"ถาวร" บี้กรมสรรพากรฟ้องล้มละลาย "ทักษิณ" ไม่ชำภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท คดีขายหุ้นชินคอร์ป หวั่นหมดระยะเวลาบังคับคดีกลางปี 70 "ภาคประชาชนขอนแก่น" บุกศูนย์ดำรงธรรม จี้ "นายกฯ อนุทิน" เก็บภาษี "ทักษิณ" ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ขีดเส้น 1 เดือนหากไม่ดำเนินการจะร้องเอาผิดนายกฯ-รมว.การคลัง-กรมสรรพากร ตาม ม.157
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณีศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จ่ายภาษี 17,600 ล้านบาท ขายหุ้นชินคอร์ปไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ว่า เรื่องภาษี 17,000 กว่าล้านบาท เกรงว่ารัฐจะไม่ได้เงินเลย ระยะเวลาบังคับชำระภาษีค้างจะหมดประมาณกลางปี 2570 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 เรื่องนี้ไม่ใช่การบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 271 ซึ่งถ้าเป็นกรณี 271 จะหมดปี 78 เนื่องจากคำพิพากษาศาลฎีกาอ่านเมื่อพฤศจิกายน 2568
นายถาวรระบุว่า มีคนไม่เข้าใจและเข้าใจผิดเรื่องนี้กันเยอะ ภาษีคงจะไม่ได้ตามจำนวนดังกล่าวแน่นอน เบื้องต้นทราบว่าบังคับชำระภาษีได้เพียง 50 ล้านบาทเศษ ไม่มีใครออกมาเล่นเรื่องนี้เลย ทั้งๆ ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์เงินแผ่นดิน น่าเศร้าครับ
กรณีนี้ในการยึดทรัพย์ ใช้ประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา 12 จึงขอแจ้งไปยังอธิบดีกรมสรรพากรให้ใช้อำนาจอย่างเคร่งครัด
"ในกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ 17,629 ล้านนี้ได้ ขอให้กรมสรรพากรพิจารณาฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะมีหนี้สินล้นพ้นตัวและไม่สามารถชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้กรมสรรพากรได้ ผมขอฝากไปยัง สส.ฝ่ายค้านติดตามและช่วยพิจารณาดำเนินการด้วย" นายถาวรระบุ
วันเดียวกัน เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายชัยชนะ ทัศนิยม ที่ปรึกษาองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น เข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม ส่งถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในการเร่งรัดจัดเก็บเงินค่าภาษีจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นเงินภาษีจำนวน 17,629 ล้านบาท เพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวมาใช้ในการบริหารประเทศ
โดยนายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ กล่าวว่า ตามที่ศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำพิพากษา ที่ได้มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีชำนัญพิเศษ (แผนกคดีภาษีอากร) โดยพิพากษาให้กรมสรรพากรเรียกเก็บเงินภาษีได้จากนายทักษิณ ชินวัตร กรณีขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ขายหุ้นให้คนใกล้ชิด กรมสรรพากรคิดเป็นเงินภาษีที่ต้องชำระจำนวน 17,629 ล้านบาท คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว นับจากวันที่มีคำพิพากษา
"ขณะนี้นายทักษิณได้รับการพักโทษ ตามเงื่อนไขนักโทษเด็ดขาดที่ประพฤติดีและได้ออกจากเรือนจำคลองเปรมแล้ว จึงอยากให้นายอนุทินได้ติดตามเรื่องดังกล่าวด้วย แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังจะละเลย เพราะเป็นอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี ในการที่จะต้องติดตามเงินจำนวนดังกล่าวมาเข้าสู่แผ่นดิน ซึ่งหากนายอนุทินยังเพิกเฉย ทางองค์กรจะยื่นหนังสือเอาผิดนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 157 ทันที โดยจะให้เวลานายกรัฐมนตรี 1 เดือนในเรื่องนี้ เพราะอยากให้รักษาผลประโยชน์ของชาติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50"
