'อนุทิน' ชี้ภาวะผู้นำนายกฯมีทั้งรุกทั้งถอย ทำการบ้านมาดี ได้รับความสนใจจากนานาชาติ

"อนุทิน" ปลื้มจีนชื่นชม​ไทย ตัดสินใจตัดไฟเมียนมา ย้ำ​พร้อมพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์ประเทศ​ ชี้สภาวะผู้นำนายกฯมีทั้งรุกถอยรับ ทำการบ้านมาดี ได้รับความสนใจจากนานาชาติ
 
8 ก.พ.2568 - ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเดินทางร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 5-8ก.พ. ว่า สาระของการหารือกับจีนเป็นเรื่องที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย​ มีหลายเรื่องที่ น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรี นำเสนอ และมีหลายเรื่องที่จีนขอความร่วมมือ ซึ่งต่างฝ่ายต่างให้ความร่วมมือ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยดีโดยเฉพาะการร่วมวงรับประทานอาหาร​ ที่นายกรัฐมนตรีได้รับความสนใจจากผู้นำนานาชาติ​ การพูดคุยเริ่มจากเป็นทางการจนสุดท้ายเป็นบรรยากาศที่ฉันมิตร หลายเรื่องนายกฯหารือผู้นำจีนบนโต๊ะอาหาร จึงไม่ใช่บรรยากาศที่ตึงเครียดเหมือนบนโต๊ะเจรจา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี
 
นายอนุทิน กล่าวว่า​ ทางจีนได้ชื่นชม เป็นอย่างมาก กรณีที่รัฐบาลไทยตัดไฟ 5 จุดชายแดนไทย-เมียนมา เกี่ยวกับความเด็ดขาดและตัดสินใจอย่างรวดเร็วของรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี และส่วนตัวในฐานะผู้ปฏิบัติ ทุกอย่างเป็นไปเรียบร้อยดี เนื่องจากเป็นเรื่องนโยบายที่มอบมา เราก็ตอบสนองโดยทันที ส่วนเมื่อตัดไฟแล้วเมียนมาไปซื้อไฟจากลาวนั้น​ ก็เป็นเรื่องกิจการภายในของเขา​ แต่เราปกป้องพิทักษ์ผลประโยชน์ของคนไทยและประเทศไทย หากเราสามารถปกป้องคนไทยได้แล้ว อะไรที่จะเกิดขึ้นในประเทศของเขา ก็เป็นเรื่องของเขาเราไม่เกี่ยวข้อง
 
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า​ สภาวะผู้นำของนายกฯ มีทั้งการโต้ตอบ มีจังหวะรุกถอยรับ​ เพราะได้ทำการบ้านมา ซึ่งนายกฯได้เล่าให้ฟังเสมอว่า ตอนกลางคืนเตรียมตัวอย่างดี หากถูกสอบถามแบบนี้จะตอบอย่างไร ทำให้มั่นใจขึ้นเรื่อยๆ แต่ส่วนตัวเห็นว่านายกฯทำได้ดี ซึ่งต้องชื่นชม ในฐานะที่ตนมีอาวุโสมากกว่า
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข

รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา

ตำรวจ ตม.สืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชาหลอกลวงคนในประเทศเสียหายหลายพันล้านเยน  ตำรวจญี่ปุ่นประสานความร่วมมือตามรวบได้ย่านทองหล่อ

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 'นายร้อยปอยเปต' หลอกโอนเงิน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน

ตำรวจปฏิบัติการ The Red Line เส้นตาย สายกดเงินนายร้อยปอยเปต ลวงหมออ้างเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินบังคับวีดีโอคอลโดยมีฉากหลังเป็นสถานีตำรวจ พบประวัติพัวพัน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน

รวบยกแก๊ง! ตำรวจภาค 6 ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงินซื้อทอง-เหรียญดิจิทัล

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 สนธิกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกลงวันที่ 6 พ.ค. 2569 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่และร่วมกันฟอกเงิน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี