
9 มิ.ย.2569-เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่า พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค โพสต์ว่า
ได้ตามเสด็จไปชมมหรสพ และตอนจบคนในศาลาเฉลิมกรุงร่วมกันร้องเพลง “ยิ่งนาน..ยิ่งรัก”…..ซึ่งเป็นเพลงที่พี่ดี้เป็นผู้ประพันธ์เนื้อร้อง
เมื่อเพลงจบสมเด็จพระราชินี ทอดพระเนตรมาที่พี่ดี้ แล้วทรงยกพระหัตถ์ไหว้ เหมือนเป็นการขอบคุณ….ที่แต่งเพลงนี้ถวาย…
ซึ่งพี่ดี้โพสต์ว่า “โลกของฉันหยุดหมุน ณ วินาทีนั้น…..อยากให้รู้ว่า….เพลงที่ฉันแต่งถวายท่าน….ยังไม่เป็นจริงได้เท่าที่พระองค์ทรงเป็น….ฉันรักพระองค์ท่านมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว…..
หลังจากนั้น สมศักดิ์ เจียม ออกมาโพสต์แขวะพี่ดี้ และโพสต์บิดเบือนหลอกสาวกตามเคยในเรื่องความเท่าเทียมในทำนองว่า
“ก็แค่พระราชินีทรงยกพระหัตถ์ไหว้ขอบคุณก็อินเหลือเกิน ขนาดโลกหยุดหมุน เขาคนธรรมดานะ แม้แต่พระเจ้าอยู่หัวก็คนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกัน พอตั้งยศเจ้าให้ก็กลายร่างเป็นเหมือนเทวดาขึ้นมาทันที”
______________________________________________
ผมขอเอาเรื่อง “ความเท่าเทียมกัน” ที่คุณอาจไม่เคยรู้ แล้วออกมาหลอกสาวกให้หลงผิด
”ความหมายที่แท้จริงของความเท่าเทียม“
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
คนเท่ากันในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ได้แปลว่าทุกสถานะ ทุกบทบาท และทุกพิธีการในสังคมต้องเท่ากันหมด
ฝ่ายที่พูดว่า “ก็คนธรรมดาคนหนึ่ง” กำลังเอา “ความเป็นมนุษย์เท่ากัน” มาลบ “สถานะเชิงสถาบัน” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ขออธิบายเป็นข้อๆ ดังนี้
1. หลักสิทธิมนุษยชน: คนเท่ากันในศักดิ์ศรี ไม่ใช่เท่ากันในสถานะพิธีการ
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนบอกว่า มนุษย์ทุกคนเกิดมาเสรีและเสมอภาคกัน “ในศักดิ์ศรีและสิทธิ” ไม่ได้แปลว่าสังคมไม่มีตำแหน่ง ไม่มีบทบาท ไม่มีพิธีการ หรือไม่มีลำดับการให้เกียรติเลย
เราเคารพมนุษย์ทุกคนในฐานะมนุษย์ แต่ในเวลาเดียวกัน สังคมก็ยังให้เกียรติ “บทบาท” เช่น พ่อแม่ ครู อาจารย์ ผู้พิพากษา นายกรัฐมนตรี พระสงฆ์ ทหาร นายพล ประธานาธิบดี กษัตริย์ และพระราชินี แตกต่างกันตามบริบท
2. หลักสังคมวิทยา: เคารพ “ตำแหน่ง” ไม่ใช่แค่ “ตัวบุคคล”
Max Weber อธิบายอำนาจชอบธรรมไว้ 3 แบบ คือ อำนาจจากจารีตประเพณี อำนาจจากบารมีส่วนบุคคล และอำนาจตามกฎหมาย/ตำแหน่ง โดยในระบบสมัยใหม่จำนวนมาก “authority resides in the office, not the person” คืออำนาจและความเคารพบางส่วนอยู่ที่ตำแหน่ง ไม่ใช่แค่ตัวตนส่วนตัวของผู้ดำรงตำแหน่ง
เพราะฉะนั้น การเรียกพระราชินีด้วยชื่อเล่นเดิม เพื่อดึงพระองค์กลับไปเป็น “คนก่อนรับพระราชอิสริยยศ” คือกลวิธีทางวาทกรรมที่พยายามลบสถานะสาธารณะและสถานะเชิงสถาบัน แล้วเหลือเพียงชีวประวัติส่วนตัว
