
“แสวง” เผยคดีฮั้ว สว.ถึงมือ กกต.ใหญ่แล้ว ยันผลเลือกตั้งแบบ สส. 5/18 ครบ 100% แล้ว “ไอลอว์” จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติรายหน่วย “ยิ่งชีพ” ขู่คดีฮั้วหาก กกต.สั่งไม่ฟ้องเจอร้องแน่
เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พ.ค.2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าผลการเลือกตั้งครบ 100% แล้วหรือไม่ ว่าไม่ใช่ผลการเลือกตั้ง แต่เป็นแบบ สส. 5/18 ที่ได้ถามไปทางจังหวัด ซึ่งจังหวัดได้ยืนยันได้ถ่ายและลงในเว็บไซต์ครบหมดแล้ว หากกลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) มาทวงถามว่าไม่ครบ ก็ต้องถามว่าที่ไหน จังหวัดไหน
สำหรับผลการตรวจสอบคำร้อง สส.นั้น นายแสวงกล่าวว่า เร่งรัดทุกเรื่อง และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีการเลือกตั้งครบทุกระดับ ตั้งแต่การเลือก สว. เลือกตั้งท้องถิ่น รวมถึงเลือกตั้ง สส. ทั้งหมดมีเรื่องร้องเรียนกว่า 2,000 เรื่อง ซึ่งเรื่องที่เร่งรัดที่สุดคือคดีที่เกี่ยวกับ สว. ที่มีสำนวนใหญ่อยู่ 1 สำนวน ส่วนสำนวนอื่นๆ จะมีกรอบเวลา เรื่องคุณสมบัติ 60 วัน นับคะแนนหลังประกาศผล 90 วัน สำหรับสำนวนทั่วไปมีเวลา 1 ปี ต้องพิจารณาว่าจะหยิบสำนวนไหนขึ้นมาพิจารณาก่อน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ให้เกินกำหนดเวลา
เมื่อถามว่า กรณีคำร้องการเลือกตั้ง สส.ที่จังหวัดเชียงรายและสุราษฎร์ธานี ที่มีการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย นายแสวงกล่าวว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบให้สิ้นกระแสความ ซึ่งสำนักงานมีหน้าที่เร่งรัด แต่ผู้ที่ปฏิบัติงานคือคณะกรรมการสืบสวน ส่วนกรณียายหลานที่มีการซื้อเสียงและเรียกสอบแล้วนั้น พบว่าไม่มีการกระทำความผิด แต่เป็นการพูดเล่นและโพสต์สนุก เพียงแต่ตั้งคำถามไว้ว่าเหมาะสมหรือไม่ และกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร
นายแสวงยังกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคดีฮั้ว สว.ว่า สำนักงานได้ส่งเอกสารทุกอย่างถึง กกต.ใหญ่ตั้งแต่สิ้นเดือนเม.ย. หลังจากนี้ต้องดูว่า กกต.จะพิจารณาอย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ สำนักงานจะรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ ส่วนคดีบัตรเลือกตั้งที่มี QR Code และบาร์โค้ดในศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งชื่อพยานไปแล้ว 5 คน ส่วนคำชี้แจงพยานยังไม่ได้ส่งมาตามกำหนดภายใน 15 วัน
ขณะเดียวกัน กลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และเครือข่ายภาคประชาชน รวมตัวกันมาที่สำนักงาน กกต. จัดกิจกรรมยกขบวนทวงคะแนน กกต. เพื่อขอให้ กกต.เผยแพร่ผลการนับคะแนนรายหน่วยของการเลือกตั้ง สส.ปี 2569 และการออกเสียงประชามติให้ครบทุกหน่วยออกเสียง ซึ่งภายในกิจกรรมได้นัดกันใส่เสื้อสีเขียวและป้ายข้อความต่างๆ
นายชยพล ดโนทัย ตัวแทนกลุ่มไอลอว์ กล่าวถึงผลคะแนนเลือกตั้งรายหน่วย และผลประชามติรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า แม้ผ่านมากว่า 3 เดือนหลังการเลือกตั้ง แต่ระบบ ECT Report ยังเผยแพร่คะแนน สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อไม่ครบ 100% พร้อมยกตัวอย่าง จ.กาฬสินธุ์ และ จ.อุบลราชธานี ที่ยังพบข้อมูลหลายหน่วยเลือกตั้งสูญหายหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน รวมถึงมีปัญหาอัปโหลดข้อมูลผิดพลาดและซ้ำกัน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ กกต.นำระบบ Dashboard รายงานผลคะแนนกลับมาเปิดใช้งาน หลังปิดปรับปรุงมานานกว่า 3 เดือน ส่วนผลประชามติรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันประชาชนทราบเพียงผลรวมระดับประเทศ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยผลรายเขตหรือรายหน่วย จึงเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
ด้านนายพงศธร กันทวงค์ จาก WeWatch เผยว่า วีวอตช์ส่งอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วประเทศกว่า 16,000 คน และพบปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งกรณีเจ้าหน้าที่กรอกรหัสเขตผิด รวมถึงการนำซองใส่บัตรเลือกตั้งปี 2566 มาใช้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจงจาก กกต. จึงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการจัดการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ กกต.ยุติการดำเนินคดีกับประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนที่เข้ามาตรวจสอบการเลือกตั้ง พร้อมเสนอให้ทบทวนการใช้ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง และติดตั้ง CCTV ภายในหน่วยเลือกตั้งเพื่อเพิ่มความโปร่งใส
