พท. ย้ำเตรียมขอมติครม. จ่ายค่าตอบแทน 'ชรบ.-จนท.' ดูแลปชช.ชายแดน 120-240 บาทต่อวัน

‘รองโฆษกเพื่อไทย’ ย้ำ 5 ข้อสั่งการ ‘ภูมิธรรม’ ช่วยเหลือ ปชช.ในพื้นที่เขตชายแดนไทย-กัมพูชา ยัน ‘รัฐบาล’ พร้อมเร่งคืนวิถีชีวิต-รอยยิ้มให้ผืนแผ่นดินไทย

10 ส.ค.2568-นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) และเลขานุการรมว.มหาดไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ได้ติดตามคณะของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า สถานการณ์การสู้รบปัจจุบันได้สงบลงแล้ว และกำลังเดินหน้าเข้าสู่ระยะของการฟื้นฟูพื้นที่ ให้สภาพสังคมและเศรษฐกิจกลับมาเดินต่อได้เหมือนเดิม

โดยรัฐบาลได้ประสานทางรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เพื่อช่วยประสานดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบที่ชายแดน รวมถึงสส.ของพรรคเพื่อไทยที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆขณะนี้ พร้อมเป็นกลไกสำคัญเป็นตัวกลางในการประสานงานความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับสู่ที่พักได้อย่างราบรื่น และมีความพร้อมในการเดินหน้าต่อไป

นายชนินทร์กล่าวว่า นายภูมิธรรม และคณะไปส่งพี่น้องประชาชนที่จ.อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการทั้ง 4 จังหวัด เพื่อติดตามและสั่งการการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยได้สั่งการใน 5 แนวทางสำคัญ 

ข้อสั่งการข้อแรก เรื่องการอำนวยความสะดวกในการกลับบ้าน ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมช่วยส่งรถเดินทาง และให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยอำนวยความสะดวกรถพยาบาลสำหรับขนส่งผู้ป่วย และผู้สูงอายุช่วยนำพาพี่น้องประชาชนกลับสู่ที่พัก รวมทั้งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดเตรียมสิ่งของอำนวยความสะดวก เตรียมอาหารและเครื่องใช้ เท่าที่จำเป็นให้พี่น้องประชาชนใช้ในช่วงเริ่มต้นหลังจากกลับในที่พักแล้ว

ข้อสั่งการข้อที่สอง เรื่องการสำรวจความเสียหายและการซ่อมแซม ได้มีคำสั่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเร่งตรวจสอบความเสียหายของบ้านพัก และสาธารณูปโภคต่างๆในพื้นที่ เพื่อเร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยา และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ประสานดำเนินการกับหน่วยงานของราชการทั้งทหารช่าง, อาชีวศึกษา และโยธาธิการ เพื่อช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนพี่น้องประชาชนให้กลับสู่สภาพโดยเร็ว โดยใช้เงินทดรองจ่ายที่อนุมัติไปแล้วตามกรอบที่ดำเนินการได้

ข้อสั่งการข้อที่สาม เรื่องการลดภาระค่าครองชีพ ให้พี่น้องประชาชน โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายภูมิธรรม ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ประกาศเตรียมขอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้การประปาส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค งดเว้นการเก็บค่าน้ำค่าไฟ เป็นระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงเดือน ก.ค.- ส.ค. ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย และต้องอพยพในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนช่วงเดือน ส.ค. ที่ได้กลับเข้ามาเริ่มต้นการดำรงชีวิตเหมือนเดิมอีกครั้งจะช่วยบรรเทาค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนในช่วง 2 เดือนนี้ไปพลางก่อนได้

ข้อสั่งการข้อที่สี่ การสำรวจการประกอบอาชีพและสาธารณสุข โดยให้กระทรวงสาธารณสุขประเมินและให้ความช่วยเหลือครอบคลุมไปทางประชาชนที่มีการสูญเสียขวัญจากสถานการณ์การสู้รบในช่วงที่ผ่านมา และผู้ปฏิบัติงานทั้งทหาร ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ทุกคนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยให้มีความพร้อมในการกลับมาประกอบอาชีพและเดินหน้าชีวิตอีกครั้ง

ส่วนข้อสั่งการสุดท้าย คือ การตอบแทนเจ้าหน้าที่อาสาที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือ โดยประกาศเตรียมขอมติ ครม. เพื่อดำเนินการจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมถึงเจ้าหน้าที่ต่างๆที่ดำเนินการภารกิจดูแลประชาชนในช่วงอพยพ โดยมีกรอบวงเงินเบิกจ่ายวันละ 120 -240 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการดำเนินงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยในช่วงเวลาที่ผ่านมา

”ขอย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย และสส.พรรคเพื่อไทยที่อยู่ในพื้นที่ ทุกคนพร้อมประสานความช่วยเหลือให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ เป้าหมายของเราคือการเร่งสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน เร่งคืนวิถีชีวิต เร่งคืนรอยยิ้มกลับมาบนผืนแผ่นดินไทยให้ได้โดยเร็ว“

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.สั่ง 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ล้าง 3 หมื่นระบบใน 15 วัน-บังคับใช้ MFA

ครม.ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลภาครัฐ รับมือบัญชีผู้ใช้งานรั่วไหล ไฟเขียว 3 มาตรการเร่งด่วน บังคับเจ้าหน้าที่กว่า 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ตรวจสอบระบบสารสนเทศกว่า 30,000 ระบบภายใน 15 วัน พร้อมยกระดับใช้ MFA ปิดช่องภัยคุกคามไซเบอร์

'สีหศักดิ์' ยื่นหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่ฯ ซัด 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนข้อมูลมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

เปิดหนังสือ รมว. กต. ส่งถึงท่าหลวงใหญ่เพื่อ สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กรณีแถลงการณ์ของ“ ทอม แอนดรูส์” ผู้เสนอรายงานพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษชนในกัมพูชา พาดพิงไทยด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

เพิ่มทางเลือกเช็กข้อมูลนิติบุคคล ซื้อเฉพาะรายการได้แค่ 5 บาท

รัฐบาลเพิ่มทางเลือกตรวจข้อมูลนิติบุคคล เลือกซื้อข้อมูลในหนังสือรับรองเฉพาะรายการได้ รายการละ 5 บาท ลดต้นทุนประชาชน-ภาคธุรกิจ

นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน เสียใจกัมพูชาเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ

นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทยในฐานะสมาชิก พร้อมแจงสถานการณ์ชายแดน เสียใจกัมพูชาเลือกประนอมภาคบังคับ

ปัจจัย ‘ภายใน-ภายนอก’ เร้ากระแสข่าวปรับครม.

กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งจะทำงานมาได้ 4 เดือนเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวถือว่าน้อยมาก หากเทียบรัฐบาลในอดีต ที่อย่างเร็วที่สุดจะปรับกันทุก 6 เดือน หรือครึ่งปี