ศิลปะบนผืนผ้า “บาติกสมิหลา” แห่งท้องทะเลใต้

จากพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยสู่ความร่วมสมัย ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ช่างฝีมือและผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ ลุกขึ้นมาพัฒนางานหัตถศิลป์พื้นถิ่นให้ก้าวสู่เวทีใหม่อย่างสร้างสรรค์ หนึ่งในนั้นคือ “ME-D นาทับ” หรือ “มีดีนาทับ” กลุ่มผ้าบาติกเล็ก ๆ จากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่นำเรื่องราวของทะเลใต้ สีครามของคลื่น และเสน่ห์แห่งชายหาดสมิหลา มาถ่ายทอดลงบนผืนผ้าได้อย่างมีชีวิตชีวา จนกลายเป็นอีกหนึ่งงานคราฟต์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

จากครูศิลปะ…สู่ศิลปินบนผืนผ้า

จุดเริ่มต้นของ “มีดีนาทับ” เกิดจากความหลงใหลในศิลปะของนางจันทิมา สุขเมตตา หรือ “ครูจัน” ครูผู้สอนศิลปะที่นำความรู้ด้านการวาดภาพสีน้ำ มาต่อยอดสู่การสร้างสรรค์งานบาติก ด้วยแนวคิด “อยากสร้างสรรค์ศิลปะบนผืนผ้าให้ผู้คนได้สวมใส่ เป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ได้ ให้ผู้คนชื่นชม” จากผ้ามัดย้อมพื้นฐานได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นผ้าบาติกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานเทคนิคการเขียนเทียน การลงสี และการสร้างลวดลายที่ไม่ซ้ำใคร

“ME-D นาทับ” หรือ “มีดีนาทับ” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 ได้จดทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และเดือนมีนาคม 2560 ได้รับการคัดสรรให้เป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว ที่มีจุดเด่น เน้นลายผ้าที่แตกต่าง แต่คงรักษาคุณภาพของผ้าไว้ ด้วยการใช้ผ้าที่ทำจากฝ้ายเป็นหลัก ทำให้สวมใส่สบาย นิ่ม และไม่ร้อนและใช้สีธรรมชาติจากใบคนทีสอทะเล ซึ่งเป็นพืชในท้องถิ่น ที่มักขึ้นทั่วไปตามป่าชายเลน และริมน้ำลำคลองใกล้ชายทะเล

“สมิหลา” แรงบันดาลใจจากท้องทะเลสู่ผืนผ้า

หนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับกลุ่ม คือ “ผ้าบาติกลายสมิหลา” ที่ได้รับการคัดเลือกสำหรับใช้ตัดเสื้อให้กับคณะรัฐมนตรีสวมใส่ในช่วงการประชุม ครม.สัญจร ณ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลายมาจากรูปปั้นนางเงือกทอง ณ ชายหาดสมิหลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา สีสันและลวดลายบนผืนผ้ามาจากการผสมผสานระหว่างรูปปั้นนางเงือกทองและท้องทะเล อีกทั้งในกระบวนการผลิตยังได้นำเทคนิคการลงเกลือทะเลถึง 3 ชั้น เพื่อให้สีสันมีมิติ คล้ายระลอกคลื่น และช่วยให้สีติดทนนาน ใครได้สวมใส่ผ้าผืนนี้ เสมือนได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเล และเกลียวคลื่นของชายหาดสมิหลา

จากชุมชน…สู่การยอมรับในระดับประเทศ

ความโดดเด่นของ “ME-D นาทับ” ไม่ได้แค่ความสวยงามของลวดลายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพของเนื้อผ้า ที่เลือกใช้ผ้าฝ้ายเป็นหลัก ทำให้สวมใส่สบาย นุ่ม และไม่ร้อน ตอบโจทย์อากาศเมืองไทย ปัจจุบันมีสินค้าทั้งเสื้อแบบต่าง ๆ กระเป๋า หมวก และอื่น ๆ นอกจากนี้ผลงานของกลุ่มยังได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านมาตรฐาน OTOP และเวทีการประกวดระดับประเทศ ในช่วงปี พ.ศ. 2565–2567 ได้รับ “รางวัลพระราชทาน” จากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ติดต่อกันถึง 3 ปีนับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของช่างฝีมือไทย

ผืนผ้าที่ถักทอทั้งศิลปะและชีวิต

สำหรับ “ME-D นาทับ” ผ้าบาติกคือพื้นที่ของการเล่าเรื่อง เป็นศิลปะที่มีชีวิตและคือโอกาสในการสร้างอาชีพให้กับชุมชน จากจุดเล็ก ๆ ในตำบลนาทับ สู่การเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ สินค้าของทางกลุ่ม โดดเด่นด้วยลวดลายที่มีความคมชัด สีสันสวยงาม และมีคุณภาพสีที่ติดทนนานไม่ตกง่าย ผสานกับการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยังได้ต่อยอดจากเสื้อยืดมัดย้อม สู่สินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหมวก กระเป๋าผ้า และรองเท้า เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ทำให้ผ้าบาติก “ME-D นาทับ” คือ ศิลปะบนผืนผ้า ที่ไม่ได้บอกเล่าเพียงเรื่องราวจากสีสันและลวดลายเท่านั้น แต่ผ้าบาติกแต่ละผืนของที่นี่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจความหวัง และความเข้มแข็งของชุมชนที่ไม่เคยหยุดพัฒนานั่นเอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากพืชป่าสู่ศิลป์แห่งแผ่นดิน : พระราชดำริฟื้นชีวิต “ย่านลิเภา”

กระเป๋าย่านลิเภา คือ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทยที่ถือกำเนิดจากธรรมชาติและภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ ย่านลิเภา เป็นพืชเถาตระกูลเฟิร์นที่ขึ้นเองตามป่าดิบชื้น มี

งานศิลป์ภูมิปัญญาไทย ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร จากผืนดินที่แห้งแล้ง สู่แหล่งสร้างคุณค่าด้วยงานศิลป์แห่งอีสาน

เมื่อปี พ.ศ. 2525 บ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร ยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก การทำนาไม่ได้ผล ชาวบ้านขาดแคลนน้ำและรายได้ การดำรงชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

ภูมิปัญญาผ้าปาเต๊ะแห่งสุไหงโก-ลก Soloma Patek จ.นราธิวาส พระราชปณิธานแห่งการรักษาผืนผ้าไทย สู่การต่อยอดงานปาเต๊ะร่วมสมัย

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไทยจากทุกภูมิภาคของประเทศ

เสน่ห์งานศิลป์แห่งทักษิณราชนิเวศน์ ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากจะเป็นดินแดนที่มีความลากหลายทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่องจาก

ไหมอีรี่ หนึ่งเดียวในภาคใต้ จากพระราชดำริสู่พระราชปณิธานที่สืบสาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส

กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา "ศูนย์ศิลปาชีพ" ทั่วประเทศได้ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ฝึกอาชีพ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

จากปลายด้ามขวาน สู่เสน่ห์ผ้าบาติกไทย จ.นราธิวาส

พระวิสัยทัศน์ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ชุมชนผ้าไทยทั่วประเทศพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลงานร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ยุค