กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประกาศความพร้อมจัดตั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (12 กรกฎาคม 2566) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ประกาศความพร้อม “การจัดตั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” ร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) พร้อมหนุนเรื่องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผนึกกำลังร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มุ่งบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 ณ ห้องประชุม 101 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ สส. พร้อม “เปิดศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานกลาง ส่งเสริมสนับสนุน ขับเคลื่อนและเชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ ในระดับพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โฆษกประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พิธีสารเกียวโต และความตกลงปารีส ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประชาคมโลกในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 ด้วยเหตุนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีนโยบายทบทวน ปรับบทบาท ภารกิจและโครงสร้างของหน่วยงาน เสนอการเปลี่ยนชื่อ “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” เป็น “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” โดยการนำภารกิจของกองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของ สผ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ มารวมกับภารกิจของ สส. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีจุดแข็งในด้านการสร้างจิตสำนึก การสร้างการมีส่วนร่วมและเพิ่มขีดความสามารถของประชาชน มีฐานเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงมีการศึกษา วิจัย พัฒนาสารสนเทศ และถ่ายทอดเทคโนโลยี นำมาผนวกรวมกัน และอีกหน่วยงานที่สำคัญคือ อบก. จะมาช่วยสนับสนุนเรื่องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมและพัฒนาโครงการและการตลาดซื้อ-ขายปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Carbon Credit) ที่ได้รับการรับรอง ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมีภารกิจที่ไม่ซ้ำซ้อนกันแต่จะเสริมกัน นับเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้นานาประเทศเห็นถึงความตั้งใจของไทยที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 นอกจากนี้ สส. ยังได้ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และนิด้าโพลล์ จัดทำแบบสำรวจความเห็นของประชาชนในการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 จำนวน 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศไทย พบว่า ร้อยละ 89.15 เห็นด้วยกับการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางด้านดังกล่าว และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนชื่อ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยังคงดำเนินการตามภารกิจเดิมด้านสิ่งแวดล้อมของ สส. และมุ่งเน้นประเด็นการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มเติม ในด้านการปรับตัวเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับทุกภาคส่วนและทุกระดับ ด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการเติบโตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ด้านการสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมกลไกการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเมือง สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การศึกษา วิจัยและพัฒนา ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี การให้บริการข้อมูลและข้อสนเทศ การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกในระดับพื้นที่ รวมทั้งการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยมุ่งเน้นบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบาย แผน และมาตรการไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

การดำเนินงานในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน กรมฯ ได้ดำเนินการปรับเนื้อหา บทบาท เป้าหมาย ในการสื่อสารที่มุ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การตั้งรับปรับตัว และลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการสร้างความเข้าใจกับเครือข่าย เพื่อปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับภารกิจของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เช่น เครือข่าย ทสม. เครือข่าย Zero waste ลดโลกร้อน เครือข่ายเยาวชน เป็นต้น ซึ่งจะสามารถยกระดับการดำเนินงานในภารกิจของกองประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของ สผ. และภารกิจในการสร้างจิตสำนึก การสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของ สส. กับกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมขยายความร่วมมือในการลดก๊าซเรือนกระจกกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาคอุตสาหกรรม ภาคคมนาคมขนส่ง ภาคเกษตรกรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ณ ศูนย์บริการประชาชน ชั้น 2 อาคาร สส. ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานกลาง ส่งเสริมสนับสนุน ขับเคลื่อนและเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ ในระดับพื้นที่ (กลุ่มจังหวัด/จังหวัด/องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น) บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ข้อมูลการลดและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ข้อมูลความเสี่ยงเชิงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและระดับนานาชาติ เป็นศูนย์เรียนรู้และสื่อสารข้อมูลองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับประเทศ รวมทั้งเป็นศูนย์ติดตาม พยากรณ์และคาดการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แจ้งเตือน สำหรับการแก้ไขปัญหา การรับมือ และปรับตัวกับความเสี่ยงเชิงพื้นที่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะมีพิธีเปิดศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2566 สุดท้ายนี้ ขอฝากให้ทุกท่านติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 เพราะทุก ๆ ภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะสำเร็จได้ หัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จนั้น ล้วนมาจากความร่วมมือจากประชาชนและทุกภาคส่วน นายสมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' ลงพื้นที่ชลบุรี สั่ง ทส.ระดมกำลัง-เครื่องมือ เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้ารับมือสถานการณ์

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ หมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

'สุชาติ' รับนโยบาย 'อนุทิน' สั่ง ทส. ระดมกำลัง-เครื่องจักร เร่งช่วยประชาชนประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและประสานทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากอย่างเต็มกำลัง

รมว.ทส. 'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนพื้นที่เสี่ยง สั่งกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศฝนตกหนัก จึงมอบหมายสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

'สุชาติ' เร่ง ทส. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ คลี่คลายน้ำท่วมปราจีนบุรี-สิงห์บุรีสระบุรี ช่วยประชาชนได้รับผลกระทบ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เร่งติดตามสถานการณ์น้ำและเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง โดยสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 และสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว

“รมว.สุชาติ” ห่วงใยประชาชน สั่ง คพ. รุกตรวจสิ่งแวดล้อม Data Center ประเดิม “เทเลเฮ้าส์” ห้วยขวาง พบเสียงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน น้ำทิ้งไม่พบปนเปื้อนน้ำมัน–VOCs

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินหน้าตรวจวัดและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการศูนย์ข้อมูล (Data Center) อย่างรอบด้าน ขานรับนโยบายรัฐบาลและแนวทางของ กทม.

'สุชาติ' เผยผลเวที GLSTF 2026 เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาล ดันไม้เศรษฐกิจถูกกฎหมาย–ยั่งยืน เชื่อมตลาดโลก สร้างมูลค่าเพิ่มให้ไทย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมงาน Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวทางด้านกฎหมาย การค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมไม้ และการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนกับนานาประเทศ