
พุทธศักราช 2513 เกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นาข้าวจำนวนมากได้รับความเสียหาย ราษฎรต้องเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ประสบภัยด้วยความห่วงใย พระราชทานสิ่งของและอาหาร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ภาพความทุกข์ยากของชาวบ้าน โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาผู้ผลิตอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์ มิได้เลือนหายไปจากพระราชหฤทัย

จากการช่วยเหลือชั่วคราว สู่ทางออกระยะยาว
พระองค์มิได้ทรงหยุดอยู่เพียงการสงเคราะห์ หากยังทรงมีพระราชดำริอันลึกซึ้งในการแสวงหาแนวทางต่อยอดเพื่อความยั่งยืนในอนาคต จะมีหนทางใดที่จะช่วยให้ราษฎรสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองในระยะยาว จากพระราชดำริอันเปี่ยมด้วยพระเมตตานี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ“โครงการศิลปาชีพ” โครงการที่มิใช่เพียงการ “ให้” แต่คือการ “หยิบยื่นโอกาส” ผ่านการสร้างอาชีพเสริมที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย

อาชีพเสริมที่เข้าใจชีวิตเกษตรกร
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักว่า เกษตรกรควรมีรายได้เพิ่มเติมในช่วงว่างจากการทำนาทำไร่ หรือในยามที่ดินฟ้าอากาศไม่อำนวย เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง
อาชีพที่ทรงส่งเสริม จึงเป็นอาชีพที่ทำได้ที่บ้าน ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น อาศัยภูมิปัญญาและฝีมือของชาวบ้าน ไม่ว่าผู้นั้นจะมีที่ดินทำกินหรือไม่ก็ตาม เป้าหมายคือ เพื่อให้ราษฎร ไม่ต้องขายที่ดิน ไม่ต้องเป็นหนี้สิน และไม่ต้องละทิ้งถิ่นฐานไปแสวงหางานในเมืองใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมอื่น ๆ ตามมา

จุดตั้งต้นจากผ้าไหม สู่เครือข่ายงานฝีมือทั่วประเทศ
ในระยะแรก พระองค์ทรงมอบหมายให้ ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์ นำคณะทำงานออกไปสนับสนุนให้ชาวบ้านทอผ้าไหมมัดหมี่ พร้อมทรงช่วยรับซื้อผลงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้และกำลังใจให้แก่ราษฎร
ต่อมาในปี พุทธศักราช 2519 ได้มีการก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างเป็นทางการ โดยพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิฯ

สืบสานศิลป์ไทย ให้คงอยู่คู่แผ่นดิน
มูลนิธิส่งเสสริมศิลปาชีพ ได้ขยายการสนับสนุนงานฝีมือแขนงต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาทิ งานทอผ้าไหม งานจักสานย่านลิเภา งานถมทอง งานปักผ้า งานคร่ำ รวมถึงงานหัตถกรรมพื้นบ้านอีกหลากหลายแขนงที่กำลังจะเลือนหายไป ปัจจุบันมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกศิลปาชีพหลายแห่ง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ กองศิลปาชีพสวนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร ซึ่งรวบรวมงานหัตถกรรมกว่า 20 แขนง จากทั่วประเทศ ผู้เข้ารับการฝึกส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานจากครอบครัวที่ประสบความเดือดร้อน ทั้งผู้ไม่มีที่ทำกิน มีที่ทำกินน้อย ประสบภัยธรรมชาติ หรือยังไม่มีอาชีพที่มั่นคง รวมถึงศูนย์ศิลปาชีพในจังหวัดต่าง ๆ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสกลนคร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดนราธิวาส

พระเมตตาที่เปลี่ยนชีวิต และรักษารากเหง้าของชาติ
การฝึกศิลปาชีพ มิได้เพียงสร้างรายได้ หากยังเป็นการสืบสานงานศิลป์ของชาติ และปลูกฝังความภาคภูมิใจในคุณค่าของฝีมือและภูมิปัญญาไทย

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ โครงการศิลปาชีพจึงมิใช่เพียงโครงการพัฒนาอาชีพ หากคือบทพิสูจน์ของ พระเมตตาที่ทรงมองเห็นคุณค่าในตัวของคนธรรมดา และด้วยความเชื่อมั่นว่า เมื่อได้รับโอกาสที่เหมาะสมคนไทยทุกคนสามารถยืนหยัดและสร้างชีวิตที่มั่นคงได้ด้วยตนเอง
แหล่งอ้างอิง
หนังสือเคียงราษฎร์ หน้าที่ 176, 177, 181, 199
เว็บไซต์ https://travel.kapook.com/view177273.html
เว็บไซต์กรมประชาสัมพันธ์ https://www.prd.go.th/th/page/item/index/id/1
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จากพืชป่าสู่ศิลป์แห่งแผ่นดิน : พระราชดำริฟื้นชีวิต “ย่านลิเภา”
กระเป๋าย่านลิเภา คือ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทยที่ถือกำเนิดจากธรรมชาติและภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ ย่านลิเภา เป็นพืชเถาตระกูลเฟิร์นที่ขึ้นเองตามป่าดิบชื้น มี
งานศิลป์ภูมิปัญญาไทย ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร จากผืนดินที่แห้งแล้ง สู่แหล่งสร้างคุณค่าด้วยงานศิลป์แห่งอีสาน
เมื่อปี พ.ศ. 2525 บ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร ยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก การทำนาไม่ได้ผล ชาวบ้านขาดแคลนน้ำและรายได้ การดำรงชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ภูมิปัญญาผ้าปาเต๊ะแห่งสุไหงโก-ลก Soloma Patek จ.นราธิวาส พระราชปณิธานแห่งการรักษาผืนผ้าไทย สู่การต่อยอดงานปาเต๊ะร่วมสมัย
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไทยจากทุกภูมิภาคของประเทศ
เสน่ห์งานศิลป์แห่งทักษิณราชนิเวศน์ ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส
ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากจะเป็นดินแดนที่มีความลากหลายทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่องจาก
ไหมอีรี่ หนึ่งเดียวในภาคใต้ จากพระราชดำริสู่พระราชปณิธานที่สืบสาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส
กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา "ศูนย์ศิลปาชีพ" ทั่วประเทศได้ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ฝึกอาชีพ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก
จากปลายด้ามขวาน สู่เสน่ห์ผ้าบาติกไทย จ.นราธิวาส
พระวิสัยทัศน์ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ชุมชนผ้าไทยทั่วประเทศพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลงานร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ยุค

