นไปได้ ตนก็อยากทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลายเป็นว่าเรื่องร้อนๆ มาอยู่ที่ท่านหมดเลย นายเอกนิติเพียงแต่ยิ้มโดยไม่ได้ตอบคำถาม

 ส่วนนาย​พิพัฒน์กล่าวว่า ​เป็นแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้การศึกษามีความครบถ้วนรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยมีการแต่งตั้งประธานคณะทำงานและเปิดทางให้คัดเลือกคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมพิจารณาอย่างครอบคลุม ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกน้อยใจต่อการตัดสินใจดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามเหตุผลและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

"ในวัน​ 8 พ.ค.​นี้​ ผมไม่ได้เดินทางลงพื้นที่ ​ เพราะรอผลการศึกษาคณะกรรมการชุดนี้ให้เรียบร้อยก่อน​ เพราะหากผมลงไปตอนนี้อาจจะถูกหรือผิดก็ได้​ ฉะนั้นจึงเลือกที่จะไม่ลงดีกว่า อย่างไรก็ตาม การศึกษาโครงการแลน​ด์บริดจ์​จะต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม​ และสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับ ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงเฉพาะระบบรางอย่างเดียว แต่จะมีระบบถนนระบบท่อขนส่งพลังงาน แต่เชื่อว่าระยะเวลาการศึกษาจะอยู่ตามกรอบที่นายกฯ ได้สั่งการไว้" นายพิพัฒน์ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำความเข้าใจต่อเสียงคัดค้านของประชาชนอย่างไร นายพิพัฒน์​กล่าวว่า จะต้องทำความเข้าใจทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะคนในพื้นที่ จ.ชุมพรและระนอง​ ที่จะได้สิทธิ​ในการทำมาหากินในพื้นที่ของตนเองอย่างไร รวมถึงมีการสงวนอาชีพอะไรเพื่อทดแทนกับให้กับผู้ที่เสียโอกาส  เช่น กลุ่มประมงพื้นบ้าน

เมื่อถามว่า กลุ่ม NGO ที่คัดค้านเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ทราบ ซึ่งน่าจะมีทั้งคนในและนอกพื้นที่​ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะดำเนินการโครงการขุดคอคอดกระในอดีต​ หรือ​ คลองไทย​ อาจจะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถทำให้เดินหน้าได้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ต้องทำการศึกษาใหม่ว่าจะคุ้มหรือไม่กับการลงทุนครั้งใหญ่ในครั้งนี้ และก่อนหน้านี้เคยมีการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก​ (อีอีซี) และโครงการแลน​ด์บริดจ์​ไม่เหมือนโครงการคอคอดกระที่จะต้องมีการขุดคลองจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแบ่งแยกประเทศไทยออกเป็น​ 2 ประเทศหรือไม่ แต่วันนี้เลือกที่จะไม่มีการขุดคลอง แต่ใช้ระบบถนน​ ราง​ และท่อ แต่ผู้ที่คัดค้านมีความกังวลเรื่องการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งหากผ่านภูเขาจะใช้วิธีการสมัยใหม่ทำเป็นอุโมงค์ ฉะนั้น การทำลายระบบนิเวศจะน้อยลง แต่เชื่อว่าจะต้องมีการพัฒนาและทำการศึกษา

เรือธง 'ภท.' ตั้งแต่ปี 62

ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดการทำโครงการใหญ่ขนาดนี้จึงไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาลนั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดมาแล้วก่อนหน้านี้ และถือเป็นนโยบายธงเดิมที่ทำการหาเสียง​ และเมื่อกลับมาดูแลกระทรวงคมนาคม จึงนำมาเป็นธงในการดำเนินการต่อ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการและประชาชนในพื้นที่คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ว่า จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อศึกษาประเด็นดังกล่าว ไม่เฉพาะสิ่งแวดล้อม แต่จะมีข้อมูลทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น จึงขอให้รอผลการศึกษาที่จะออกมา รวมถึงจุดคุ้มทุนของประเทศ