นายตุลย์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ภาคพลเมืองจะคอยเอาผิดกับกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมสรรพากร เพราะถือว่าเป็นส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตัวอย่างที่ผ่านมาเราเคยเห็นแล้วว่า นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ได้รับโทษตามมาตรา 157 มาแล้ว
ขณะที่ นายชัยชนะ ทัศนิยม กล่าวว่า ตาม ป.วิแพ่ง คู่ความคดีทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลย ผู้ชนะคดีย่อมจะมีอำนาจหน้าที่ ซึ่งกรมสรรพากรที่จะต้องบังคับคดี ตามฟ้องนายทักษิณ เมื่อบังคับคดีไม่ได้ก็ต้องฟ้องล้มละลาย เพราะมีหนี้สินล้นพ้นตัว หากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกรมสรรพากรเพิกเฉย ก็จะเข้าข่าย ม.157 ด้วยเช่นกัน จะต้องรับกรรมทันที เพราะไม่มีใครช่วยได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ต้องทำ แต่เมื่อไม่ทำก็ต้องรับกรรมไป
สำหรับคดีดังกล่าว ศาลภาษีอากรเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นโจทก์ฟ้องกรมสรรพากร เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ต่อศาลภาษีอากรกลาง โดยขอให้ศาลภาษีอากรกลางเพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) เลขที่ ภงด.12-03025250-25600328-001-00005 ลงวันที่ 28 มี.ค.2560 ที่แจ้งให้นายทักษิณจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มเป็นเงิน 1.76 หมื่นล้านบาท ให้กับกรมสรรพากร
หลังจากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางที่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษี ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) เนื่องจากเจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากร มิได้ออกหมายเรียกตรวจสอบโจทก์ (นายทักษิณ) ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร ในฐานะตัวการ ดังนั้นการออกหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) จึงเป็นการดำเนินการโดยมิชอบ จากนั้นจำเลยทั้ง 4 ราย ได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ลงวันที่ 2 มิ.ย.2566
กระทั่งเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2568 ศาลฎีกามีคำพิพากษา ที่ 6890/2568 ลงวันที่ 14 ส.ค.2568 พิพากษากลับ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และศาลภาษีอากรกลาง โดยตัดสินยกฟ้องคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรเป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภาษี กรมสรรพากร) กรณีกรมสรรพากรประเมินภาษี เรียกเก็บเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท เป็นผลทำให้นายทักษิณต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งประเมินภาษี พร้อมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มของกรมสรรพากร ตามขั้นตอนของกฎหมาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แฉเกมเขมรยั่วยุ ทำสงครามข่าว ละเมิดGBCอีก
"โฆษก ทบ." ชี้ "กัมพูชา" ยังเล่นเกมยั่วยุชายแดน ยิงปืนป่วนรายวัน
สั่งสอบนอภ.-ใช้‘ปปง.’ ปราบต่างชาติรุกที่รัฐ
"อนุทิน" เรียกบิ๊ก ตร.เข้าทำเนียบรัฐบาล สั่งเอาจริงปราบนอมินีต่างชาติ-รุกที่สาธารณะให้สิ้นซาก
เท้งสำนึกความเป็นผู้แทน ภท.จ่อเคาะร่างแก้ไขรธน.
"ณัฐพงษ์" รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ
ถก10กลุ่มทุนใหญ่ รัฐบาลนำไอเดียยกเครื่องศก./สภาเบรกบรรจุพ.ร.ก.กู้เงิน
รัฐบาลคึกคัก! "นายกฯ" เรียก "รมต." บรีฟข้อมูลก่อนเปิดทำเนียบฯ
'ถาวร' บี้สรรพากรฟ้องล้มละลาย 'ทักษิณ' ไม่ชำระหนี้ 1.7 หมื่นล้าน คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป
นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรื่องภาษี 17,000 กว่าล้านบาท เกรงว่ารัฐจะไม่ได้เงินเลย ระยะเวลาบังคับชำระภาษีค้างจะหมดประมาณกลางปี 70 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 เรื่องนี้ไม่ใช่การบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา
เสี่ยงทาย‘วันพืชมงคล’ น้ำน้อย-ค้าขายดีศก.รุ่ง
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2569

