
ท่ามกลางกลิ่นอายทะเลใต้และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี มีผืนผ้าที่เป็นเสมือน “เรื่องเล่าของชุมชน” ถ่ายทอดผ่านลวดลาย สีสัน และปลายพู่กันอย่างประณีต คือ “ยาริงบาติก” หนึ่งในกลุ่มหัตถศิลป์ร่วมสมัยที่กำลังสร้างชีวิตใหม่ให้ผ้าบาติกไทย ด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดการออกแบบยุคใหม่ จนกลายเป็นผลงานที่สะท้อนทั้งวัฒนธรรม วิถีชุมชน และความยั่งยืนในผืนผ้าเดียวกัน กลุ่มยาริงบาติก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2558 ก่อนจดทะเบียนเป็นสินค้า OTOP ในปี พ.ศ. 2560 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และฟื้นคืนคุณค่าของผ้าพื้นถิ่นให้กลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนอีกครั้ง
วันนี้ วิสาหกิจชุมชนยาริงบาติก ไม่ได้มีเพียงกลุ่มช่างฝีมือรุ่นเก่าเท่านั้น แต่ยังมี “คนรุ่นใหม่” และเยาวชนในชุมชนเข้ามาเรียนรู้ สืบทอด และต่อยอดองค์ความรู้ดั้งเดิม ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางความคิด จนงานบาติกของชุมชนมีทั้งกลิ่นอายท้องถิ่นและความร่วมสมัยไปพร้อมกัน

ผืนผ้าที่เล่าเรื่อง “ปัตตานี”
เอกลักษณ์สำคัญของยาริงบาติก คือการใช้ “ลวดลาย” เป็นภาษาทางวัฒนธรรม ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คน ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรมท้องถิ่นลงบนผืนผ้า ไม่ว่าจะเป็น ลายดอกชบา ลายใบเฟิร์น ลายช่องลม บ้านยาริง ลายช่องลมวังยะหริ่ง ลายจักสาน ลายดอกดาหลา ทุกลวดลายล้วนมีที่มา และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่อย่างแนบแน่นโดยเฉพาะ “ลายช่องลม” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในพื้นที่ หรือ “ลายดอกดาหลา” ที่สะท้อนความงดงามของพืชพื้นถิ่นชายแดนใต้ กลายเป็นอัตลักษณ์สำคัญที่ทำให้ผ้าบาติกของยาริงแตกต่างจากที่อื่น

สีธรรมชาติ…เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในชุมชน
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกลุ่มยาริงบาติก คือการเลือกใช้ “สีธรรมชาติ” ตามแนวทาง Sustainable Fashion หรือแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สีที่ใช้ในแต่ละผืนผ้า ล้วนสกัดมาจากพืชพรรณในชุมชน เช่น กาบมะพร้าวให้สีน้ำตาล ใบสาบเสือให้สีเขียว เปลือกเงาะให้สีเหลือง เปลือกมังคุดให้สีชมพู เปลือกตะเคียนทองให้สีน้ำตาลทอง ใบหูกวางให้สีเขียวอมเหลือง สีจากธรรมชาติเหล่านี้ อาจไม่ได้ฉูดฉาดเหมือนสีสังเคราะห์ แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล และมีชีวิต เหมือนเป็นสีที่เติบโตมาพร้อมผืนดินและผู้คนในชุมชนเดียวกัน

จาก “ป่าแดนใต้” สู่ผ้าลายพระราชทาน
หนึ่งในความภาคภูมิใจของกลุ่มยาริงบาติก คือการได้น้อมนำแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มาต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัย กลุ่มได้นำ “ลายป่าแดนใต้” ซึ่งเป็นลายผ้าพระราชทาน มาเป็นต้นแบบในการออกแบบผลงาน ด้วยเทคนิคการพิมพ์บล็อกไม้แบบโบราณ ผสมผสานกับการเขียนลายด้วยมืออย่างประณีต จนเกิดเป็นผ้าบาติกที่ยังคงกลิ่นอายท้องถิ่น แต่ตอบโจทย์การใช้งานของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ พระองค์ยังพระราชทาน “ลายชบาปัตตานี” ให้เป็นลายผ้าประจำจังหวัดปัตตานี โดยทรงศึกษาลวดลายพื้นถิ่นและนำมาผสมผสาน “ลายดอกชบาและลายเถาไม้เลื้อย” ที่สื่อถึงวัฒนธรรมพื้นถิ่นของจังหวัดปัตตานี และสร้างสรรค์ขึ้นเป็น “ผ้าลายชบาปัตตานี” พระราชทานเป็นของขวัญแก่ช่างทอผ้าชาวจังหวัดปัตตานี สร้างมูลค่าให้ผ้าไทย และสร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น

