ฟันธง! เกมชิงตั้งรัฐบาล 'อนุทิน' เป็นต่อหลายขุม

30 สิงหาคม 2568 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เกมชิงตั้งรัฐบาล “อนุทิน” เป็นต่อหลายขุม” ระบุว่าหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป ทำให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่างลง มีการแย่งชิงกันจัดตั้งรัฐบาล มีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักใน 2 ขั้ว คือขั้วอำนาจเดิมของพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กับขั้วใหม่ของพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล เคลื่อนไหวเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยได้ดำเนินการแบบลับๆเงียบๆ เดินเกมใต้ดินมาตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งช่วงนั้นเหมือนกับเกิดสุญญากาศทางการเมือง ทำให้ผู้นำจิตวิญญาณหรือครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถนัดเดินเกมใต้ดิน ประสานงานจับมือกันเปลี่ยนขั้วรัฐบาล จนใกล้ถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย คือวันที่ 29 สิงหาคม จึงปรากฏภาพความเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกุล โพสต์เฟซบุ๊กภาพกับบุคคลสำคัญหลายคน ซึ่งเป็นการแสดงสัญญาณว่า นายอนุทินพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

การเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ได้ดำเนินการมาจนถึงคืนวันที่ 28 สิงหาคม ก่อนวันศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย1วัน มีกระแสข่าวว่า นายอนุทินได้รวมเสียงสนับสนุนได้ถึง 270 เสียง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่งไป นายอนุทินก็เดินเกมชิงธงนำ ประสานงานจัดตั้งรัฐบาลทันที คือการไปพบกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้รับเงื่อนไขข้อเสนอของพรรคประชาชนทุกข้อ

การเคลื่อนไหวไปพบกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานพรรคกล้าธรรม ซึ่งได้ประสานงานอย่างลับๆมาก่อน จนมีความมั่นใจว่า เสียงสนับสนุนของขั้วพรรคภูมิใจไทยมากกว่าขั้วพรรคเพื่อไทย ซึ่งแกนนำพรรคเพื่อไทย โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย ได้นั่งแถลงข่าวพรรคร่วมรัฐบาลเดิม แต่ขาดพรรคกล้าธรรม และกลุ่มส.ส.สุชาติ ชมกลิ่น ทำให้ขั้วของพรรคเพื่อไทย มีเสียงไม่เพียงพอ รวมทั้งตัวบุคคลที่จะชูขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่ชัดเจน นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ยังเป็นปัญหาเจ้าตัวไม่มีความมั่นใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าขั้วพรรคเพื่อไทยไม่มีความพร้อมในการชิงจัดตั้งรัฐบาล เกมการจัดตั้งรัฐบาลจึงตกอยู่ในขั้วของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินจึงเป็นต่อพรรคเพื่อไทย เว้นแต่ในช่วงวันหยุดนี้ นายทักษิณจะพลิกเกมการเมือง มีข้อต่อรองใหม่ หรือสร้างเงื่อนไขใหม่เปิดดีลใหม่ จนทำให้เสียงสนับสนุนเทมายังขั้วพรรคเพื่อไทย

เมื่อถึงวันนั้นอาจเป็นไปได้ ถ้าเกมที่นายทักษิณ จะพลิกด้วยการล็อบบี้ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ เป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง เมื่อถึงจุดนั้นอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นของพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิมก็ได้

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อนุทิน’ ยินดี ‘ทักษิณ’ พ้นเรือนจำ มีโอกาสพบกันตามวาระ

นายกฯอนุทิน แสดงความยินดีกับ “ทักษิณ ชินวัตร” เตรียมออกจากเรือนจำ 11 พ.ค.นี้ เผยเคารพนับถือในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชาที่ผูกพันกันมานานกว่า 20 ปี เปรียบเสมือนลูกหลาน ระบุกรุงเทพฯไม่กว้าง วันหนึ่งคงมีโอกา

’อนุทิน‘ รับเต็มบ่า พ.ร.ก.กู้เงิน ลั่นดีร้ายนายกฯรับผิดชอบ

“นายกฯอนุทิน” ประกาศชัดหลัง พ.ร.ก.กู้เงินมีผลบังคับใช้ ทุกอย่างจากนี้อยู่ในความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี ย้ำใช้งบตรงถึงประชาชน คุมเข้มทุกขั้นตอน ไม่ให้รั่วไหลแม้แต่สตางค์เดียว

นายกฯ หารือผู้นำฟิลิปปินส์ เดินหน้าผลักดันบทบาทอาเซียน

“อนุทิน” พบปะหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ชื่นชมการเป็นเจ้าภาพที่ราบรื่น พร้อมเห็นพ้องขับเคลื่อนความร่วมมือด้านอาหาร การค้า การลงทุน และพลังงาน เสริมความมั่นคงของภูมิภาคในทุกมิติ

'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม

'นิกร' ชงรัฐบาลรีเซต จัดทำ รธน.ใหม่ ชี้ร่างของฝ่ายค้านเอากลับมามีปัญหาแน่

"นิกร" แนะเซตซีโร่ แก้รัฐธรรมนูญ เสนอภูมิใจไทยจัดทำร่างฉบับใหม่ ส่วนร่างที่ค้างสภาฯเป็นของฝ่ายค้าน หากเอากลับมาจะมีปัญหาแน่นอน แจงรัฐบาลไม่รีบเพราะมีปัญหาเร่งด่วน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาแก้ รธน.

ฟันธง! ศึกชิง 50 สก. ได้สภา กทม. 4 สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง'

นักวิชาการคาด ศึกชิง สก. 50 ที่นั่ง ได้สภากทม.สี่สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง' มองพวกแอบอ้างโหนชัชชาติจบแล้ว ชี้คนกรุงฉลาด เลือกผู้ว่าฯ เมืองหลวง ต่างจากสนามการเมืองระดับชาติ