‘มท.4’ สั่งลุย! ปราบภัยสวมสิทธิ์ทะเบียนราษฎร

6 กันยายน 2569 – “วรศิษฎ์” สั่งกรมการปกครองเดินหน้าปราบภัยทะเบียนเชิงรุก นำผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมาเป็นฐานขยายผล ไม่หยุดแค่จับรายคดี แต่ให้ตรวจสอบย้อนกลับทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การแจ้งข้อมูล การเพิ่มชื่อ การย้ายทะเบียน ไปจนถึงการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเปิดช่องให้เกิดการทุจริต ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

มท.4 ระบุ ปฏิบัติการที่ผ่านมา “ทำให้เห็นช่องโหว่ และทำให้เห็นคนที่อยู่เบื้องหลัง” ตั้งแต่ “กวาดบ้านกลางกรุง” ที่พบความผิดปกติจากการตรวจสอบทะเบียนและการพักอาศัยในพื้นที่เป้าหมาย ไปจนถึง “ปฏิบัติการไชยปราการ” ที่ขยายผลการตรวจสอบไปถึงบุคคลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สะท้อนว่าปัญหาทะเบียนต้องมองทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุดที่พบปัญหา

“จากนี้สั่งให้ลุยต่อ ไม่ใช่จบแค่คดีที่จับได้ แต่ต้องเอาข้อมูลจากทุกปฏิบัติการมาวิเคราะห์หาความผิดปกติในพื้นที่อื่นด้วย” โดยกำหนดแนวทางทำงานให้ชัดเจน “ตรวจให้เจอ–ขยายผลให้ถึง–จัดการคนผิด–ปิดช่องโหว่” เพื่อไม่ให้ระบบทะเบียนถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) กล่าวว่า ทะเบียนราษฎรเป็นฐานข้อมูลสำคัญของประเทศ จึงไม่ควรมองเรื่องทะเบียนเป็นเพียงขั้นตอนด้านเอกสาร แต่ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง เพราะหากข้อมูลต้นทางผิด อาจส่งผลต่อกระบวนการอื่นตามมา

“สิ่งที่เรากำลังทำคือปิดช่องตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยตามแก้ ใครทำผิดต้องถูกดำเนินการ ใครเปิดช่องให้เกิดการทุจริตก็ต้องรับผิด และช่องโหว่ที่พบต้องถูกแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ”

มท.4 กล่าวว่า ผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมาไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสถิติการจับกุม แต่จะนำมาใช้เป็น “บทเรียนจากพื้นที่จริง” เพื่อค้นหารูปแบบความผิดปกติ และตรวจสอบว่ามีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นหรือไม่

พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลและทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบรายการที่มีลักษณะผิดปกติ การเชื่อมโยงข้อมูลบุคคล และการตรวจสอบกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถพบความผิดปกติก่อนที่จะขยายเป็นปัญหาใหญ่

“เจอคนผิดต้องจัดการ เจอขบวนการต้องขยายผล เจอช่องโหว่ต้องปิด นี่คือแนวทางของการปราบภัยทะเบียนจากนี้”

นายวรศิษฎ์ย้ำว่า การเดินหน้าปราบภัยทะเบียนต้องไม่กระทบประชาชนที่สุจริต ทุกกรณีต้องใช้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก ขณะเดียวกันผู้ที่ใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจัง

“ทะเบียนต้องเป็นหลักประกันความถูกต้องของประชาชน ไม่ใช่ช่องทางให้คนผิดใช้ประโยชน์ จากนี้จะไม่รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่จะลุยตรวจ ปิดช่อง และจัดการตั้งแต่ต้นทาง” มท.4 กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

น้ำเน่าส่งกลิ่น 'มท.4' สั่ง 'อจน.' ฉีดพ่นจุลินทรีย์บำบัด

มท.4 “วรศิษฎ์” ลุยน้ำท่วมเคหะร่มเกล้า สั่งการ องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) “ฉีดพ่นจุลินทรีย์บำบัดน้ำเน่าเสีย-ดับกลิ่นรบกวน ควบคู่เร่งสูบระบายน้ำ” พร้อมแจ้งประชาชนหากพบน้ำเริ่มส่งกลิ่น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เข้าฉีดพ่นได้ทันที

'มท.4' ชี้น้ำท่วมกรุงเริ่มดีขึ้น แต่ 'คลองจั่น-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง' ยังอ่วม ส่งครัวสนามและรถสุขาช่วย

'วรศิษฎ์' ชี้สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เริ่มดีขึ้น แต่รับ 'เคหะคลองจั่น-ร่มเกล้า-ลาดกระบัง' น้ำยังเยอะ เร่งส่งครัวสนาม-รถสุขาช่วย ฝากถึง ผอ.เขต ขาดเหลืออะไรให้รีบแจ้ง

'วรศิษฎ์' เผย เดินหน้าเร่งบรรจุ 'ข้าราชการท้องถิ่น' ตามไทม์ไลน์ 19 ต.ค.นี้

 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการบรรจุและเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นว่า เดี๋ยวจะให้ผู้ที่

'วรศิษฎ์' ลงนราธิวาส ติดตามเหตุบึ้มรถ อส. สุคิริน เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ

“อนุทิน” มอบหมาย “วรศิษฎ์” ลงนราธิวาส ติดตามเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุกสมาชิก อส. กำชับดูแลเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียเต็มที่ตามสิทธิทันที พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจ สมาชิก อส. ที่ได้รับบาดเจ็บทุกนาย

มท.4 สั่งผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งแจงปมด่านถลางเรียกรับเงิน

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับกรมการปกครองและจังหวัดภูเก็ตให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยเร็ว โดยให้ตรวจสอบตั้งแต่เหตุการณ์ บุคคลที่เกี่ยวข้อง