ด้าน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่ม 3 นิ้ว ระบุว่า ปัญหาการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาสะท้อนว่า กกต.อาจจะไม่ได้ตั้งใจโปร่งใส แต่ยึดคำว่าชอบด้วยกฎหมายเป็นหลัก เพราะ กกต.ทั้ง 7 คน มาจากการเห็นชอบของวุฒิสภา ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน
ส่วนนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวถึงคดีการทุจริตเลือก สว.ว่า กกต.ต้องทำหน้าที่เป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ ตรวจสอบความบริสุทธิ์ของกระบวนการ และส่งคดีทั้งหมดไปยังศาลเพื่อการวินิจฉัยที่เป็นธรรม โดยไม่ต้องวินิจฉัยเอง เนื่องจาก กกต.ปัจจุบันหลายท่านมาจากการเลือกของ สว.ชุดนี้ ซึ่งอาจเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และหาก กกต.กล้าใช้อำนาจสั่งไม่ฟ้องคดี สว. ประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในความเป็นธรรม ซึ่งไอลอว์จะนำข้อมูลทั้งหมดที่มีมานำเสนอต่อสาธารณชน และดำเนินคดีกับ กกต.ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ
วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายณรงค์ รักร้อย กรณีเข้ารับตำแหน่ง กกต. โดยแจ้งว่า มีทรัพย์สินรวมนางเตือนจิตร์ รักร้อย คู่สมรส ทั้งสิ้น 26,010,835 บาท ไม่มีหนี้สิน แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายณรงค์ 4,804,605 บาท และนางเตือนจิตร์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 21,204,777 บาท โดยทรัพย์สินที่น่าสนใจ นายณรงค์แจ้งถือครองสร้อยคอทองคำ หนักรวม 8 บาท 1 เส้น มูลค่า 1.6 แสนบาท พระเครื่อง 7 องค์ ได้มาระหว่างปี 2547-2560 มูลค่ารวม 678,000 บาท แหวนหลวงพ่อเดิม 1 วง ได้มาปี 2558 มูลค่า 1 แสนบาท ส่วนภริยาสะสมเครื่องประดับจำนวนหนึ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชี้แก้ปากท้องก่อน รธน.ใหม่รอใน 2 ปี
“ภราดร” แจงกลัวเสียของ ครม.ใช้ร่างรัฐธรรมนูญเดิม อาจถูกตีตก “พริษฐ์” ซัดเดือด รัฐบาลไม่จริงใจ เมินเสียงประชามติ “ปชน.” จวก สูญงบ 9 พันล้านเพื่อเริ่มใหม่ ครป.-ญาติวีรชนฯ แนะใช้ รธน.ปี 40 เป็นฐาน
ดร.โจฟุ้งหวังกวาดชัย! ปชป.เปิดตัว 16 พ.ค. แน่
กกต.ประชุมติวเข้มความพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา รับความผิดพลาด กปน.เป็นบทเรียน ย้ำการรักษาอุปกรณ์ให้ถูกระเบียบ สั่งเข้มประธานหน่วยต้องแม่นกฎ "ดร.โจ" หวังชนะ
กู้ล็อตแรก2แสนล. อัดฉีดไทยช่วยไทยพลัส/‘ฟ้า-ส้ม’จับมือลงชื่อยื่นตีความ
"เอกนิติ" ย้ำ "มูดี้ส์" ไม่ติดใจรัฐบาลกู้เงินเพิ่ม 4 แสนล้าน มั่นใจ ศก.ไทย-วินัยการคลัง ทุบโต๊ะกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินล็อตแรก 2 แสนล้านบาทก่อน อัดฉีดไทยช่วยไทยพลัส เตรียมชงแผนปรับโครงสร้างหนี้เข้า
WHOยัน‘ฮันตา’ ไม่แรงเท่าโควิด สธ.สั่งเร่งศึกษา!
“อนามัยโลก” ยัน “ไวรัสฮันตา” ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นระบาดใหญ่เหมือนโควิด “สิงคโปร์” ผวากัก 2 ชายสูงอายุกลับจากท่องเรือสำราญแล้ว
อนุทินโชว์วิสัยทัศน์ลุยถกทวิภาค
“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมอาเซียน แนะ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาท” หารือทวิภาคีทั้งผู้นำเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ “สีหศักดิ์” แจงหารือ 3 ฝ่ายปัญหาไทย-กัมพูชา เล็งส่งอุปทูตกลับไปประจำการ
กลัวถูกลืม! 'ไอลอว์' จัดอีเวนต์ บุก กกต. ตัดริบบิ้น ชูป้ายเรียกร้องเปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง
"ไอลอว์" บุก กกต. จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง–ประชามติรายหน่วยครบ 100% ซัดระบบ ECT Report ข้อมูลหาย ซ้ำยังผิดพลาด ด้าน WeWatch แฉปมเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น ตั้งคำถามความโปร่งใส กกต. ชี้ไม่ยึดโยงประชาชน ด้าน “ยิ่งชีพ” เตือนคดีฮั้ว สว. 8 หมื่นหน้า หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง ประชาชนหมดศรัทธาแน่

