กมธ.กีฬารุมสับ'ซีเกมส์'ไม่พร้อม โลโก้ยังไร้วี่แวว-งบไม่พอ ที่พักจ่อวิกฤตหวั่นเสียหน้าทั่วโลก

นายธัชชญาณ์ณัช เจียรธนัทกานนท์ รองประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.68 โดยเชิญผู้แทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย , กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณเข้าชี้แจงที่ห้อง 406 อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 ที่ผ่านมา
 
นายเลอสันติ์ เสาหล่อน  หัวหน้างานแข่งขันกีฬานานาชาติ กีฬาแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังเร่งส่งข้อมูลที่จำเป็นให้กับประเทศสมาชิกภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยเฉพาะคู่มือการเดินทาง คู่มือทางการแพทย์ และการขอใช้สนามฝึกซ้อม ซึ่งทุกอย่างกำลังดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง
 
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเรื่อง โลโก้ สัญลักษณ์ประจำการแข่งขัน ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบสัญญาของสำนักงานอัยการสูงสุด ทำให้ยังไม่สามารถเปิดตัวให้ชาวต่างชาติรับรู้ได้
 
ส่วนเรื่องงบประมาณปี 69 กกท. ได้รับจัดสรรมาแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท และกำลังขอ งบกลาง ปี 68 ที่ยังได้ไม่ครบ เพิ่มเติมอีก 450 ล้านบาทภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งหากได้มาครบก็จะทำให้มีงบสำหรับซีเกมส์เกือบ 2,500 ล้านบาท
 
ด้านนายธีรเดช ถิรพร ที่ปรึกษางบประมาณ จากสำนักงบประมาณ ได้เตือนว่า การของบกลางเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และหากงบประมาณที่ขอมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ก็จะต้องผ่านมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสียก่อน พร้อมทั้งย้ำให้ กกท. เร่งทำแผนให้ชัดเจนและขอมาโดยเร็วที่สุด
 
นายธัชชญาณ์ณัช เปิดเผยว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย ควรจะแสดงบทบาทและเร่งจัดการเรื่องสำคัญๆ โดยเฉพาะโลโก้และสิทธิประโยชน์จากการถ่ายทอดสด เพราะหากยังล่าช้าเช่นนี้จะทำให้ รัฐบาลต้องเสียรายได้มหาศาล
 
นอกจากนี้ยังเจอปัญหาใหญ่เรื่อง สนามแข่งและที่พักนักกีฬา เนื่องจากช่วงเดือนธันวาคมเป็นช่วง High Season ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาจองห้องพัก ทำให้ห้องพักหายากและราคาสูง ซึ่งเรื่องนี้ต้องรีบแก้ไขให้เสร็จภายใน 3 เดือนข้างหน้า
 
คณะกรรมาธิการฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ความพร้อมของประเทศไทยเลย ซึ่งอาจเป็นเพราะขาดงบประมาณ จึงได้เสนอแนะให้ กกท. ลอง หยิบยืมเงินจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ที่มีงบฉุกเฉินสำรองอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาทมาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน แต่ก็ติดปัญหาตรงที่ต้องปรึกษาบอร์ดกองทุนฯ ซึ่งประธานก็คือรองนายกฯ ที่ตอนนี้ยังไม่มีการตั้งครม.ใหม่ ทำให้ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปคุยกับใคร
 
ด้าน นางประทุม วงสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีงบประมาณ แต่เจ้าหน้าที่ก็ควรเริ่มลงพื้นที่ได้แล้ว เพื่อทำ Action Plan และตรวจสอบความพร้อมของสถานที่แข่ง ทั้งเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย และการจราจร โดยเฉพาะการรับมือกับนักกีฬาและกองเชียร์จากประเทศกัมพูชา
 
พร้อมเน้นย้ำว่าการวางแผนเหล่านี้ "ไม่ต้องใช้เงิน แต่ใช้พลังของเรา" อย่ามัวแต่ติดคำว่าใช้งบประมาณอย่างเดียว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศไทย ทั้งในการจัดการแข่งขันและการต้อนรับแขกต่างชาติ
 
ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเพราะการเป็นเจ้าภาพควรจะมีการเตรียมแผนล่วงหน้าแล้ว และจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป.
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปธ.ศาลรธน.' ลุ้นหนักได้นั่งยาวหรือเก็บของ รอฟังมติสว.โหวตตุลาการคนใหม่

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน.ลุ้นหนัก อังคารนี้ ได้นั่งยาวหรือเก็บของ สภาสูงโหวตตุลาการศาลรธน.หลังเคยคว่ำไปสองชื่อ สว.สีน้ำเงินเปรย ประธานชักอยู่นาน บอกไม่ติดใจคุณสมบัติ”ศ.จักรพงศ์-รร.นายร้อยตำรวจ”แต่รอสัญญาณเช้า 30 มิ.ย.ให้ผ่านหรือสอยร่วง   

แกนนำม็อบทุกขั้วรอเฮ ‘สว.’เร่งลงมติร่างกม.นิรโทษกรรม 30 มิ.ย.นี้

แกนนำม็อบทุกขั้วรอเฮ สภาสูงนัดลงมติ ร่างกม.นิรโทษกรรม 30 มิ.ย.นี้ พบไม่แก้จุดสำคัญ คาดสภาฯไม่ติดใจ จบฉลุยก่อนปิดสภาฯ คนดัง-บิ๊กเนม รอดคุก-ปลดล็อกคดีแพ่งเพียบ คาดคัมแบ็กการเมืองหลังหมดชนักติดหลัง 

‘สว.ปริญญา’ เรียกร้อง ไทยทบทวนทุกความช่วยเหลือต่อเขมร

ที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. แถลงข้อเรียกร้องให้ไทยทบทวนทุกความช่วยเหลือต่อกัมพูชา กรณีสื่อกัมพูชาโต้ตัดความสัมพันธ์ระ

'วุฒิสภา' ไฟเขียว 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

ในการประชุมวุฒิสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 9 คน โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากทั้ง 9 คน ได้แก่ 1.นายภาณุมาศ เลี่ยมสกุล อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด

วุฒิสภา โหวต 'นพดล เภรีฤกษ์' นั่งเลขาฯกฤษฎีกา 'นันทนา' แซะ 138 สว. ติดคดีฮั้วไม่ควรลงมติ

สว.เสียงเอกฉันท์ โหวต “นพดล เภรีฤกษ์” นั่ง เลขาฯกฤษฎีกา หลัง “นันทนา” อภิปรายแซะทุกเม็ด ลั่น ทำไมต้อง “ลับ ลวง พราง” ชี้ 138 สว. ติดคดีฮั๊ว ไม่ควรลงมติ บอกถ้าสะเทือนใจ สว.หลายคน ก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้ ขณะที่ “บิ๊กเกรียง” ปราม ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่ต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย ต้องอภิปรายคุณสมบัติคนถูกเลือก เจ้าตัวเถียงอีก ไม่ได้อภิปรายดินฟ้าอากาศ พูดเสร็จออกจากห้องทันที