ชาวสวนยาง ปลื้มโครงการจัดทำประกันกลุ่ม กยท.จัดเต็มให้สิทธิ์ผู้ลงทะเบียนก่อน 30 มิ.ย. อีก 1.712 ล้านราย

ผู้ว่ากยท.“ณกรณ์” เผย การจัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มตามนโยบายบอร์ด กยท. ทำชาวสวนยาง ปลื้มพอใจสูงถึงร้อยละ 94.8 พร้อมเผยผลงาน ปี 61-64 มีทายาทได้รับสินไหม 26,426 ราย เป็นเงิน 1,319.06 ล้านบาท ส่วนปี 65 จัดเต็มมอบสิทธิ์ให้ผู้ลงทะเบียนก่อน 30 มิ.ย. 65 อีก 1.712 ล้านราย

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า การจัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่ม เป็นโครงการสวัสดิการที่ดำเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ที่ต้องการสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต รวมถึงเป็นสวัสดิการแก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ในทุกกลุ่ม จากการได้รับความคุ้มครองที่เป็นความเสี่ยงภัยพื้นฐาน และเป็นค่าสินไหมทดแทน เพื่อช่วยเหลือทายาทเกษตรกรชาวสวนยางในการดำรงชีวิต โดยใช้เงินกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(5) ของ พ.ร.บ. กยท. พ.ศ. 2558 ส่วนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ประกอบด้วย ค่าปลงศพ 30,000 บาท เงินสวัสดิกาของ กยท.อีก 3,000 บาท หากเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วไปทางรถยนต์หรือทุพพลภาพสิ้นเชิง ได้รับเงิน 500,000 บาท ถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจักรยานยนต์หรือทุพพลภาพสิ้นเชิง ได้รับเงิน 250,000 บาท ซึ่งเกษตรกรที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพสิ้นเชิงในช่วงระยะเวลาประกันฯ คุ้มครอง ทายาทสามารถยื่นเรื่องขอรับสินไหมทดแทนได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี หลังจากวันเกิดเหตุ

“ ทั้งนี้ จากที่ กยท. ได้จัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจในการจัดสวัสดิการที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 จนถึงปัจจุบัน พบว่า เกษตรกรชาวสวนยางมีความพึงพอใจในการจัดทำประกันกลุ่มถึงร้อยละ 94.8 ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้มาขึ้นทะเบียนกับ กยท. เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่าง ๆ ที่ กยท. จัดทำขึ้นต่อไป โดยสำหรับในปีงบประมาณ 2565 ซึ่งเข้าสู่ปีที่ 5 กยท.ได้กำหนดจัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มให้กับเกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนกับ กยท. ก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,712,000 ราย ส่วนบริษัทประกันภัยที่จะเข้ารับทำประกันนั้น ได้มีการออกประกาศการยางแห่งประเทศไทย เรื่อง การเสนอราคาประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อเป็นสวัสดิการของเกษตรกรชาวสวนยางประจำปี งบประมาณ 2565 ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 ในเว็บไซต์การยางแห่งประเทศไทย ในหัวข้อข่าวจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงขอความอนุเคราะห์สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ช่วยเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ให้บริษัทประกันภัย ที่มีความประสงค์จะรับทำประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อเป็นสวัสดิการแก่เกษตรกรชาวสวนยาง ยื่นเรื่องเสนอราคาประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มตามเงื่อนไขที่ กยท. กำหนดในวันที่ 11 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 – 12.00 น. และคณะกรรมการฯ พิจารณาผลในเวลา 13.00 น. ของวันเดียวกัน” นายณกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ว่า กยท. ได้กล่าวถึงผลการดำเนินการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2564 ว่า ในส่วนของงบประมาณที่ใช้รวม 833.61 ล้านบาท มีทายาทเกษตรกรชาวสวนยางผู้เสียชีวิตได้รับสินไหมแล้ว 26,426 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 1,319.06 ล้านบาท โดยในส่วนของผลการดำเนินการล่าสุดในปีงบประมาณ 2564 ระยะเวลาประกันตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 – 15 สิงหาคม 2565 ได้มีการจัดทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มโดยบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  พร้อมได้นำแอพพลิเคชั่น “TIP FLASH CLAIM” เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้เกษตรกรชาวสวนยางหรือทายาท สามารถยื่นเรื่อง และติดตามสถานะการเรียกร้องค่าสินไหมได้อย่างรวดเร็ว

“ โดยในปีงบประมาณ 2564 มีจำนวนเกษตรกรที่มีสิทธิ์ในโครงการ 1,407,921 ราย  งบประมาณที่ใช้ประมาณ 292.97 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรายละ 206 บาท ทั้งนี้ จากรายงานวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 พบว่า มีเกษตรกรชาวสวนยางที่รับค่าสินไหมทดแทน จำนวน 4,512 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิตทั่วไป 4,300 ราย เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 89 ราย เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วไป รถยนต์116 ราย และทุพพลภาพถาวร 7 ราย คิดเป็นเงินค่าสินไหม 217.92 ล้านบาท”นายณกรณ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กยท. เฝ้าระวังโรคใบจุดกลมระบาดในสวนยางฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือเอลนีโญ

กยท. เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบจุดกลมในสวนยางในช่วงฤดูฝน ย้ำ!! ปีนี้ราคายางดี ต้องหมั่นสำรวจดูแลรักษาสวนยาง หนุนใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ-น้ำนมดิบ ช่วยดินร่วนซุย ต้นยางแข็งแรงเพิ่มปริมาณน้ำยาง พร้อมแนะกักเก็บน้ำสำรองเพื่อรับมือ "เอลนีโญ" ที่ทำให้ฝนตกน้อย สวนยางอาจขาดแคลนน้ำได้

รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท

รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง

กยท.พลิกวิกฤตปุ๋ยแพงเป็นโอกาสขยายผลสวนยางอินทรีย์ เร่งส่งเสริมเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำร่วมปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน

กยท. ผลิกวิกฤตปุ๋ยเคมีแพงเป็นโอกาส เร่งส่งเสริมและสนับสนุนสวนยางพาราใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักปลาหมอคางดำและน้ำนมดิบ หลังผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ร่วมกับปุ๋ยเคมี ตามนโยบาย 70:30 ของกระทรวงเกษตรฯ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยืนยันไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง พร้อมขยายผลขับเคลื่อนสวนยางอินทรีย์รองรับเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้าจับมือชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำแก้ปัญหาน้ำล้นตลาดอย่างยั่งยืน

กยท.วางยุทธศาสตร์บริหารตลาดยางเชิงรุก สร้างเสถียรภาพ คาดครึ่งปีหลังทิศทางราคายังดีต่อเนื่อง

แนวโน้มสถานการณ์ราคายางครึ่งปีหลังสดใส จากความต้องการใช้ที่ยังต่อเนื่อง หนุนราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น มีความเป็นไปได้จะทะลุ 100 บาท/กิโลกรัม   กยท. เดินหน้าใช้ยุทธศาสตร์บริหารจัดการตลาดเชิงรุกเสริมเสถียร ภาพและยกระดับราคายางไทยสู่จุดสูงสุด

กยท.ตอบโจทย์แก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ดัน"น้ำนมดิบ"เตรียมพัฒนาสู่"ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ"

“กยท.มีน้ำหมักชีวภาพรวมกว่า 4.62 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ 1.12 ล้านลิตร และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ 3.5 ล้านลิตร ซึ่งเกิดจาก ดำเนินการของ

กยท.อัดงบ 200 ลบ. ผนึกกำลังขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางยางโลก - เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้500,000ล้าน/ปี

กยท. ผนึกกำลังนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และ ภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จัดสรรงบรองรับกว่า 200 ล้านบาท/ปี หวังพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางยางพาราของโลก