'อ.อุ๋ย' ซัดแนวคิด 'ข้าราชการทำ รัฐมนตรีไม่เกี่ยว' สวนทางหลักกฎหมายมหาชน

'อ.อุ๋ย' ซัดแนวคิด 'ข้าราชการทำ รัฐมนตรีไม่เกี่ยว' สวนทางหลักกฎหมายมหาชน ปม 'ไชยชนก' ชี้แจงโครงการ TH-AI ชี้แม้กม.ห้ามรมต.ก้าวก่ายข้าราชการ แต่มีหน้าที่กำกับดูแลให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย หลักธรรมาภิบาล และคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

19 มิ.ย.2569- นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสเฟสบุ๊คแสดงความเห็นว่า
.
เมื่อผมเห็นข่าวว่าคุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงข้อสงสัยของฝ่ายค้านเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport วงเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยระบุว่า รัฐมนตรีไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ และได้เชื่อมั่นตามคำยืนยันของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง นั้น
.
หากพิจารณาในเชิงกฎหมาย คำชี้แจงดังกล่าวก็มีส่วนที่ถูกต้องอยู่ เพราะกฎหมายมิได้เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีเข้าไปกำหนดผู้ชนะการประมูล ล็อกสเปก หรือเข้าไปแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบ เนื่องจาก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 186 วรรคสอง ได้บัญญัติห้ามรัฐมนตรีใช้สถานะหรือตำแหน่งเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือ โดยมิชอบ
.
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ยังได้วางหลักพื้นฐานของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นไปตามหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ขณะที่การดำเนินการในรายละเอียด เช่น การกำหนดขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) การพิจารณาข้อเสนอ และการตรวจรับพัสดุ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามกฎหมาย
.
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐมนตรีไม่อาจเข้าไปดำเนินการแทนข้าราชการประจำ มิได้หมายความว่ารัฐมนตรีจะปราศจากหน้าที่หรือความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในกระทรวงของตน เพราะหัวใจสำคัญของกฎหมายมหาชนและระบบรัฐสภาอยู่ที่การแยกแยะระหว่าง “การไม่ก้าวก่ายราชการประจำ” กับ “การกำกับดูแลราชการ” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง
.
ภายใต้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 20 รัฐมนตรีมีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในกระทรวงของตน มีหน้าที่กำกับราชการของกระทรวงให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบายของรัฐบาล และมติคณะรัฐมนตรี รวมทั้งต้องรับผิดชอบต่อผลการบริหารราชการของกระทรวงนั้น
.
กล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้รัฐมนตรีจะไม่ใช่ผู้ลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ใช่กรรมการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ และไม่ใช่กรรมการตรวจรับพัสดุ แต่ในฐานะผู้บังคับบัญชาทางการเมืองของกระทรวง รัฐมนตรีย่อมมีหน้าที่ติดตามโครงการสำคัญ บริหารจัดการความเสี่ยง และกำกับดูแลให้การดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดเป็นไปตามกฎหมาย หลักธรรมาภิบาล และคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ
.
โดยเฉพาะโครงการที่ใช้งบประมาณของแผ่นดินในระดับพันล้านบาท หากปรากฏข้อทักท้วง ข้อสงสัย หรือข้อพิรุธที่มีน้ำหนักเพียงพอ รัฐมนตรีไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบทางการเมืองได้เพียงด้วยเหตุว่าเป็นเรื่องของข้าราชการประจำทั้งหมด
.
เพราะในทางกฎหมายมหาชนย่อมเกิดคำถามตามมาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ใช้ดุลพินิจในการกำกับดูแลอย่างเพียงพอแล้วหรือไม่ และได้ดำเนินมาตรการตามสมควรเพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายหรือไม่ ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณีเป็นสำคัญ
.
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้สะท้อนหลักการดังกล่าวอย่างชัดเจนในกรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) ตามโครงการรับจำนำข้าวในอดีต แม้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลายรายจะต่อสู้ว่ารายละเอียดการดำเนินงานเป็นเรื่องของหน่วยงานราชการและข้าราชการประจำ
.
แต่คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดได้เพียงเพราะมิได้เป็นผู้ลงมือปฏิบัติการในทางเทคนิค หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าตนรับรู้หรือควรรับรู้ถึงความผิดปกติ และมิได้ดำเนินการตามสมควรเพื่อระงับยับยั้งความเสียหาย
.
ทั้งนี้ หากในข้อเท็จจริงของกรณีใดปรากฏว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินการ แต่กลับจงใจเพิกเฉยหรือละเว้นไม่ดำเนินการทั้งที่มีอำนาจหน้าที่และสามารถดำเนินการได้ ก็อาจนำไปสู่การตรวจสอบความรับผิดทางกฎหมายในประเด็นเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณีไป
.
ในต่างประเทศ หลักการเดียวกันก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างที่มักถูกยกขึ้นกล่าวถึงคือกรณีของ Alain Carignon (อาแล็ง การีญง) อดีตรัฐมนตรีของฝรั่งเศสและอดีตนายกเทศมนตรีเมืองเกรอนอบล์ ซึ่งถูกดำเนินคดีจากกรณีสัมปทานน้ำที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์และการทุจริต แม้การดำเนินงานในรายละเอียดจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ แต่ท้ายที่สุดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ไม่อาจใช้สถานะของข้าราชการประจำเป็นเกราะกำบังความรับผิดได้
.
บทเรียนจากทั้งในและต่างประเทศจึงสะท้อนหลักสำคัญประการหนึ่งของกฎหมายมหาชนว่า การไม่ก้าวก่ายราชการประจำ มิใช่การตัดขาดความรับผิดชอบในการกำกับดูแลราชการ
.
ด้วยเหตุนี้ การที่ฝ่ายค้านจะใช้กลไกของรัฐสภาในการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน จึงสอดคล้องกับหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 3 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้การใช้อำนาจรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม
.
ท้ายที่สุดแล้ว ในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา “อำนาจ” ย่อมมาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” เสมอ รัฐมนตรีอาจไม่ต้องรับผิดในทุกความผิดพลาดที่เกิดขึ้นภายในกระทรวงของตนโดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธหน้าที่ในการกำกับดูแลหรือปัดความรับผิดชอบทางการเมืองออกไปได้เพียงเพราะข้าราชการประจำเป็นผู้ดำเนินการในรายละเอียด
.
เพราะสาระสำคัญของการเป็นเสนาบดีในระบอบประชาธิปไตยมิใช่เพียงการใช้อำนาจ แต่คือการพร้อมรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้อำนาจนั้นด้วยเช่นกัน ถ้าอยากได้แค่อำนาจแต่วิ่งหนีความรับผิดชอบ ก็ไม่สมควรนั่งเก้าอี้เสนาบดีต่อไป !

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รังสิมันต์' ฉุน 'ไชยชนก' เบี้ยวแจง กมธ.รอบที่ 6

'โรม' ฉุน 'ไชยชนก' เบี้ยวแจงปมสินบน 40 ล้าน-ส่งตัวแทนเป็นครั้งที่ 6 ถามเข้าใจปัญหาจริงหรือไม่ หรือยกเมฆมาพูดลอยๆ ลั่นถ้าไม่มีหลักฐานเท่ากับโกหกกลางสภา

'ไชยชนก' ฟิตจัด! ลุยเมืองคอน หนุนบุคลากรสาธารณสุขใช้ AI Passport

"ไชยชนก ชิดชอบ" ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ร่วมประชาสัมพันธ์ “AI Passport” ส่งเสริมบุคลากรสาธารณสุขประยุกต์ใช้ AI ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน

'อาจารย์อุ๋ย' เตือนรัฐบาลอย่าประมาทมวลชนพระอาทิตย์ ยุคนี้วัดกันที่ 'ความชอบธรรม 'ไม่ใช่ 'จำนวน'

'อาจารย์อุ๋ย' เตือนรัฐบาลอย่าประมาทมวลชนพระอาทิตย์ ชี้ ยุคนี้การชุมนุมวัดกันที่ 'ความชอบธรรม' ไม่ใช่ 'จำนวน' อย่าใช้วิธีด้อยค่า ต้องเปิดใจรับฟังข้อเรียกรร้อง อะไรที่ผิดกฎหมายต้องจัดการ

อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์เตือนสติ กกต.มติ 14 ก.ย.เสี่ยงโดนเอาผิดมาตรา 157!

อดีตตุลาการศาลอุทธรณ์ ชี้ผู้สมัคร สว.ทุกกลุ่มมีโพยทั้งสิ้น ยกฏีกา3509/2549 กระตุก กกต.ลงมติ14 ก.ย.โดยมิชอบโดนเอาผิดมาตรา 157

'ไชยชนก' ยันไม่แต่งตัวเลขผู้ใช้งาน AI Pass รับช่วงนี้ชะลอลงทะเบียน เพราะปัญหาเหลื่อมล้ำทางอินเทอร์เน็ต

'ไชยชนก' แจงดราม่า TH-AI Passport ผลลัพธ์เพี้ยน อาจใช้โมเดลผิดประเภท แนะ เชื่อมข้อมูลเอไอที่เคยใช้ ยัน ไม่ได้ปกปิดตัวเลขคนใช้งานทุกอย่างตรวจสอบได้ รับยอดลงทะเบียนผู้ใช้งานขณะนี้ 1.3 ล้านคน แต่ช่วงนี้ชะลอตัว เพราะเป็นความเหลื่อมล้ำทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งพบยอดกระจุกตัวในเมืองเป็นหลัก ยังไม่ออกไปถึงเป้าหมายในกลุ่มประชาชนด้อยโอกาสไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตราคาถูกได้