
วันที่ 5 กันยายน 2568 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี – สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8 ) สสส. ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับ แถลงข่าว “เวทีสรุปบทเรียนและความสำเร็จโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต” Future Wellness University: Closing Press Conference ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการภายใต้แนวคิด “Wellness Journey” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของโครงการ อธิบายที่มาและแรงบันดาลใจในการสร้างพื้นที่ดูแลชีวิตของนักศึกษาและบุคลากร การนำเสนอกิจกรรมและการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะ จนถึงผลสัมฤทธิ์เชิงระบบที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านนโยบาย การยกระดับการดูแลสุขภาพ และการสร้างวัฒนธรรมสุขภาวะที่ยั่งยืนในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย

นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก 8) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การสนับสนุนโครงการฯนี้ เกิดจากความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างโครงการกับพันธกิจหลักของ สสส. ในการขับเคลื่อนสังคมให้มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในอนาคต โดย สสส. ได้ร่วมสนับสนุนในมิติต่างๆ รวมถึงให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน ความสำเร็จของโครงการสะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และภาคีเครือข่าย ที่ทำให้แนวคิดเรื่องสุขภาวะ ก้าวออกจากนโยบายสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง ผลลัพธ์ของโครงการฯ ยังส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและสุขภาพ ที่ลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างวินัยสุขภาวะ

“นอกจากนี้ ยังผลักดันให้เกิดระบบและนโยบายมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต เป็นกรอบการดำเนินงานด้านสุขภาวะในระดับมหาวิทยาลัย พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านแอปพลิเคชัน TU Future Wellness และต่อยอดสู่ความยั่งยืน ผ่านการบูรณาการกับยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับนโยบายของอธิการบดีมธ. และสัมพันธ์กับกรอบการดำเนินงานระดับสากล เช่น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในประเด็นที่ 3 : Good Health and Well - Being และกรอบการดำเนินงานของ ASEAN University Network – Health Promotion Network (AUN-HPN) ความร่วมมือจากเครือข่ายทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ก้าวสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต” ที่จะเป็นต้นแบบให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในระดับชาติ และนานาชาติต่อไป” ผู้อำนวยการสำนัก 8 กล่าว

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ประธานกรรมการอำนวยการโครงการฯ กล่าวว่า โครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นผลมาจากการทำงานร่วมอย่างเป็นระบบ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติ เช่น สุขภาวะทางกาย: โครงการ "TU Future Wellness Fit Journey" มีผู้เข้าร่วม 120 คน สามารถเพิ่มการออกกำลังกายได้เฉลี่ยจาก 1 วันเป็น 3 วันต่อสัปดาห์ ภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ และช่วยลดความเครียดพร้อมกับเพิ่มคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น สุขภาวะทางใจ: มีการจัดกิจกรรม "Mental Health Check-up Day" ซึ่งเข้าถึงนักศึกษาและบุคลากรมากกว่า 620 คน และสามารถส่งต่อผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลได้อย่างทันท่วงที สุขภาวะทางสังคม: จัดกิจกรรม "Thammasat Hackathon: Future Wellness" เพื่อให้นักศึกษาได้พัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาวะใหม่ ๆ เช่น แอปพลิเคชัน Nous (นูซ) สำหรับส่งเสริมสุขภาพจิต สุขภาวะทางสิ่งแวดล้อม: จัดแคมเปญรณรงค์ "ไม่เร็ว ไม่ล้ม ไม่ก้มดูจอ" เพื่อลดอุบัติเหตุจากการจราจรในพื้นที่ ซึ่งพบว่าสามารถลดได้ถึง 55% ต่อเดือน รวมทั้งยังมีกิจกรรม "เน้นสุข ไม่เน้นสูบ" เพื่อให้มหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
“อีกหนึ่งความสำเร็จคือการพัฒนา TU Future Wellness Application ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักในการเก็บข้อมูลสุขภาวะและให้บริการด้านสุขภาพ มีผู้ใช้งานกว่า 6,000 คน และมีการส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพจิตแล้วกว่า 1,200 คน ถือเป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมไปถึงการประเมินผล ทั้งประเด็นสุขภาวะจิตเบื้องต้น , การติดบุหรี่ , ดัชนีความสุข และมิติสุขภาวะเฉพาะด้านกว่า 10 รูปแบบ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประเมินตนเองและรับคำแนะนำได้อย่างตรงจุด” รศ.นพ.พฤหัส กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ธันยพร สุนทรธรรม หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า การดำเนินงานของโครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคตนั้นสอดคล้องกับนโยบายของท่านอธิการบดี ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษา และการเป็นมหาวิทยาลัยสุขภาวะสำหรับบุคลากร ดังนั้น เเม้ระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ในระยะแรกนี้จะสิ้นสุดลง แต่คณะผู้ดำเนินโครงการนั้นก็ได้วางแผนเพื่อสานต่อโครงการในระยะถัดไป เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในด้านการดูแลสุขภาวะของคนธรรมศาสตร์ โดยการผลักดันให้โครงการมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต เป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมต่อผู้ทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาวะภายในมหาวิทยาลัยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเข้มเเข็ง และมีประสิทธิภาพ ขยายผลสัมฤทธิ์ของ “นโยบายมหาวิทยาลัยสุขภาวะดีแห่งอนาคต และเกณฑ์ประกันคุณภาพด้านการเป็นมหาวิทยาลัยส่งเสริมสุขภาวะ” รวมถึงการมุ่งขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มผู้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มบุคลากรที่อยู่ในช่วงใกล้เกษียณอายุราชการ หรือกลุ่มนักศึกษาเปราะบางที่ต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ และสานต่อกิจกรรมเรือธงของโครงการฯ ในระยะแรก อย่าง Mental Health Check-up Day ที่มีบทบาทสำคัญในการคัดกรองและดูแลสุขภาพใจของนักศึกษา และกิจกรรม TU Future Wellness Fit Journey ที่เน้นเรื่องสุขภาวะทางกาย โดยมุ่งส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้น การผลักดันให้มีงบประมาณส่วนกลาง โดยโครงการฯ เพื่อสนับสนุนผู้มีความสามารถด้านการทำงานส่งเสริมสุขภาวะ จะช่วยแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะในหน่วยงานของตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”
“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %
วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”
เด็กไทยป่วยโรค EVALI พุ่งจากบุหรี่ไฟฟ้า เร่งออกกม.กำหนดอายุเสพนิโคตินเด็ดขาด
แม้ประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 41 ประเทศของโลกที่ประกาศห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด แต่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้ากลับยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
สสส.เปิดรายงานสุขภาพคนไทยปี 69 พบวิกฤตเด็กเกิดน้อย สังคมแก่ตัว ข้อมูลท่วมท้น เจ็บป่วยนาน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” นำเสนอสัญญาณเตือนสำคัญของสังคมไทย ผ่าน 10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิด 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ
Design Hero 2025 ปั้นนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่ พลังสร้างสรรค์สู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้าเพื่ออนาคตเยาวชน
ในวันที่บุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตเด็กและเยาวชนไทยอย่างรวดเร็ว การสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันทางความคิดให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน

