ดร.ณัฏฐ์ งัดคำพิพากษาโต้ปมฟ้องตรง กกต. ซัด 'สิทธิโชติ' ระวังเจอปมจริยธรรม

“ดร.ณัฐวุฒิ” ชี้มติ กกต.เสียงข้างมากยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ถือเป็น “ใบขาว” งัดคำพิพากษาศาลอาญาทุจริตฯ อ้างรัฐเป็นผู้เสียหาย บุคคลทั่วไปไม่มีอำนาจฟ้องแทน พร้อมตอบโต้ “สิทธิโชติ” กกต.เสียงข้างน้อย ปมเปิดข้อมูลในสำนวนก่อนคำวินิจฉัยกลาง ตั้งคำถามอาจเข้าข่ายมาตรฐานจริยธรรมหรือไม่

17 กันยายน 2569 - สืบเนื่องจากมติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมีทั้งมติ 5 ต่อ 2 ยกคำร้องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมือง และมติที่เกี่ยวข้องกับการส่งดำเนินคดี สว. 26 คนกับพวก ทำให้เกิดข้อถกเถียงในสังคมว่า ผู้เกี่ยวข้องสามารถฟ้อง กกต.โดยตรงได้หรือไม่

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บริษัท AURELIAN GROUP และบริษัทในกลุ่มธุรกิจ AG กล่าวว่า มติที่ประชุมใหญ่ กกต.วินิจฉัยชี้ขาดในชั้น กกต.เป็นขั้นตอนสุดท้าย โดยถือมติเสียงข้างมาก และไม่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดส่วนตัว เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน การวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566

ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า การยกคำร้องเป็นการให้ “ใบขาว” ในชั้น กกต. และอ้างว่าไม่อาจรื้อร้องฟ้องใหม่ได้ โดยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 ประกอบมาตรา 224 (2) ส่วนผู้ที่เห็นต่างถือเป็นความเห็นทางการเมือง แต่เมื่อ กกต.มีมติเสียงข้างมากยกคำร้องแล้ว ย่อมเป็นที่สุดในชั้น กกต. พร้อมกล่าวว่า “มันจบแล้วครับนาย” ทั้งนี้ เป็นข้อวิเคราะห์ทางกฎหมายของ ดร.ณัฐวุฒิ

ส่วนกรณีใบแดงและใบดำ ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา บัญญัติให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยต้องรอคำวินิจฉัยกลาง ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน ระหว่างที่ กกต.ยังไม่ได้มอบอำนาจให้นิติกรไปฟ้องคดี สว.ที่ถูกกล่าวหายังมีอำนาจเต็ม จนกว่าจะมีการยื่นคำร้องต่อศาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อ กกต.ยื่นคำร้องขอเพิกถอนสิทธิต่อศาลแล้ว ผู้ถูกร้องจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่ง ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่าแตกต่างจากคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกลที่ศาลมีดุลพินิจเป็นอย่างอื่น พร้อมย้ำว่า สว.ที่ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และกระบวนการยังต้องดำเนินไปอีกหลายขั้นตอน

ส่วนกรณี สว.กลุ่มที่ถูกเรียกว่า “สว.สีส้ม” ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า ยังต้องรอผล ขณะที่กรณี สว.สำรองยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา เขามองว่าเป็นเพียง “อีเวนต์รายวัน” โดยอ้างว่ากลุ่มดังกล่าวเคยยื่นฟ้องต่อศาลฎีกามาแล้ว แต่ศาลยกฟ้องทุกคดี

สำหรับข้อถกเถียงว่าผู้สมัคร สว.มีอำนาจฟ้อง กกต.ได้หรือไม่นั้น ดร.ณัฐวุฒิ อ้างคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ คดีหมายเลขดำที่ อท 185/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 50/2569 ซึ่งเขาระบุว่า ศาลยกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง โดยมีสาระสำคัญว่ารัฐเป็นผู้เสียหาย และบุคคลที่มีอำนาจฟ้องแทนรัฐคือพนักงานอัยการ

ดร.ณัฐวุฒิ จึงตั้งคำถามต่อผู้ที่ระบุว่าจะฟ้อง กกต.ว่า จะฟ้องในฐานะใด พร้อมกล่าวถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โดยกล่าวหาว่าการนำเงินของกลางในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องฟอกเงินไปว่าจ้างทนายความฟ้อง กกต. อาจเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาของ ดร.ณัฐวุฒิ และยังมิใช่ข้อยุติทางคดี

ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เดินขบวนร่วมกับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ “ยิ่งชีพ iLaw” โดยกล่าวถึงคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับนายยิ่งชีพ รวมถึงกล่าวอ้างถึงบุคคลในครอบครัวของนายยิ่งชีพและกระบวนการในคดีที่ สน.ทองหล่อ พร้อมระบุว่าตนมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นคำกล่าวอ้างของ ดร.ณัฐวุฒิ

ส่วนกรณีนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย ดร.ณัฐวุฒิ วิจารณ์กรณีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสำนวนก่อนมีคำวินิจฉัยกลาง โดยอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 และมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2561 พร้อมตั้งคำถามว่า การเปิดเผยข้อมูลในสำนวนคดีเดียวกันก่อนศาลฎีกาชี้ขาด อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ทั้งนี้ นายสิทธิโชติได้ให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ว่า มติในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในพรรคการเมืองไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยบางรายเป็นมติ 5 ต่อ 2 และบางราย 6 ต่อ 1 พร้อมอธิบายเหตุผลของฝ่ายเสียงข้างน้อยเกี่ยวกับพยานหลักฐานในคดี

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า มติเสียงข้างมากเป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 ส่วนคำวินิจฉัยจะเป็นมติเอกฉันท์หรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง พร้อมวิจารณ์นายสิทธิโชติว่าเป็นการ “แพ้มติในที่ประชุมแล้วพาล”

นอกจากนี้ ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า วันนี้ เวลา 15.00 น. จะเดินทางไป สน.บางเขน เพื่อกล่าวโทษนายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ กับพวก รวมทั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ และนายทะเบียนสภาทนายความ โดยกล่าวหาว่ามีการดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีถอนชื่อของตนออกจากสมาชิกทนายความ

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะสภานายกพิเศษ ตาม พ.ร.บ.ทนายความ มาตรา 20 แล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2569 หลังทราบเรื่องเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 และได้แจ้งเรื่องต่อพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลาไว้แล้ว เพื่อใช้ประกอบการอุทธรณ์

พร้อมกันนี้ ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงนายธนพลและผู้บริหารสภาทนายความ โดยวิจารณ์การบริหารงานและตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณสมบัติตามมาตรา 35 (4) รวมถึงกล่าวอ้างถึงคดีเกี่ยวกับลูกความในอดีต และระบุว่าจะนำหลักฐานของทั้งตนเองและนายธนพลเสนอต่อสภานายกพิเศษเพื่อวินิจฉัย หากพบว่านายธนพลขาดคุณสมบัติ ก็ควรมีการเลือกนายกสภาทนายความคนใหม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกา ปัดตกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดี สว. เดินหน้าตรวจพยานตามนัด

ศาลฎีกา ยกคำร้อง กกต. ขอเลื่อนไต่สวนคดีคุณสมบัติ สว. ดักทางอ้างอภินิหารกฎหมายยื่นศาล รธน. วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ ยันเดินหน้าไต่สวนพยาน 21 ธ.ค. ตามนัด

“กกต.”คว้ามือ"ศาลรธน." แก้ลำโดนสาวลึก"ฮั้วสว."

ศึกชิงแดนอำนาจระหว่าง องค์กรอิสระ กับ องค์กรตุลาการ เป็นจุดที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก หลังจาก กกต.มีความคืบหน้าในการส่งดำเนินคดีอาญาขบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 77 ราย ซึ่งมี สว.ชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วยถึง 26 ราย

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้ กกต.ส่งศาล รธน.ตีความอำนาจ ไม่ใช่ 'รัฐประหารซ่อนรูป'

สืบเนื่องจาก กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในการใช้อำนาจขององค์กรอิสระเป็นที่สุดหรือไม่ โดยมีข้อพิ

ไม่ธรรมดา 'นิพิฏฐ์' จับตา กกต.หลังชนฝา ขออำนาจศาลรธน.สกัดอำนาจของศาลฎีกา

'นิพิฏฐ์' ชี้ไม่ธรรมดากกต.หลังชนฝา ขออำนาจศาลรัฐธรรมนูญ สกัดอำนาจของศาลฎีกา ไม่ให้มีอำนาจพิจารณาคำร้องของส.ว.สำรอง หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากกต.ใช้อำนาจไม่ชอบ อิสรภาพของกกต.บางคนก็ริบหรี่ลงทันที แต่หากวินิจฉัยว่าศาลฎีกาไม่มีอำนาจพิจารณา จะเป็นการปะทะกันระหว่างศาลรธน.และ ศาลฎีกา