ยาริงบาติก ก้าวสู่เวทีระดับประเทศ
จากชุมชนเล็ก ๆ ในจังหวัดปัตตานี วันนี้ “ยาริงบาติก” กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผ้าพื้นถิ่นที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยในปี พ.ศ. 2566 นางสาวฮัสสือเม๊าะ ดอมะ ประธานกลุ่มยาริงบาติก สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองจากการประกวด “ผ้าลายดอกรักราชกัญญา” ประเภทบาติกพระนามาภิไธย ซึ่งจัดขึ้นในระดับประเทศ ภายใต้พระอนุญาตของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รางวัลนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของกลุ่มทอผ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันว่า “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” สามารถก้าวสู่เวทีใหญ่ได้ หากได้รับการสืบสานและต่อยอดอย่างถูกทิศทาง
จากผืนผ้าบาติกของชุมชนเล็ก ๆ ริมชายฝั่งทะเลปัตตานี สู่ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ยาริงบาติกสะท้อนให้เห็นถึงพลังของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการสืบสานและต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวพระดำริที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์อัตลักษณ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทุกลวดลาย ทุกเฉดสีธรรมชาติ และทุกผืนผ้า จึงไม่ได้เป็นเพียงงานหัตถศิลป์ หากเป็นเรื่องราวของผู้คน วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจที่ยังคงถักทอสืบต่อจากรุ่นสู่รุ่น

ผ้าบาติกที่มากกว่าความสวยงาม
สำหรับกลุ่มยาริงบาติก ผ้าหนึ่งผืนอาจเริ่มต้นจากเทียน สี และผ้าธรรมดา แต่สิ่งที่ถูกถ่ายทอดลงไปมากกว่านั้น คือเรื่องราวของชุมชน ความทรงจำของท้องถิ่น และความตั้งใจของผู้คนที่ต้องการรักษาวัฒนธรรม รักษางานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิม ผสานกับความร่วมสมัย ที่จะเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม บนผืนผ้าบาติกของยาริงแห่งนี้
ข้อมูล
1.วิสาหกิจชุมชนยาริงบาติก หมู่ 1 ตำบลหนองแรต อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี 94150
โทร. : 065-104-1830, 094-996-1946
ประธานกลุ่มยาริง บาติก : นางสาวฮัสสือเม๊าะ ดอมะ ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างสรรค์ผ้าบาติก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไหมดาหลา แมลงทับ : จากธรรมชาติ…สู่ศิลป์แห่งแผ่นดิน
โครงการศิลปาชีพศึกษาพัฒนาไหมไทยพื้นบ้าน ไหมดาหลา และแมลงทับ บ้านคลองหมี จังหวัดสระแก้วคือ “จุดเริ่มต้นของโอกาส” ที่เกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกล คือพื้นที่เล็ก ๆ ที่ถักทอ “ชีวิต” ของผู้คน ผ่านเส้นไหมและความงดงามจากธรรมชาติ
ศิลปะบนผืนผ้า “บาติกสมิหลา” แห่งท้องทะเลใต้
จากพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยสู่ความร่วมสมัย ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ช่างฝีมือ
หุบกะพงโมเดล : พลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้ง ด้วยเส้นใยป่านศรนารายณ์
ท่ามกลางผืนดินที่เคยแห้งแล้งของ บ้านหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี มีเรื่องราวของการพลิกฟื้นชุมชนที่กลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืน จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517
ศิลปาชีพสีบัวทอง : หัตถศิลป์สร้างคน ดินสร้างชีวิต
เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2549 ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเกษตรกรในอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต
“พระเมตตา พลิกชีวิตผาน้ำทิพย์”
บริเวณผืนป่าผาน้ำทิพย์ ในอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด พื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดกาฬสินธุ์ ในอดีตซึ่งเคยเผชิญกับปัญหาการบุกรุกและการตัดไม้ทำลายป่า
สืบสานงานช่างโขนศิลปาชีพ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน (All About Khon)
ท่ามกลางมรดกทางวัฒนธรรมของไทย “โขน” นับเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่รวมศาสตร์และศิลป์หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนาฏศิลป์ ดนตรี วรรณคดี งานช่างฝีมือ