ซึ่ง…. “การเกิดมาเป็นคนธรรมดา ไม่ได้ทำให้สถานะหลังการสถาปนาเป็นโมฆะ”
3. หลักวัฒนธรรมตะวันตกก็มีลำดับพิธีการ ไม่ใช่มีแต่ไทย
แม้แต่ราชสำนักอังกฤษ ซึ่งเป็นสังคมตะวันตกสมัยใหม่ เว็บไซต์ราชวงศ์อังกฤษยังอธิบายว่า การเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์และพระราชินีไม่มีข้อบังคับตายตัว แต่หลายคนเลือกปฏิบัติตามธรรมเนียม เช่น ผู้ชายโค้งศีรษะ ผู้หญิงถอนสายบัว หรือบางคนเลือกจับมือแบบปกติ
แปลว่า แม้ในวัฒนธรรมฝรั่งที่พูดเรื่องความเท่าเทียมสูงมาก เขาก็ยังแยกออกระหว่าง “ความเสมอภาคในฐานะมนุษย์” กับ “มารยาทต่อสถานะ ตำแหน่ง และสถาบัน”
4. หลักมานุษยวิทยา/สังคมวิทยาปฏิสัมพันธ์: พิธีการไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นไวยากรณ์ของสังคม
Erving Goffman อธิบายว่า สังคมมนุษย์มี “พิธีกรรมเล็ก ๆ” ในชีวิตประจำวัน เช่น การทักทาย การเว้นระยะ การแสดงความเคารพ การรักษาหน้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมมีความหมายและคาดเดาได้ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรือหลงงมงาย
ดังนั้น การที่พี่ดี้ปลาบปลื้ม ไม่จำเป็นต้องอ่านว่า “หลงชนชั้น” อย่างเดียว แต่อ่านได้ว่า เขากำลังประสบกับ “พิธีกรรมแห่งการยอมรับ” จากผู้ทรงสถานะสูงกว่าอย่างมาก แต่กลับแสดงความอ่อนน้อมต่อผู้ถวายงานทางศิลปะ
5. หลักวัฒนธรรมเอเชีย: ความเคารพสัมพันธ์กับบทบาท อายุ หน้าที่ และคุณธรรม
ในวัฒนธรรมขงจื๊อ ความสัมพันธ์ในสังคมไม่ได้ตั้งอยู่บนปัจเจกชนลอย ๆ แต่ตั้งอยู่บนบทบาท เช่น กษัตริย์-ขุนนาง พ่อ-ลูก พี่-น้อง สามี-ภรรยา เพื่อน-เพื่อน โดยแต่ละบทบาทมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อกัน ไม่ใช่แค่การกดขี่จากบนลงล่าง
สังคมไทยก็มีรากคิดคล้ายกัน คือให้เกียรติผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ พระสงฆ์ ผู้มีพระคุณ และผู้ดำรงสถานะสูงในพิธีการ ไม่ใช่เพราะเขา “ไม่ใช่มนุษย์” แต่เพราะสังคมยอมรับว่าบางสถานะมีความหมายเชิงจารีต ประวัติศาสตร์ และสถาบัน
______________________________________________
เพราะฉะนั้น หยุดเชื่อ คนที่แหกตาคุณว่า ความเท่าเทียม คือทุกคนมีสถานะทางสังคมเท่ากัน
มนุษย์ทุกคนเท่ากันในศักดิ์ศรีและสิทธิ
แต่ในทุกสังคม มนุษย์ไม่ได้สัมพันธ์กันแบบไร้บทบาท
ลูกเคารพพ่อแม่
ศิษย์เคารพครู
ทหารเคารพยศ
ประชาชนให้เกียรติประมุขของรัฐ
ผู้เข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ในราชสำนักตะวันตกก็ยังมีธรรมเนียมโค้งคำนับหรือถอนสายบัว
นี่ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่คือภาษาทางวัฒนธรรมของการให้เกียรติ
สมเด็จพระราชินีอาจเคยมีชีวิตก่อนเสด็จขึ้นสู่พระราชสถานะ เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เมื่อทรงได้รับพระราชอิสริยยศแล้ว พระองค์ไม่ได้ทรงเป็นเพียงบุคคลสามัญในความหมายทางพิธีการอีกต่อไป
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ยิ่งอยู่ในสถานะสูงส่ง แต่ยังทรงแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ถวายงานทางศิลปะ นั่นต่างหากที่ทำให้ผู้คนประทับใจ
ความประทับใจของพี่ดี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก
เพราะเขาไม่ได้ปลื้มเพียง “ยศศักดิ์”
แต่ปลื้มกับกิริยาของผู้สูงศักดิ์ที่ทรงถ่อมพระองค์
คนที่พยายามลดพระราชินีให้เหลือแค่ชื่อเล่นเดิม อาจคิดว่าตนเองกำลังพูดเรื่องความเท่าเทียม
แต่แท้จริงแล้วกำลังใช้ความเท่าเทียมเป็นเครื่องมือลบความหมายของสถาบัน จารีต และมารยาททางสังคม
คนเท่ากันในความเป็นมนุษย์
แต่คนที่มีคุณงามความดี มีภาระ มีตำแหน่ง มีบทบาท และมีสถานะที่สังคมยอมรับ ย่อมได้รับการให้เกียรติต่างกัน
นั่นไม่ใช่ความงมงาย
แต่นั่นคืออารยธรรมของมนุษย์ ที่ทำให้เราต่างจากสัตว์เดรัจฉาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอ็ดดี้' ชี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ 'กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้'
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความประเด็นการเรียกร้องให้ยุบกอ.รมน.ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ “กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้”
'เอ็ดดี้ อัษฎางค์' วิเคราะห์ใครอันตรายกว่ากัน ส้มรื้อราก-น้ำเงินรวบอำนาจ
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่บทความเรื่อง "ใครอันตรายกว่ากัน" ส้มรื้อราก น้ำเงินรวบอำนาจ มีเนื้อหาดังนี้การเมืองไทยในวันนี้ดูเหมือนกำลังบีบให้ประชาชนเลือกอยู่ระหว่างความเสี่ยงสองแบบ
งงมาก! 'เอ็ดดี้' ถาม คนอื่นๆจะไม่ทำตาม 'เนติวิทย์' หรือ
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระโพสต์ข้อความ กรณีศาลสั่งจำคุก “เนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ” 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีหนีเกณฑ์ทหารว่า แบบนี้ คนอื่นๆ ไม่ทำตามกันหรือ?
สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยสร้างซอฟต์พาวเวอร์ ทำให้ 'วัฒนธรรมไทย' มีสถานะบนเวทีโลก
นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์มีไว้ทำไม?" สถาบันพระมหากษัตริย์ช่วยสร้าง Soft power ในแบบที่ทำให้วัฒนธรรมไทยมีสถานะบนเวทีโลก
'เอ็ดดี้' วิเคราะห์ 'ศุภจี' เปลี่ยน ก.พาณิชย์ จาก 'ตามแก้ปัญหาราคา' ให้เป็น 'อ่านสัญญาณตลาดก่อนเกิดวิกฤต'
นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คุณศุภจีกำลังเปลี่ยนกระทรวงพาณิชย์จากหน่วยงานที่ “ตามแก้ปัญหาราคา” ให้เป็นหน่วยงานที่ “อ่านสัญญาณ
'เอ็ดดี้' มองระบอบสีน้ำเงิน กลายเป็นเส้นแบ่งใหม่ ใครตรวจสอบอำนาจ ใครกำลังแบกอำนาจ
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนจะถูกดึงไปร่วมดราม่าว่า ผมขออนุญาตเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์คนหนึ่งเท่านั้น