ส่วนผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน นิด้าโพล ที่ประชาชนภาคใต้เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น ตนเห็นว่าการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์มีหลายรูปแบบ หากรัฐบาลจะดำเนินการจะต้องสอบถามประชาชนในพื้นที่ และศึกษารูปแบบต่างๆ ที่สามารถทำได้ มีผลทางเศรษฐกิจ การลงทุน และผลกระทบแต่ละฉากทัศน์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีเรื่องความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น จึงจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะแม้เคยจะมีการศึกษามาแล้ว จะต้องมีการพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย รวมถึงยังต้องพูดคุยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบข้อเสนอแนะกรณีโครงการแลนด์บริดจ์ จังหวัดชุมพร-ระนอง ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ ที่มุ่งเน้นให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และรายงานการศึกษามาประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลัก รับเรื่องนี้ไปพิจารณาเพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว โดยให้สรุปผลการพิจารณา หรือผลการดำเนินการดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอ ครม.ต่อไป

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ  พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า สิ่งที่เรากังวลคือโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เรายังกังวลในเรื่องของความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือกระบวนการที่ตั้งข้อสังเกตว่าการนำเสนอนโยบายอาจมีความไม่โปร่งใส เพราะไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ดำเนินการอย่างเร่งรัด

ปลุกจับตา 2 ประเด็น

โดยชวนประชาชนจับตาเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ 2 ประเด็น คือ 1.พ.ร.บ.เอสอีซี ที่เนื้อหามีความคล้ายคลึงกับ พ.ร.บ.อีอีซี โดยพรรคประชาชนไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดจาก พ.ร.บ.อีอีซี ขึ้นซ้ำรอยกับ พ.ร.บ.เอสอีซี จึงเตรียมเสนอญัตติกรรมาธิการการศึกษาผลกระทบจากกฎหมายอีอีซี เพื่อประกอบวิเคราะห์กับร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี ทั้งประเด็นเรื่องเงินลงทุนที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย หรือผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่ 2.จับตาว่ารัฐบาลจะนำร่าง พ.ร.บ.เอสอีซีเข้าที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบหรือไม่ เพราะมีการจัดทำตั้งแต่สภาชุดก่อน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า  หัวใจของแลนด์บริดจ์ไม่ใช่แค่การสร้างท่าเรือน้ำลึกหรือระบบราง แต่คือการออกแบบห่วงโซ่อุปทานให้ครบวงจร และสามารถต่อยอดศักยภาพเศรษฐกิจเดิมของประเทศได้จริง ทั้งนี้ ขอสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ในฐานะโอกาสของภาคใต้ที่รอคอยการลงทุนขนาดใหญ่มานาน แต่การตัดสินใจต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่รอบด้าน ทั้งการศึกษาความเป็นไปได้และแผนเศรษฐกิจที่ชัดเจน เพราะความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้วัดแค่สิ่งก่อสร้าง แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้จริง

ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีการยื่นญัตติเรื่องขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ว่า  ทราบว่าญัตติได้ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว แต่มีสมาชิกหลายคนได้ติดต่อมายังตน สนใจที่จะอภิปรายญัตติจำนวนมาก รวมทั้งมีหลายคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ และมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ทำให้สมาชิกจึงขอให้ขยับญัตติดังกล่าวออกไปเป็นสัปดาห์หน้า  ทั้งนี้ หากสุดท้ายรัฐบาลเดินหน้าผลักดันโครงการนี้ ควรจะมีการทำประชามติใน 2 ระดับคือ ประชามติจากคนทั้งประเทศ และจากคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะต้องให้ความเห็นชอบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เซ็นแล้ว ตั้ง 'บอร์ดศึกษาแลนด์บริดจ์'

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 133/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม

ครม. รับทราบข้อเสนอกรรมการสิทธิฯ ให้จัดรับฟังความเห็นประชาชน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบข้อเสนอแนะกรณีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) จังหวัดชมพร - ระนอง ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)